รายงานประชุมชี้กรรมการเฟดยังหนุนขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ เหตุเงินเฟ้อสูง ธนาคารกลางสหรัฐ สหรัฐ อัตราดอกเบี้ย อัตราเงินเฟ้อ เงินเฟ้อ เฟด อินโฟเควสท์
ธนาคารกลางสหรัฐ เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ในวันพุธ โดยระบุว่า กรรมการเฟดส่วนหนึ่งสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย. เนื่องจากเห็นว่าการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อเป็นไปอย่างเชื่องช้า อย่างไรก็ดี ภายหลังจากการอภิปรายสิ้นสุดลง กรรมการเฟดทุกคนได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมวันดังกล่าว
รายงานประชุมระบุว่า การที่เฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย.นั้น ก็เพื่อให้กรรมการมีเวลามากขึ้นในการประเมินความคืบหน้าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการประเมินว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่จะกลับสู่เป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2% หรือไม่ โดยปัจจุบันเงินเฟ้อสหรัฐอยู่สูงกว่าเป้าหมายดังกล่าวกว่า 2 เท่า ขณะเดียวกันรายงานประชุมระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ หลังจากที่เฟดตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. อย่างไรก็ตาม กรรมการเฟดต้องการให้ชะลอความแรงของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้เฟดมีเวลามากขึ้นในการประเมินผลกระทบที่เกิดจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า “กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่าแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังคงมีความไม่แน่นอนสูงมาก และเฟดกำลังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่จะได้รับในวันข้างหน้า เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสมต่อไป” ในการประชุมครั้งนี้ เฟดได้ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวสู่ระดับ 1.0% ในปีนี้ แต่ปรับลดตัวเลขคาดการณ์ในปี 2567 และ 2568 สู่ระดับ 1.1% และ 1.8% ตามลำดับ พร้อมกับปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสู่ระดับ 3.9% ในปีนี้ และอยู่ที่ 2.6% และ 2.2% ในปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบ จับตาแบงก์ชาติออสเตรเลียประกาศดอกเบี้ย : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบในวันนี้ (4 ก.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันนี้ ทั้งนี้ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดภาคเช้าที่ระดับ 19,289.06 จุด ลดลง 17.53 จุด หรือ -0.09% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,241.23 จุด ลดลง 2.75 จุด หรือ -0.08% และดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ระดับ 33,512.26 จุด ลดลง 241.07 จุด หรือ -0.71% นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่า RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 4.35% ในวันนี้ ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของออสเตรเลียแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2554 ดัชนีหลักทั้ง 3 ของตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ (3 ก.ค.) ก่อนตลาดปิดทำการในวันนี้ (4 ก.ค.) เนื่องในวันชาติสหรัฐ ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 0.21%, ดัชนี […]
อ่านเพิ่มเติม »
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ กลุ่มเฮลท์แคร์กดดันตลาด : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันจันทร์ (3 ก.ค.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์นำตลาดร่วงลง และบดบังแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ซึ่งปรับตัวขึ้นรับความหวังที่ว่าจีนจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในการซื้อขายวันแรกของครึ่งปีหลัง โดยถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นแอสตร้าเซนเนก้าซึ่งร่วงลง 8.0% ซึ่งเป็นการร่วงลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2563 หลังนักวิเคราะห์เปิดเผยว่า บริษัทอาจจะไม่ได้รับประโยชน์ตามที่คาดหวังจากการทดลองยารักษาโรคมะเร็งปอด ดัชนีหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ ร่วงลง 2.0% แต่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ พุ่ง 2.2% สวนทางตลาด เนื่องจากราคาโลหะส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้นจากความหวังที่ว่า รัฐบาลจีนจะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หลังข้อมูลบ่งชี้ว่ากิจกรรมการผลิตของจีนชะลอตัวในเดือนมิ.