รายงานวิเคราะห์ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน โดยชี้ให้เห็นถึงปัจจัยบวกและลบที่ส่งผลกระทบ รวมถึงโอกาสในการเติบโตจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและผู้ย้ายถิ่นฐาน
เมื่อโลกเผชิญความไม่แน่นอน นักลงทุนจำนวนมากมักเข้าสู่โหมด Risk-Off เม็ดเงินจึงไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทองคำ สกุลเงินหลัก อย่างไรก็ตาม บางประเทศที่มีเสถียรภาพทาง เศรษฐกิจ และการเมืองในระดับดีอาจกลายเป็นจุดหมายทางเลือกของเงินทุน ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งหลายด้าน เช่น ค่าครองชีพแข่งขันได้ ระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ โครงสร้างพื้นฐานในเมืองหลักทำให้ตลาด อสังหาริมทรัพย์ เพื่ออยู่อาศัยระยะยาวหรือเกษียณอายุยังคงมีศักยภาพดึงดูดนักลงทุนต่างชาติกระทบต่อเนื่อง อสังหาริมทรัพย์ เชิงพาณิชย์ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ไม่ได้กระทบแค่ภาคพลังงานแต่ยังส่งผลต่อต้นทุนการเดินทางทางอากาศ เมื่อต้นทุนสายการบินเพิ่มขึ้น ราคาตั๋วเครื่องบินย่อมสูงขึ้นตาม อาจทำให้จำนวน นักท่องเที่ยว ระยะไกลลดลง ผลกระทบจึงอาจลามไปยังธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต คอนโดมิเนียมเพื่อ การลงทุน หากสถานการณ์ไม่ลุกลามรุนแรงผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอาจเป็นเพียงแรงกดดันระยะสั้นแต่เปิดโอกาสต่างชาติ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มักทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ หากค่าเงินบาทอ่อนค่า อาจส่งผลสองด้านด้านหนึ่ง คือ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งสร้างความไม่แน่นอนต่อ การลงทุน แต่อีกด้านหนึ่ง กลับทำให้ อสังหาริมทรัพย์ ไทยดูถูกลงในสายตานักลงทุนต่างชาติเมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินหลักจึงอาจเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของ อสังหาริมทรัพย์ ไทยนอกจากความเสี่ยง ภัทรชัย ยังมองว่า ความขัดแย้งระหว่างประเทศอาจเปิดโอกาสบางด้านให้ตลาด อสังหาริมทรัพย์ ไทย โดยเฉพาะกระแส การย้ายถิ่นฐาน ของชาวต่างชาติผู้มีรายได้สูง นักธุรกิจ หรือครอบครัวชนชั้นกลางจากประเทศที่เผชิญความไม่แน่นอน จะมองหาประเทศปลายทางที่ปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี ค่าครองชีพเหมาะสม ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบในหลายเมืองสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และ เชียงใหม่ “ การย้ายถิ่นฐาน อาจสร้างดีมานด์ใหม่ในหลายตลาด เช่น ตลาดเช่าระยะยาว การซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ตลาดลักชัวรี รีสอร์ต ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น โรงเรียนนานาชาติและบริการสุขภาพ” วิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนตลาด เพราะท้ายสุด ผลกระทบต่อ อสังหาริมทรัพย์ ไทยจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและระยะเวลาของความขัดแย้งจากสถานการณ์จำกัดวงแรงกระแทกอาจเป็นเพียงแรงกดดันระยะสั้นแต่หากยืดเยื้ออาจเร่งให้เกิดการปรับโครงสร้างของตลาดทั้งด้าน ต้นทุน ราคา และทิศทาง การลงทุน และหากนโยบายรัฐเอื้อต่อการดึงดูดต่างชาติวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้อาจกลายเป็น โอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของ อสังหาริมทรัพย์ ไทยในระยะยาว.
เมื่อโลกเผชิญความไม่แน่นอน นักลงทุนจำนวนมากมักเข้าสู่โหมด Risk-Off เม็ดเงินจึงไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ทองคำ สกุลเงินหลัก อย่างไรก็ตาม บางประเทศที่มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองในระดับดีอาจกลายเป็นจุดหมายทางเลือกของเงินทุน ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งหลายด้าน เช่น ค่าครองชีพแข่งขันได้ ระบบสาธารณสุขที่มีคุณภาพ โครงสร้างพื้นฐานในเมืองหลักทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยระยะยาวหรือเกษียณอายุยังคงมีศักยภาพดึงดูดนักลงทุนต่างชาติกระทบต่อเนื่องอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ไม่ได้กระทบแค่ภาคพลังงานแต่ยังส่งผลต่อต้นทุนการเดินทางทางอากาศ เมื่อต้นทุนสายการบินเพิ่มขึ้น ราคาตั๋วเครื่องบินย่อมสูงขึ้นตาม อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกลลดลง ผลกระทบจึงอาจลามไปยังธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต คอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุน หากสถานการณ์ไม่ลุกลามรุนแรงผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอาจเป็นเพียงแรงกดดันระยะสั้นแต่เปิดโอกาสต่างชาติ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มักทำให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ หากค่าเงินบาทอ่อนค่า อาจส่งผลสองด้านด้านหนึ่ง คือ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งสร้างความไม่แน่นอนต่อการลงทุนแต่อีกด้านหนึ่ง กลับทำให้อสังหาริมทรัพย์ไทยดูถูกลงในสายตานักลงทุนต่างชาติเมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินหลักจึงอาจเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอสังหาริมทรัพย์ไทยนอกจากความเสี่ยง ภัทรชัย ยังมองว่า ความขัดแย้งระหว่างประเทศอาจเปิดโอกาสบางด้านให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดยเฉพาะกระแสการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติผู้มีรายได้สูง นักธุรกิจ หรือครอบครัวชนชั้นกลางจากประเทศที่เผชิญความไม่แน่นอน จะมองหาประเทศปลายทางที่ปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี ค่าครองชีพเหมาะสม ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบในหลายเมืองสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และ เชียงใหม่ “การย้ายถิ่นฐานอาจสร้างดีมานด์ใหม่ในหลายตลาด เช่น ตลาดเช่าระยะยาว การซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ตลาดลักชัวรี รีสอร์ต ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง เช่น โรงเรียนนานาชาติและบริการสุขภาพ” วิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนตลาด เพราะท้ายสุด ผลกระทบต่ออสังหาริมทรัพย์ไทยจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและระยะเวลาของความขัดแย้งจากสถานการณ์จำกัดวงแรงกระแทกอาจเป็นเพียงแรงกดดันระยะสั้นแต่หากยืดเยื้ออาจเร่งให้เกิดการปรับโครงสร้างของตลาดทั้งด้าน ต้นทุน ราคา และทิศทางการลงทุน และหากนโยบายรัฐเอื้อต่อการดึงดูดต่างชาติวิกฤติภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้อาจกลายเป็น โอกาสเชิงยุทธศาสตร์ของอสังหาริมทรัพย์ไทยในระยะยาว
อสังหาริมทรัพย์ การลงทุน เศรษฐกิจโลก นักท่องเที่ยว การย้ายถิ่นฐาน



