ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ การดี เลียวไพโรจน์ ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ การดี เลียวไพโรจน์ ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport โดยระบุว่ายังสามารถทบทวนหรือปรับ TOR ได้ ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ แต่ในบางประเด็นอาจสะท้อนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของโครงการและกระบวนการบริหารสัญญาภาครัฐรองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า โครงการ TH-AI Passport ได้ลงนามในสัญญาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดำเนินการครบถ้วนตามกฎหมายทุกขั้นตอน ดังนั้น ประเด็นที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องการจัดทำ TOR หรือการกลับไปแก้ไข TOR อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องการบริหารสัญญาให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศ“เมื่อสัญญามีผลผูกพันแล้ว สิ่งที่หน่วยงานรัฐต้องทำคือบริหารสัญญาให้มีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ใช่ย้อนกลับไปถกเถียงในขั้นตอนที่ผ่านพ้นไปแล้ว หากใครยังมองว่าทางออกของทุกเรื่องคือการกลับไปแก้ TOR ก็อาจสะท้อนความเข้าใจที่ไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับกระบวนการทำงานหลังการลงนามสัญญาของภาครัฐ” รองโฆษกรัฐบาลกล่าวลลิดากล่าวต่อว่า หลักการที่รัฐบาลยึดถืออย่างชัดเจน คือ แก้สัญญาไม่ได้ แต่ปรับปรุงเพิ่มเติมได้ หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน และประโยชน์ที่รัฐจะได้รับต้องไม่ลดลง ซึ่งเป็นแนวทางที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน“รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นข้อเสนอแนะ ตรงกันข้าม เรากำลังเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปหารือกับคู่สัญญาและพิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนที่สามารถทำได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ ประโยชน์ที่ประชาชนและรัฐจะได้รับต้องไม่ลดลง จะเพิ่มขึ้นได้ แต่ลดลงไม่ได้” รองโฆษกรัฐบาลกล่าวสำหรับประเด็นที่มีการระบุว่ายังไม่มีการจ่ายเงินงวดแรก จึงยังสามารถทบทวนโครงการได้นั้น รองโฆษกรัฐบาลชี้แจงว่า การจ่ายเงินไม่ใช่ตัวกำหนดสถานะทางกฎหมายของสัญญา เพราะสัญญามีผลผูกพันตั้งแต่วันที่ลงนาม ส่วนการตรวจรับงานงวดแรกเป็นเพียงขั้นตอนปกติของการบริหารสัญญา“การจ่ายเงินไม่ใช่จุดเริ่มต้นของสัญญา และการยังไม่จ่ายเงินไม่ได้หมายความว่าสามารถยกเลิกหรือรื้อโครงการได้ตามต้องการ การบริหารโครงการภาครัฐต้องยึดตามข้อกฎหมายและข้อผูกพันที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่ยึดตามความรู้สึกหรือกระแสทางการเมือง” รองโฆษกรัฐบาลกล่าวในส่วนของเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่า เป็นเวทีที่จัดขึ้นด้วยเจตนาที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเข้าร่วมรับฟังด้วยตนเอง พร้อมเชิญผู้รับจ้างเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอแนะโดยตรง เพื่อให้สามารถนำความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ไปหารือร่วมกันและพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น“การตัดสินล่วงหน้าว่าเวทีดังกล่าวเป็นเพียงการฟอกขาว ทั้งที่เวทียังไม่เกิดขึ้น เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะอาจทำให้ประชาชนที่ต้องการเข้ามาแสดงความคิดเห็นรู้สึกไม่กล้าหรือกังวล ทั้งที่ทุกความคิดเห็นมีคุณค่า และรัฐบาลพร้อมนำไปใช้ประโยชน์จริง” รองโฆษกรัฐบาลกล่าวรองโฆษกรัฐบาลกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไม่ได้ยึดติดกับวิธีการใดวิธีการหนึ่ง แต่ยึดเป้าหมายเป็นสำคัญ คือการทำให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว“การพัฒนาประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบและเสนอแนะ ซึ่งรัฐบาลยินดีรับฟังเสมอ แต่ขอให้การวิพากษ์วิจารณ์อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ครบถ้วน เพราะเป้าหมายสูงสุดของทุกฝ่ายควรเป็นประโยชน์ของประชาชนและอนาคตของประเทศ” รองโฆษกรัฐบาลกล่าวรองโฆษกรัฐบาลกล่าวอีกว่า “หากมีข้อเสนอที่ช่วยให้โครงการดีขึ้น คุ้มค่าขึ้น และสร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากขึ้น รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกประการ แต่หากยังวนอยู่กับประเด็นที่พ้นจากขั้นตอนการดำเนินงานไปแล้ว ก็อาจไม่ช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญในวันนี้คือการทำให้โครงการเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดต่อคนไทย ไม่ใช่การย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ในทุกครั้งที่มีข้อถกเถียงทางการเมือง”.