ย. ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้น 8.7% ในช่วงครึ่งปีแรก โดยได้แรงหนุนจากการทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นปี แต่ตลาดชะลอตัวลง หลังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนอ่อนแอ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลงในยูโรโซนส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังถูกกดดันหลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซน โดยผลสำรวจบ่งชี้ว่า กิจกรรมการผลิตหดตัวลงเร็วกว่าคาดในเดือนมิ.ย. เนื่องจากการคุมเข้มนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดการเงิน โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 ก.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
น้ำมัน WTI ปิดลบ 85 เซนต์ กังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว : อินโฟเควสท์สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (3 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งความกังวลดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากการที่ซาอุดีอาระเบียและรัสเซียปรับลดอุปทานน้ำมัน ในช่วงแรกนั้น ตลาดน้ำมันได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า อุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจจำนวน 1 ล้านบาร์เรล/วัน ออกไปจนถึงสิ้นเดือนส.ค. ขณะที่รัสเซียประกาศว่าจะลดการส่งออกน้ำมันจำนวน 500,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค. ทั้งนี้ การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย และการปรับลดการส่งออกน้ำมันของรัสเซียจะทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลง 1.5% แต่ราคาน้ำมันดิบอ่อนแรงลงในเวลาต่อมา เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก หลังมีรายงานว่าภาคการผลิตในหลายประเทศอ่อนแรงลง ซึ่งรวมถึงสหรัฐและจีน เอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวลงสู่ระดับ 46.3 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 48.4 ในเดือนพ.ค. โดยดัชนีอยู่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐ และเป็นการหดตัวติดต่อกันเดือนที่ 2 ขณะที่ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยไฉซินและเอสแอนด์พี โกลบอลระบุว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมิ.ย.ของจีนอยู่ที่ระดับ 50.5 ลดลงจากระดับ 50.9 ในเดือนพ.ค. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาคการผลิตของจีนได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงอย่างมาก นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความกังวลที่ว่าเฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย […]
อ่านเพิ่มเติม »
เงินบาทเปิด 35.00 แนวโน้มผันผวน จับตาผลโหวตประธานสภาฯ วันนี้ : อินโฟเควสท์นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงิน บาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 35.00 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนที่ระดับ 35.22 บาท/ดอลลาร์ ในช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น และเคลื่อนไหวในกรอบ 34.95-35.25 บาท/ดอลลาร์ ตามการอ่อนค่าลงของ เงินดอลลาร์ และการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ โดยเงินบาทยังมีแนวโน้มผันผวนสูง ท่ามกลางปัจจัยการเมืองในประเทศที่เริ่มมีผลกับ ตลาดการเงินไทยมากขึ้นในระยะนี้ “ไฮไลท์สำคัญที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด คือ ผลการโหวตเลือกประธานสภาฯ ในวันนี้ ซึ่งการประชุมสภาฯ จะเริ่มต้นในเวลา 9.00 น. และกระบวนการโหวตเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ทั้ง 2 ตำแหน่ง อาจใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง” ทั้งนี้ ควรระวังความผันผวนในช่วงที่ตลาดทยอยรับรู้ผลการเลือกประธานสภาฯ เพราะหากผลการเลือกเป็นไปตามที่ทั้งพรรค ก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยเสนอและแถลงในคืนก่อน เรามองว่า ตลาดการเงินอาจตอบรับในเชิงบวก หนุนให้เงินบาทมีโอกาสพลิกกลับมา แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทดสอบโซนแนวรับ 34.90 บาท/ดอลลาร์ได้ไม่ยาก แต่หากผลการเลือกประธานสภาฯ […]
