สื่อตีข่าว 'เมตา' เตรียมเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากในสัปดาห์นี้ ปลดพนักงาน มาร์คซัคเคอร์เบิร์ก เฟซบุ๊ก เมตา เลิกจ้างงาน อินโฟเควสท์
หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัลรายงานว่า บริษัทเมตา แพลตฟอร์มส์ ซึ่งบริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก จะเริ่มทำการปลดพนักงานจำนวนมากในสัปดาห์นี้ หรืออย่างเร็วที่สุดในวันพุธนี้
รายงานระบุว่า การเลิกจ้างดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อพนักงานหลายพันคน และเป็นการปรับลดพนักงานครั้งใหญ่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมตา โดยเมตาระบุว่า ณ สิ้นเดือนก.ย.ปีนี้ บริษัทมีพนักงานมากกว่า 87,000 คน เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา นายมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเมตาได้จัดการประชุมกับพนักงาน และได้เปิดเผยแผนระงับการจ้างงานและปรับโครงสร้างทีมงาน เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคยังคงมีความไม่แน่นอน
ในระหว่างการประชุมกับพนักงานซึ่งมีการเปิดเผยแผนการปรับลดการใช้จ่ายครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเฟซบุ๊กในปี 2547 นั้น นายซัคเคอร์เบิร์กกล่าวว่า บริษัทจะระงับการจ้างงานและปรับโครงสร้างทีมงานบางส่วนเพื่อลดการใช้จ่าย โดยจำนวนพนักงานในปี 2566 จะน้อยกว่าในปีนี้ “ที่ผ่านมานั้น ผมคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่สิ่งที่เราเห็นในขณะนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องการวางแผนอย่างระมัดระวัง โดยบริษัทจะลดงบประมาณในทีมงานส่วนใหญ่ แม้ว่าทีมเหล่านี้กำลังเติบโตขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ ทีมงานต่าง ๆ จะต้องหาทางรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจำนวนพนักงาน ซึ่งอาจหมายความว่าบริษัทจะไม่รับพนักงานเพิ่มในแผนกที่พนักงานพ้นสภาพการทำงาน หรืออาจจะมีการโยกย้ายบุคลากรไปยังทีมงานอื่น ๆ หรืออาจจะจัดการกับพนักงานที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน”ทั้งนี้...
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
เกิดเหตุเครื่องบินตกทะเลสาบในแทนซาเนีย มีผู้เสียชีวิต 19 ราย : อินโฟเควสท์เครื่องบินของสายการบินพรีซิชันแอร์ (Precision Air) ประสบอุบัติเหตุตกในทะเลสาบวิกตอเรีย เมืองบูโกบา ประเทศแทนซาเนีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 19 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 พ.ย.) โดยเครื่องบินของสายการบินพรีซิชันแอร์ เที่ยวบินที่ 5H-PWF ซึ่งเดินทางออกจากเมืองดาร์ เอส ซาลาม เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองบูโกบา ประสบอุบัติเหตุตกลงในทะเลสาบวิกตอเรีย ก่อนที่จะลงจอดที่สนามบินปลายทาง เที่ยวบินดังกล่าวมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 43 ราย โดยทางสายการบินยืนยันว่ามีผู้รอดชีวิต 24 ราย และหลังจากเกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 19 ราย เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานด้านการบินของแทนซาเนียได้ประเมินสถานการณ์เบื้องต้นพบว่า อุบัตเหตุครั้งนี้อาจจะเกิดจากสภาพอากาศเลวร้ายซึ่งส่งผลกระทบต่อการบิน ทำให้นักบินต้องเปลี่ยนเส้นทาง ก่อนที่เครื่องบินจะตกลงในทะเลสาบวิกตอเรีย ซึ่งเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา ทางด้านนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีของแทนซาเนียได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งนี้ สายการบินพรีซิชันแอร์ เป็นสายการบินเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของแทนซาเนีย และถือหุ้นโดยสายการบินเคนยา แอร์เวย์ส โดยสายการบินพรีซิชันแอร์ก่อตั้งขึ้นในปี 2536 ให้บริการเที่ยวบินทั้งในภายประเทศและทั่วภูมิภาค โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงกว่า 200 จุดเช้านี้ ตลาดจับตาเงินเฟ้อ-เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ : อินโฟเควสท์ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงกว่า 200 จุดช่วงเช้านี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อและการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ณ เวลา 06.21 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 225 จุด หรือ -0.69% แตะที่ 32,203 จุด นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนต.ค.ของสหรัฐในวันพฤหัสบดีนี้ โดยดัชนี CPI เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เกิดจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค และเป็นหนึ่งในข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ใช้ประกอบการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงิน ซึ่งหากดัชนี CPI ออกมาสูงกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีท ก็อาจผลักดันให้เฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันอังคารที่ 8 พ.ย.นี้ ขณะที่ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ระบุว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากไม่พึงพอใจต่อการทำงานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งทำให้มีการคาดการณ์ว่าพรรคเดโมแครตจะพ่ายแพ้พรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ การเลือกตั้งกลางเทอมดังกล่าว ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ระหว่างพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน โดยจะมีการชิงชัยเก้าอี้ทั้งหมดในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจำนวน 435 ที่นั่ง รวมทั้งในวุฒิสภาจำนวน 35 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง นอกจากนี้ ยังมีการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐใน 39 มลรัฐ รวมทั้งการเลือกตั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีกจำนวนมาก …
อ่านเพิ่มเติม »
เงินบาทเปิด 37.39 แนวโน้มผันผวน ให้กรอบวันนี้ 37.25-37.60 จับตาทิศทาง Flow : อินโฟเควสท์นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 37.39 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากปิดตลาดเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 37.52 บาท/ดอลลาร์ ด้านสกุลเงินภูมิภาคเช้านี้เคลื่อนไหวแบบผสม นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 37.25 – 37.60 บาท/ดอลลาร์ ให้กรอบเปิดกว้าง เนื่องจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทางการจีนออกมาดับความหวังเรื่องการผ่อนคลายนโยบายโควิด จึงอาจทำให้เงินบาทผันผวน ประกอบกับคาดว่าจะมี Flow ทอง นอกจากนี้ ยังต้องติดตาม Portfolio Flow โดยช่วงนี้ต่างชาติเข้าซื้อพันธบัตรไทยค่อนข้างมาก และต้องติดตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ควบคู่ไปด้วย THAI BAHT FIX 3M (4 พ.ย.) อยู่ที่ระดับ 1.06771% ส่วน THAI BAHT FIX 6M อยู่ที่ระดับ 1.40168% ปัจจัยสำคัญ เงินเยนอยู่ที่ระดับ 147.02 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 148.78 เยน/ดอลลาร์ เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 0.9938 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวันศุกร์ที่ระดับ 0.9779 …
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าปรับตัวขึ้นตามภูมิภาคคาดหวังเฟดขึ้นดอกเบี้ยชะลอลง : อินโฟเควสท์นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,635 จุด เป็นไปตามตลาดภูมิภาคบวกเล็กน้อย จากนักลงทุนคาดหวังเฟดจะชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า หลังตัวเลขอัตราการว่างงานสหรัฐสูงขึ้น ประกอบกับคาดกองทุนในประเทศเริ่มกลับเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทยน่าจะช่วยหนุนดัชนีช่วงนี้ ให้แนวรับ 1,620 จุด แนวต้าน 1,635-1,640 จุด นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคระห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบระดับ 1,635 จุด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นไปตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่เคลื่อนไหวในแดนบวก เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นดอกเบี้ยในอัตราชะลอลงในเดือน ธ.ค.นี้ หลังตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นแตะ 3.7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 3.5% กดดันค่าเงินดอลล่าร์ปรับตัวอ่อนค่าหนุนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกฟื้นตัว รวมถึงคาดว่าจะเริ่มเห็นเม็ดเงินจากกองทุนในประเทศกลับเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทย โดยเฉพาะในกองทุน SSF, RMF เป็นต้น ซึ่งน่าจะเข้ามาหนุนดัชนีในช่วงนี้ได้ ให้แนวรับไว้ที่ 1,620 จุด และแนวต้าน 1,635-1,640 จุด โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ เหตจีนยันเดินหน้านโยบายซีโร่โควิด : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ โดยหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ ขานรับการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม หุ้นฮ่องกงและจีนปรับตัวลดลง หลังจากเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของจีนยืนยันว่า จีนจะยังคงยึดมั่นในนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Covid Zero Policy) ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 27,406.78 จุด เพิ่มขึ้น 207.04 จุด หรือ +0.76%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 16,031.79 จุด ลดลง 129.35 จุด หรือ -0.80% และ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,062.86 จุด ลดลง 7.94 จุด หรือ -0.25% จีนมีกำหนดรายงานข้อมูลการค้าในวันนี้ ขณะที่ นักลงทุนจะจับตาบรรดาซัพพลายเออน์ของแอปเปิลในเอเชีย หลังจากแอปเปิลออกคำเตือนว่า การบังคับใช้มาตรการสกัดโควิด-19 ในจีนเริ่มส่งผลกระทบต่อการผลิต iPhone แอปเปิลเปิดเผยคาดการณ์ในวันอาทิตย์ (6 …
อ่านเพิ่มเติม »
อนุสรณ์ชี้มีโอกาสธปท.จะปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 0.25% หลังเฟดยังขึ้นต่อถึงกลางปี 66 : อินโฟเควสท์นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และ อดีตกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ ได้วิเคราะห์ถึง การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ว่า ยังไม่ใช่จุดสูงสุดของของอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นรอบนี้และน่าจะปรับขึ้นไปเรื่อยๆไปจนถึงระดับสูงสุดกลางปีหน้า ส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยเงินดอลลาร์และเงินบาทถ่างเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและมีความเป็นไปได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมากกว่าที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้เดิมที่ระดับ 0.25% ในการประชุมครั้งสุดท้ายของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน หากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของแบงก์ชาติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าคาดการณ์ประกอบกับเงินทุนเคลื่อนย้ายระยะสั้นไหลเข้าสู่ตลาดการเงินโดยเฉพาะตลาดหุ้น เม็ดเงินไหลเข้าจากการท่องเที่ยวต่างชาติ การเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้น ตลอดจนสัญญาณการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย การคาดการณ์ของการบูมขึ้นของภาคท่องเที่ยวต่างชาติรอบใหม่ ปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมดจะส่งผลให้เงินบาทพลิกแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายปีและต่อเนื่องถึงต้นปีหน้าสู่ระดับ 36-37 บาทได้ ความผันผวนสูงของค่าเงินและเศรษฐกิจจะดำรงอยู่ไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปีจนกว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาสู่ภาวะปรกติและมีอัตราการขยายตัวระดับเดียวกับก่อนเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด 19 หากประชาธิปไตยไทยมีเสถียรภาพ ภาคเอกชนปรับตัวได้ดี ภาครัฐมีนโยบายสาธารณะที่เหมาะสม บทใหม่ของการเติบโตรอบใหม่ของเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นได้คาดการณ์ว่า หลังจากที่สหรัฐอเมริกา ยุโรปและหลายประเทศเริ่มคุมเงินเฟ้อได้จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย สงครามยูเครนยืดเยื้อแต่ไม่ขยายวง อัตราเงินเฟ้อโลกจะปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง บางประเทศจะเผชิญเศรษฐกิจถดถอยแต่ไม่ใช่ที่สหรัฐอเมริกา ธนาคารกลางหลายประเทศจะเริ่มชะลอการขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า จุดวกกลับของทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นมาเป็นการลดดอกเบี้ยอาจเกิดเร็วขึ้นหากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากเกินไปและควบคุมเงินเฟ้อได้ผล การเติบโตของจีนซึ่งเคยเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกและระบบการค้าโลกจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางดังกล่าว อัตราการขยายตัวของประเทศ Emerging and Developing Asia ที่สูงกว่าทุกภูมิภาคที่ระดับ 4.9% จะกระตุ้นให้เงินไหลเข้าภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินสกุลเอเชียยกเว้นเงินเยนญี่ปุ่นไม่อ่อนค่าไปกว่าระดับปัจจุบันมากนัก ไท
อ่านเพิ่มเติม »