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ การดี เลียวไพโรจน์ ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport โดยระบุว่ายังสามารถทบทวนหรือปรับ TOR ได้ ว่า รัฐบาลรับฟังทุกข้อเสนอแนะด้วยความเคารพ แต่ในบางประเด็นอาจสะท้อนความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของโครงการและกระบวนการบริหารสัญญาภาครัฐรองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า โครงการ TH-AI Passport ได้ลงนามในสัญญาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างดำเนินการครบถ้วนตามกฎหมายทุกขั้นตอน ดังนั้น ประเด็นที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้จึงไม่ใช่เรื่องการจัดทำ TOR หรือการกลับไปแก้ไข TOR อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องการบริหารสัญญาให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศ“เมื่อสัญญามีผลผูกพันแล้ว สิ่งที่หน่วยงานรัฐต้องทำคือบริหารสัญญาให้มีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ใช่ย้อนกลับไปถกเถียงในขั้นตอนที่ผ่านพ้นไปแล้ว หากใครยังมองว่าทางออกของทุกเรื่องคือการกลับไปแก้ TOR ก็อาจสะท้อนความเข้าใจที่ไม่ครบถ้วนเกี่ยวกับกระบวนการทำงานหลังการลงนามสัญญาของภาครัฐ” รองโฆษกรัฐบาลกล่าวลลิดากล่าวต่อว่า หลักการที่รัฐบาลยึดถืออย่างชัดเจน คือ แก้สัญญาไม่ได้ แต่ปรับปรุงเพิ่มเติมได้ หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน และประโยชน์ที่รัฐจะได้รับต้องไม่ลดลง ซึ่งเป็นแนวทางที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน“รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นข้อเสนอแนะ ตรงกันข้าม เรากำลังเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อนำไปหารือกับคู่สัญญาและพิจารณาปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนที่สามารถทำได้ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ ประโยชน์ที่ประชาชนและรัฐจะได้รับต้องไม่ลดลง จะเพิ่มขึ้นได้ แต่ลดลงไม่ได้” รองโฆษกรัฐบาลกล่าวสำหรับประเด็นที่มีการระบุว่ายังไม่มีการจ่ายเงินงวดแรก จึงยังสามารถทบทวนโครงการได้นั้น รองโฆษกรัฐบาลชี้แจงว่า การจ่ายเงินไม่ใช่ตัวกำหนดสถานะทางกฎหมายของสัญญา เพราะสัญญามีผลผูกพันตั้งแต่วันที่ลงนาม ส่วนการตรวจรับงานงวดแรกเป็นเพียงขั้นตอนปกติของการบริหารสัญญา“การจ่ายเงินไม่ใช่จุดเริ่มต้นของสัญญา และการยังไม่จ่ายเงินไม่ได้หมายความว่าสามารถยกเลิกหรือรื้อโครงการได้ตามต้องการ การบริหารโครงการภาครัฐต้องยึดตามข้อกฎหมายและข้อผูกพันที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่ยึดตามความรู้สึกหรือกระแสทางการเมือง” รองโฆษกรัฐบาลกล่าวในส่วนของเวทีรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 รองโฆษกรัฐบาลยืนยันว่า เป็นเวทีที่จัดขึ้นด้วยเจตนาที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเข้าร่วมรับฟังด้วยตนเอง พร้อมเชิญผู้รับจ้างเข้าร่วมรับฟังข้อเสนอแนะโดยตรง เพื่อให้สามารถนำความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ไปหารือร่วมกันและพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น“การตัดสินล่วงหน้าว่าเวทีดังกล่าวเป็นเพียงการฟอกขาว ทั้งที่เวทียังไม่เกิดขึ้น เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะอาจทำให้ประชาชนที่ต้องการเข้ามาแสดงความคิดเห็นรู้สึกไม่กล้าหรือกังวล ทั้งที่ทุกความคิดเห็นมีคุณค่า และรัฐบาลพร้อมนำไปใช้ประโยชน์จริง” รองโฆษกรัฐบาลกล่าวรองโฆษกรัฐบาลกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไม่ได้ยึดติดกับวิธีการใดวิธีการหนึ่ง