ศาลปกครองสูงสุดยืนตามศาลชั้นต้นให้ TRUE ไม่ต้องจ่ายชดใช้ 1.2 พันลบ.ให้ทีโอที TOT TRUE ทรูคอร์ปอเรชั่น ทีโอที หุ้นไทย อินโฟเควสท์
ศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 10/2551 หมายเลขแดงที่ 55/2557 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2557 และปฏิเสธการขอบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการดังกล่าว ที่ให้บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ชดใช้เงินตามสัญญาร่วมการงานและร่วมลงทุนเพื่อขยายบริการโทรศัพท์ให้แก่ บมจ.ทีโอที
ศาลปกครองสูงสุด เห็นว่าการที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่า มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 ม.ค.46 และวันที่ 11 ก.พ.46 มีผลทำให้ส่วนแบ่งรายได้ของทีโอทีฯลดลง แต่ส่วนแบ่งรายได้ของทรูฯยังคงเท่าเดิม จึงขัดต่อพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 และเป็นมติที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแย้งโดยกฎหมายตกเป็นโมฆะ และให้ ทรู ฯชำระเงินผลประโยชน์ตอบแทนตามสัญญาพิพาทเป็นเงินจำนวน 1,217,505,724.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,217,505,724.
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
MTC ปลื้ม!หุ้นกู้ 3 พันลบ.เกลี้ยง ย้ำพอร์ตสินเชื่อปีนี้แตะ 1.2 แสนลบ.สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ต.ค. 65 10:55 น.   MTC ปลื้ม!หุ้นกู้ 2 รุ่น มูลค่า 3,000 ล้านบาท ขายหมดเกลี้ยง ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมประเมิ...
อ่านเพิ่มเติม »
ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน นักลงทุนปรับตัวรับข้อมูลศก. : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในภูมิภาค ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ 27,379.40 จุด ลดลง 52.44 จุด หรือ -0.19%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 15,584.56 จุด เพิ่มขึ้น 266.89 จุด หรือ +1.74% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 2,997.42 จุด ลดลง 2.08 จุด หรือ -0.07% ดัชนีฮั่งเส็งพุ่งจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยดัชนีฮั่งเส็งเทคปรับตัวขึ้นกว่า 4% ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ระบุในวันนี้ (27 ต.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้ขยายตัว 0.3% ในไตรมาส 3/2565 ซึ่งชะลอตัวลงจากการขยายตัว 0.7% ในไตรมาส 2/2565 และเป็นการขยายตัวต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2564 …
อ่านเพิ่มเติม »
'เจพีมอร์แกน' จ้างพนักงานเพิ่มในเอเชีย รุกบริการชำระเงินการค้าดิจิทัล : อินโฟเควสท์เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ กำลังเปิดรับสมัครพนักงานทั่วตลาดหลัก ๆ ของเอเชีย เพื่อจัดตั้งทีมงานในด้านการจัดการธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านบัตรและการชำระเงินรูปแบบอื่น ๆ สำหรับภาคธุรกิจ ท่ามกลางการค้าผ่านระบบดิจิทัลที่กำลังเฟื่องฟูในขณะนี้ นายแมกซ์ นูเคอร์เชน หัวหน้าฝ่ายธุรกิจด้านการชำระเงินและการค้าของเจพีมอร์แกนเปิดเผยว่า เจพีมอร์แกนได้เริ่มให้บริการดังกล่าวในออสเตรเลีย, อินเดีย, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์ ส่วนในฮ่องกงนั้น บริษัทมีแผนที่จะให้บริการดังกล่าวในสิ้นปีนี้ “เจพีมอร์แกนวางแผนที่จะจ้างบุคลากรจำนวนมาก” นายนูเคอร์เชนให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ทั้งนี้ ธุรกิจการชำระเงินของเจพีมอร์แกนประกอบไปด้วยบริการด้านการเงิน, การซื้อขาย, บัตรชำระเงิน และบริการด้านการค้า ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้ทุกที่ทั่วโลกในทุกเวลาที่ต้องการ โดยเจพีมอร์แกนเล็งเห็นว่าในขณะที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซกำลังเฟื่องฟูทั่วภูมิภาคเอเชียและธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากต่างก็เตรียมรุกคืบเข้าสู่โลกดิจิทัลนั้น การมีบริษัทเหล่านี้เป็นลูกค้านั้นนับเป็นเรื่องที่น่าดึงดูดใจมากขึ้นสำหรับธนาคารและบรรดาบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงิน (ฟินเทค) นายนูเคอร์เชนระบุว่า อินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงสุด และเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากขนาดของประเทศและการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เงินสดไปสู่การชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เจพีมอร์แกนให้ความสำคัญในฐานะตลาดอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโต ส่วนออสเตรเลียนั้นได้ประโยชน์จากการที่ประชาชนใช้บัตรเครดิตจำนวนมาก ขณะที่สิงคโปร์และฮ่องกงก็เป็นศูนย์กลางการเงินที่สำคัญของเอเชีย ส่วนในประเทศจีนซึ่งมีอาลีเพย์และวีแชตเพย์เป็นจ้าวตลาดอยู่แล้วนั้น นายนูเคอร์เชนกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่เจพีมอร์แกนจะเจาะตลาดจีนซึ่งมีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก อย่างไรก็ดี เขาไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะขยายธุรกิจเข้าสู่จีนในอนาคต โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
สภาพัฒน์ แจงข้อเท็จจริงหลังธนาคารโลกชี้ไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงด้านรายได้ : อินโฟเควสท์นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ตามรายงานของธนาคารโลก “Thailand Rural Income Diagnostic: Challenges and Opportunities for Rural Farmers” เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 65 ที่ระบุถึงความยากจน ความแตกต่างกันของความยากจนระหว่างพื้นที่ และสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของรายได้ในประเทศไทยนั้น สภาพัฒน์ ขอชี้แจงถึงข้อเท็จจริงตามประเด็นต่างๆ ที่รายงานฉบับนี้ได้รายงานไว้ โดยสรุปดังนี้ 1. สถานการณ์ความยากจนและผลกระทบของโควิด-19 สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยหดตัวอย่างรุนแรง โดยในปี 63 หดตัวถึง 6.2% และส่งผลให้ผู้ว่างงานมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 6.5 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 74.4% (อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้นจาก 1.0% เป็น 1.69%) ส่งผลให้สัดส่วนคนจนเพิ่มขึ้นจาก 6.26% ในปี 62 (จำนวนคนจน 4.3 ล้านคน) เป็น 6.83% ในปี 63 …
อ่านเพิ่มเติม »
AAV-BA พุ่งรับจีนเพิ่มเที่ยวบิน ต.ค.65-มี.ค.66 และ ท่องเที่ยวในปท.คึกคัก : อินโฟเควสท์AAV พุ่งขึ้น 5.37% หรือเพิ่มขึ้น 0.16 บาท มาที่ 3.14 บาท มูลค่าซื้อขาย 225.02 ล้านบาท เมื่อเวลา 11.29 น. จากราคาเปิด 3.00 บาท ราคาสูงสุด 3.18 บาท ราคาต่ำสุด 3.00 บาท ส่วน BA พุ่งขึ้น 5.47% หรือเพิ่มขึ้น 0.70 บาท มาที่ 13.50 บาท มูลค่าซื้อขาย 133.77 ล้านบาท จากราคาเปิด 12.90 บาท ราคาสูงสุด 13.60 บาท ราคาต่ำสุด 12.90 บาท นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ราคาหุ้น บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น …
อ่านเพิ่มเติม »
MALEE ตั้งโต๊ะแลกหุ้น ABICO 1 ต่อ 1.12930899 หุ้นเพิ่มทุน 28 ต.ค.-9 ธ.ค.65 : อินโฟเควสท์บมจ.มาลีกรุ๊ป (MALEE) เตรียมเปิดรับแลกหุ้น บมจ.เอบิโก้ (ABICO) ตามแผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการระหว่าง MALEE และ ABICO ให้มีความชัดเจน เนื่องจากปัจจุบัน MALEE เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมี ABICO ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในสัดส่วน 27.21% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมด ภายหลังการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการ MALEE จะเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ถือหุ้นของ ABICO โดยที่ ABICO จะเพิกถอนหุ้นสามัญจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาด mai คงเหลือเพียง MALEE เป็นบริษัทจดทะเบียนเพียงบริษัทเดียว MALEE จะเริ่มทำการซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของ ABICO จำนวน 244,397,239 หุ้น คิดเป็น 100% ของหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ ABICO ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2565 จนถึงวันที่ 9 ธันวาคม 2565 รวม 30 …
อ่านเพิ่มเติม »