ลิเวอร์พูลเปิดบ้านถล่มกาลาตาซารายขาดลอย ด้วยฟอร์มการเล่นที่เหนือกว่าทั้งเกมรุกและเกมรับ แม้ว่าจะมีปัจจัยสำคัญคือการบาดเจ็บของผู้เล่นกาลาตาซารายหลายรายก็ตาม
แต่กับ โอซิเมน มันเป็นอาการที่ชี้ชัดลำบาก จะว่าเล่นต่อไม่ได้ก็ไม่ใช่ เล่นไม่ไหวเลยก็ไม่เชิง และด้วยความที่ศูนย์หน้าชาวไนจีเรียคือความหวังสูงสุดในการทำประตูในเกมที่โอกาสน้อยเป็นทุนเดิมอย่างนี้ด้วย การตัดสินใจจาก โอคาน บูรุค และทีมงานของเขาที่ข้างสนามจึงดูเหมือนครึ่ง ๆ กลาง ๆ อย่างที่เห็นอันที่จริงแขนเดาะหรือหักไม่ทราบได้อย่างนั้น แม้เรี่ยวแรงจะยังเต็มร้อย แข้งขาจะยังสั่งการได้ตามตั้งใจ แต่กับสภาวะที่คนเป็นกองหน้าต้องเจอในการเล่นปกติ ต้องปะทะแย่งชิงลูกบอลกับคู่เซนเตอร์แบ็กของฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา
มันกลายเป็นอุปสรรคใหญ่อย่างน่าเห็นใจ เจ็บแขนที่ดูเหมือนห่างไกลหัวใจและไม่เสี่ยงต่อการเล่นต่อไม่ไหวเท่าเจ็บเข่า เจ็บข้อเท้า เจ็บแฮมสตริง จึงเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้เกมรุกของกาลาตาซารายจมหายไปกับเกลียวคลื่นของเกมที่แอนฟิลด์อย่างที่เห็น จากที่ยังไม่ปะติดปะต่อนัก บอลสองไม่ได้เปรียบเท่าไหร่ และต้องระวังตัวรุกทีมเยือนที่นอกจากโอซิเมนแล้วยังมี กาเบรียล ซาลา กับ บาริส ยิลมาส ที่อาจสร้างจังหวะอันตรายได้ ลิเวอร์พูลก็เริ่มครองเกมได้อย่างชัดเจนนับจากการเจ็บครั้งนั้น เยือนลิเวอร์พูลนั้นหนักอยู่แล้ว ยิ่งด้วยผลงานนอกบ้านของกาลาตาซารายฤดูกาลนี้ตรงกันข้ามกับเกมในบ้านโดยสิ้นเชิง มีโอซิเมนอยู่ยังลำบาก นี่อดีตหัวหอกนาโปลีถูกลดทอนประสิทธิภาพลงไปมากกว่าครึ่งก็ยิ่งจบกัน โมเมนตัมไม่สวิงกลับไปหาฝั่งกาลาตาซารายอีกเลย แม้บูรุคจะตัดสินใจเปลี่ยนตัวส่ง โนอา แลง กับ ลีรอย ซาเน่ ลงสนามมาตั้งแต่นาทีแรกของครึ่งหลังก็ตาม กับลิเวอร์พูลเองนี่คือเกมที่แฟนบอลอยากเห็น บอลสั้นไหลลื่น กล้าเปิดเกมรุกเข้าใส่ด้วยความเร็ว สถิติผ่านบอลเข้าเป้าแค่ 80 กว่าเปอร์เซนต์ในครึ่งแรกบอกกับเราว่าเกมนี้ อาร์เน่อ สั่งลูกทีมลุยแบบได้เสีย บอลสั้นในพื้นที่แคบ ๆ เล่นกัน 3-4 คนทำได้ไหลลื่นดีในหลาย ๆ จังหวะ รวมถึงความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะแต่ละคนช่วยสร้างโอกาสให้ทีมได้เรื่อย ๆประตูเบิกร่องจากลูกสูตรเตะมุมที่ อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ เปิดเรียดให้ โดมินิก โซโบซไล วิ่งมาแปเน้น ๆ หน้าเขตโทษทั้งน่าชื่นใจและโล่งใจในเวลาเดียวกันจังหวะต่าง ๆ ของเกมตกเป็นของลิเวอร์พูล ยิ่งเล่นก็ยิ่งไหลลื่นดูสนุก เสียบอลบ้างแต่ก็แย่งคืนกลับมาได้เร็วทั้งการรุมแย่งและการตอบโต้ที่หย่อนประสิทธิภาพของทีมเยือน ลูกจุดโทษที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงไม่เข้าในช่วงทดเวลาครึ่งแรกอาจจะน่าเสียดายและเป็นความหวั่นใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเปิดครึ่งหลังได้ไม่ถึง 10 นาที ดาวเตะอียิปต์มีส่วนกับทั้ง 2 ประตูให้ทีมนำห่าง 3-0 ความโล่งใจก็เกิดขึ้น และเมื่อซาลาห์ประสานงานกับ โฟลเรียน เวียร์ทซ์ ยิงเองในประตู 4-0 เมื่อผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกมไปเพียงสองนาที ความมั่นใจก็แผ่ซ่านไปทั่วแอนฟิลด์ผมคิดว่าเหตุผลที่ อาร์เน่อ เปลี่ยนตัวสำรองอย่าง ริโอ เอนกูโมอา กับ เฟเดริโก เคียซ่า ลงมาช้า และปล่อยให้ตัวจริงอย่าง เวียร์ทซ์ และ อูโก้ เอกิติเก้ เล่นเกือบเต็มเกมซึ่งอาจเสี่ยงต่อการบาดเจ็บทั้ง ๆ ที่เกมขาดไปแล้วนั้นน่าจะด้วยเหตุผล 2 ข้อ ข้อแรกคือเขาไม่อยากเพิ่มความเสี่ยงใด ๆ ในการที่กาลาตาซารายจะฟื้นกลับมาจากนรก แต่ที่สำคัญกว่าอาจเป็นข้อสองนั่นคือเขาน่าจะอยากให้ลูกทีมซึมซับโมเมนตัมแห่งความมั่นใจที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานั้นไว้ อาการถอดใจของผู้เล่นกาลาตาซารายที่ไม่มีบอลหนักหรือลูกฮึดสู้ให้เห็นเลยทั้งจากสกอร์ที่ตามหลังไกลและการบาดเจ็บอย่างโชคร้ายที่ทยอยเกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมทีม ยิ่งทำให้จังหวะต่าง ๆ ในเกมช่วง 20 นาทีสุดท้ายเป็นของลิเวอร์พูล ทุกคนกำลังเล่นด้วยความสนุก เคลื่อนที่รับบอล-ผ่านบอลให้กันอย่างลื่นไหลลื่น มีความเชื่อมั่น เพราะเกมดูเหมือนว่าทีมจะมีความหวังไปถึงการทำประตูในทุกครั้งที่ได้ครองบอล\เกมการแข่งขันฟุตบอลระหว่างลิเวอร์พูลและกาลาตาซารายเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบาดเจ็บของวิกเตอร์ โอซิเมน กองหน้าตัวความหวังของกาลาตาซาราย ซึ่งส่งผลกระทบต่อรูปเกมอย่างมาก แม้การบาดเจ็บของโอซิเมนจะไม่ชัดเจนว่าร้ายแรงแค่ไหน แต่ก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพของเกมรุกของกาลาตาซารายอย่างเห็นได้ชัด การตัดสินใจของโค้ชบูรัคและทีมงานจึงเป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด\ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นในการครองเกมและสร้างโอกาสทำประตูอย่างต่อเนื่อง การเล่นบอลสั้นที่แม่นยำและการประสานงานกันอย่างลงตัวทำให้ลิเวอร์พูลได้เปรียบอย่างมาก การทำประตูแรกจากลูกเตะมุมช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทีมอย่างมาก แม้จะมีลูกจุดโทษที่พลาดไปในช่วงแรก แต่ลิเวอร์พูลก็ยังคงเดินหน้าทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงครึ่งหลังที่โมฮาเหม็ด ซาลาห์แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำประตูอย่างยอดเยี่ยม\การตัดสินใจของโค้ชอาร์เน่อในการเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรองในช่วงท้ายเกมนั้นน่าสนใจอย่างยิ่ง อาจเป็นเพราะต้องการลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บของนักเตะตัวจริง หรืออาจเป็นเพราะต้องการให้นักเตะได้ซึมซับโมเมนตัมแห่งชัยชนะในเกมนั้น การที่กาลาตาซารายไม่สามารถตอบโต้ได้เลยนั้นแสดงให้เห็นถึงความพ่ายแพ้ทั้งในเรื่องของสกอร์และการบาดเจ็บของผู้เล่น ซึ่งทำให้ลิเวอร์พูลสามารถควบคุมเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จในช่วงท้ายเก
ลิเวอร์พูล กาลาตาซาราย ฟุตบอล โอซิเมน ซาลาห์ พรีเมียร์ลีก