แต่ยึดเป้าหมายเป็นสำคัญ คือการทำให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยี AI อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว“การพัฒนาประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ขณะที่ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบและเสนอแนะ ซึ่งรัฐบาลยินดีรับฟังเสมอ แต่ขอให้การวิพากษ์วิจารณ์อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ครบถ้วน เพราะเป้าหมายสูงสุดของทุกฝ่ายควรเป็นประโยชน์ของประชาชนและอนาคตของประเทศ” รองโฆษกรัฐบาลกล่าวรองโฆษกรัฐบาลกล่าวอีกว่า “หากมีข้อเสนอที่ช่วยให้โครงการดีขึ้น คุ้มค่าขึ้น และสร้างประโยชน์ให้ประชาชนมากขึ้น รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกประการ แต่หากยังวนอยู่กับประเด็นที่พ้นจากขั้นตอนการดำเนินงานไปแล้ว ก็อาจไม่ช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญในวันนี้คือการทำให้โครงการเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดต่อคนไทย ไม่ใช่การย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่ในทุกครั้งที่มีข้อถกเถียงทางการเมือง”
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News: คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ตระกูลชิดชอบ พบว่าความคุกคามมรสุมรอบทิศทางของการตรวจสอบบทวิเคราะห์กรณีที่ตระกูลชิดชอบ ของ 'เนวิน' 'ไชยชนก' และ 'ศักดิ์สยาม' ต้องเผชิญกับการตรวจสอบจากข้อพิพาทที่ดินเขากระδοง โครงการ TH-AI Passport และคดีซุกหุ้น ที่สะท้อนการดึงประเด็นกฎหมายมาเป็นคำถามเรื่องความเหลื่อมล้ำ การใช้อำนาจทางการเมือง และความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระ
อ่านเพิ่มเติม »
ไชยชนก ชิดชอบ ยืนยันเปิดรับฟังความเห็นโครงการ TH-AI PASSPORT อย่างรอบด้าน พร้อมปรับรายละเอียดผ่านบันทึกแนบท้ายสัญญานายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยืนยันเดินหน้าโครงการ TH-AI PASSPORT ภายใต้หลักการความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะและนำไปปรับปรุงโครงการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คุ้มค่าต่อการใช้งบประมาณแผ่นดิน และตอบโจทย์การพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ของประเทศ
อ่านเพิ่มเติม »
ไชยชนก แจงทีโออาร์ TH-AI PASSPORT ยังปรับได้ รอผลรับฟังความเห็น 11 มิ.ย.ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ชโครงการ TH-AI PASSPORT ในวันที่ 11 มิถุนายน
อ่านเพิ่มเติม »
TH-AI Passport Forum หมากฟอกขาวโครงการพันล้าน ของภูมิใจไทย ?จับตา TH-AI Passport Forum ท่ามกลางข้อกังขาโครงการ AI วงเงิน 1,621 ล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม »
'การดี' สวนกระทรวงดีอี หมกเม็ด-ฟอกขาว โครงการแจก AI ฟรี ยันกฎหมายเปิดช่องปรับแก้หรือยกเลิกได้'การดี' ชี้โครงการ TH-AI Passport ยังไม่สายเกินทบทวน หลังดีอียังไม่จ่ายเงินงวดแรก ย้ำกฎหมายเปิดช่องปรับ TOR ได้ พร้อมเชิญชวนร่วมสะท้อนความเห็น 11 มิ.ย.นี้ หวั่น เวทีรับฟังกลายเป็นเพียง ‘ฟอกขาว’ หากไม่เปิดรับข้อกังวลอย่างแท้จริง
อ่านเพิ่มเติม »
รบ.ย้ำTH AI Passport สัญญามีผลแล้ว ไม่ใช่เวลาถกเถียง TORรองโฆษกรัฐบาลแจง 'การดี' ปม TH AI Passport ย้ำสัญญามีผลผูกพันแล้วตามกฎหมาย ชี้ถึงเวลาบริหารสัญญา ไม่ใช่ย้อนกลับไปถกเถียงเรื่อง TOR รับฟังทุกความเห็นเพื่อเพิ่มประโยชน์ให้ประชาชน
อ่านเพิ่มเติม »




