รัฐบาลมอสโกตอบโต้ด้วยความก้าวร้าวทางทหาร หลังยูเครนและยุโรปลงนามข้อตกลง "ดีลโดรนรบ" (Drone Deal) ครั้งประวัติศาสตร์
ความก้าวร้าวทางทหาร ของรัฐบาลมอสโกในรอบนี้ ถูกนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างรุนแรงต่อกรณีที่ อูร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการ ยุโรป (EU) ได้เดินทางมาเยือนกรุงเคียฟอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธ เพื่อร่วมพิธีเนื่องในวันสถาปนารัฐของ ยูเครน พร้อมทั้งร่วมลงนามกับประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ในข้อตกลง "ดีลโดรนรบ" (Drone Deal) ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งมีเป้าหมายในการผสมผสานประสบการณ์ในสนามรบจริงของ ยูเครน เข้ากับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมอันมหาศาลของสหภาพ ยุโรป เพื่อร่วมกันจัดตั้งโครงการผลิตและเร่งขยายกำลังการผลิตโดรนโจมตีขั้นสูงในพื้นที่ปลอดภัยนอก ยูเครน เพื่อส่งมาทำสงครามสงครามที่ลากยาวเข้าสู่ปีที่สี่ทวีความโหดเหี้ยมและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานท้องถิ่นของ ยูเครน รายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของ รัสเซีย ในช่วงกลางวันแสกๆ ของวันพุธที่ผ่านมา ได้สร้างโศกนาฏกรรมคร่าชีวิตพลเรือนไปทันทีถึง 13 ราย และส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกประมาณ 50 คน ทั่วประเทศ เป้าหมายการทำลายล้างของกองทัพ รัสเซีย ในระลอกนี้ มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างชัดเจน โดยขีปนาวุธได้พุ่งเป้าโจมตีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และสถานพยาบาล (Healthcare Facilities) ในเมืองท่าโอเดซา (Odesa) ริมฝั่งทะเลดำ ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกธัญพืชสำคัญ รวมถึงการปูพรมถล่มพื้นที่เมืองซูมี (Sumy) ทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีพรมแดนประชิดติดกับ รัสเซีย โดยความรุนแรงที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายได้ยกระดับการใช้อาวุธทำลายล้างสูงโจมตีข้ามพรมแดนกันอย่างดุเดือดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์พุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังว.
ความก้าวร้าวทางทหารของรัฐบาลมอสโกในรอบนี้ ถูกนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างรุนแรงต่อกรณีที่ อูร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EU) ได้เดินทางมาเยือนกรุงเคียฟอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธ เพื่อร่วมพิธีเนื่องในวันสถาปนารัฐของยูเครน พร้อมทั้งร่วมลงนามกับประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ในข้อตกลง "ดีลโดรนรบ" (Drone Deal) ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งมีเป้าหมายในการผสมผสานประสบการณ์ในสนามรบจริงของยูเครนเข้ากับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมอันมหาศาลของสหภาพยุโรป เพื่อร่วมกันจัดตั้งโครงการผลิตและเร่งขยายกำลังการผลิตโดรนโจมตีขั้นสูงในพื้นที่ปลอดภัยนอกยูเครนเพื่อส่งมาทำสงครามสงครามที่ลากยาวเข้าสู่ปีที่สี่ทวีความโหดเหี้ยมและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานท้องถิ่นของยูเครนรายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของรัสเซียในช่วงกลางวันแสกๆ ของวันพุธที่ผ่านมา ได้สร้างโศกนาฏกรรมคร่าชีวิตพลเรือนไปทันทีถึง 13 ราย และส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกประมาณ 50 คน ทั่วประเทศ เป้าหมายการทำลายล้างของกองทัพรัสเซียในระลอกนี้ มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างชัดเจน โดยขีปนาวุธได้พุ่งเป้าโจมตีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และสถานพยาบาล (Healthcare Facilities) ในเมืองท่าโอเดซา (Odesa) ริมฝั่งทะเลดำ ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกธัญพืชสำคัญ รวมถึงการปูพรมถล่มพื้นที่เมืองซูมี (Sumy) ทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีพรมแดนประชิดติดกับรัสเซีย โดยความรุนแรงที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายได้ยกระดับการใช้อาวุธทำลายล้างสูงโจมตีข้ามพรมแดนกันอย่างดุเดือดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์พุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังว
รัสเซีย ยูเครน ยุโรป ข้อตกลง \ดีลโดรนรบ\ ความก้าวร้าวทางทหาร