อ่านเพิ่มเติม »
'พิธา' แจงเหตุถอยตำแหน่งปธ.สภาฯ ส่งสัญญาณภาวะผู้นำ รุกได้ ถอยเป็น ย้ำเสียง ส.ว.หนุนเพิ่มขึ้น : อินโฟเควสท์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า มั่นใจการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้จะมีความราบรื่น เป็นไปด้วยดี แต่ก่อนเริ่มประชุมก็จะมีการย้ำ ส.ส.อีกครั้ง เพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจกันให้การโหวตเป็นไปด้วยความราบรื่น ทั้งนี้ ยังเชื่อว่านายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จะไม่ถูกมองเป็นหมู่บ้านกระสุนตกที่มีความใกล้ชิดกับพรรคเพื่อไทย แต่จากหน้าสื่อ ก็ได้รับการยอมรับที่ดี และส่วนตัวเคยทำงานมาด้วยกัน จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำสภาให้ก้าวหน้าได้ ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง นายพิธา กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นการรักษาเอกภาพของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ใหญ่กว่า แสดงให้เห็นถึงความหนักแน่นและความคงเส้นคงวาของพรรคก้าวไกลที่แสดงให้เห็นว่า หลักการสำคัญกว่าบุคคล ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ ก็รับหลักการทุกอย่าง โดยเฉพาะการทำสภาให้เกิดความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ รวมถึงกฎหมายสำคัญ และยืนยันว่าที่มีแถลงการณ์วานนี้ ที่ได้ระบุถึงการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองได้รับความเห็นชอบ จึงได้ออกมาแถลงให้รับทราบ ส่วนความคืบหน้าการรวมเสียง ส.ว.เพื่อสนับสนุนโหวตเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นขอให้รอดูช่วงระยะเวลาใกล้ๆ แต่ขณะนี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว จึงถือเป็นการส่งสัญญาณภาวะผู้นำที่ดี รุกได้ ถอยเป็น เช่น แม้จะเป็นพรรคที่หนึ่งจะต้องเสนอชื่อประธานสภาฯ แต่ในขณะเดียวกัน การรักษาเอกภาพ เพื่อที่จะได้เป้าหมายที่ใหญ่กว่าก็เป็นสิ่งสำคัญ แสดงให้เห็นอีกว่า ผู้นำคนนี้ก็เข้าใจว่า เมื่อเวลารุกก็รุกให้สุด เมื่อเวลาที่ถอยถ้าไม่เสียหลักการ และก็ได้ในสิ่งที่ไม่เสียหลักการ และเห็นความก้าวหน้าของสภา และประชาชนเป็นที่ตั้ง จึงถือเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างให้ ส.ว.ได้เห็น “การรุกได้ถอยเป็น ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ […]
อ่านเพิ่มเติม »
AWC จับมือ SCB ลงนามสินเชื่อความยั่งยืน 2 หมื่นลบ.ดันไทยสู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวระดับโลก : อินโฟเควสท์นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า การลงทุนอย่างต่อเนื่องของ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของประเทศ เป็นตัวบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงอนาคตทางเศรษฐกิจไทยที่กำลังดีขึ้น SCB จึงสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (Sustainability Linked Loan) และสินเชื่อสีเขียว (Green Loan) จำนวน 2 หมื่นล้านบาท แก่ AWC เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการใหม่ๆ และการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของ AWC ขณะเดียวกันยังเป็นการสนับสนุนพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อมของธนาคาร และธุรกิจภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ โดยมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากการดำเนินงานภายในปี 2030 และจากการให้สินเชื่อและการลงทุนภายในปี 2050 ธนาคารมีความเชื่อมั่นในศักยภาพทางธุรกิจของ AWC และเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนทางการเงินจำนวน 20,000 ล้านบาทในครั้งนี้ จะช่วยเสริมศักยภาพทางธุรกิจให้แก่ AWC ผ่านการพัฒนาโครงการคุณภาพมากมาย ที่จะสร้างความน่าตื่นเต้นให้แก่วงการอสังหาริมทรัพย์ และเพื่อสนับสนุนประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ยั่งยืนระดับโลก นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แอสเสท เวิรด์ คอร์ป (AWC) กล่าวว่า AWC […]
อ่านเพิ่มเติม »