กระทรวงคมนาคมเร่งบูรณาการระบบการบินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมเปิดเส้นทางบินใหม่ L770 จากไทยสู่จีน ลดระยะทางการบิน 27.5-35 ก.ม. และผลักดัน SWIM ให้เข้ามาตรฐาน ICAO ภายในปี 2573 เพื่อตอบสนองการบินระดับโลกและฟื้นตัวอุตสาหกรรมการบินไทย
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช. คมนาคม แถลงผลการดำเนินงาน และแผนการทำงานในอนาคตของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ว่า กระทรวงคมนาคมเดินหน้ายกระดับระบบการบินของประเทศ โดยผลักดันการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาการบริหารจราจรทางอากาศ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดความล่าช้าของเที่ยวบิน และสนับสนุนการบินที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยให้ บวท.
เร่งบูรณาการข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศ ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และพัฒนาระบบ System Wide Information Management เพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลการบินในรูปแบบดิจิทัล ตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการจัดการโครงสร้างพื้นฐาน และแลกเปลี่ยนข้อมูลการบินดิจิทัล ภายในปี 2573 สอดรับกับเป้าหมายผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการบินระดับโลก ด้านนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ ประธานกรรมการ บวท.
กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 คาดว่าจะมีเที่ยวบินรวม 919,643 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 2,520 เที่ยวบินต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2568 ร้อยละ 1.64 โดยขณะนี้ปริมาณเที่ยวบินรวมอยู่ที่ 777,456 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ย 2,558 เที่ยวบินต่อวัน แบ่งเป็น เที่ยวบินระหว่างประเทศ 385,991 เที่ยวบิน เที่ยวบินภายในประเทศ 297,234 เที่ยวบิน และเที่ยวบินผ่านน่านฟ้า 94,231 เที่ยวบิน ซึ่งแม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ยังสะท้อนการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมการบินไทย โดยประเทศที่มีเที่ยวบินเข้า-ออก และผ่านน่านฟ้าไทยมากที่สุด ได้แก่ จีน อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ขณะที่สนามบินที่มีเที่ยวบินหนาแน่นที่สุด ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ และสมุย นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า อีกก้าวสำคัญคือ การเปิดใช้เส้นทางบิน L770 ตั้งแต่วันที่ 3 ก.
ย. 2569 ซึ่งเป็นเส้นทางบินตรงจากประเทศไทยสู่ประเทศจีน ที่ใกล้กว่าเส้นทางบินเดิม ผ่านความร่วมมือของไทย จีน และ สปป.
ลาว ช่วยลดระยะทางการบิน 27.5–35.2 ไมล์ทะเลจากเส้นทางบินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน หรือประมาณ 3 นาทีต่อเที่ยวบิน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจราจรทางอากาศ ลดต้นทุน ประหยัดเชื้อเพลิง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรองรับการเติบโตของการเดินทางระหว่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับจีน นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. กล่าวว่า บวท.
เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเดินอากาศผ่าน 6 โครงการสำคัญ ได้แก่ 1. โครงการบูรณาการข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศ หรือ Weather Radar Integration เชื่อมโยงข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศเข้ากับระบบควบคุมจราจรทางอากาศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ และนักบินเห็นข้อมูลสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ โดยเริ่มใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิภายในปี 2570, 2.
โครงการนำ Digital Tower มาใช้งานที่สนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง พร้อมทั้งนำ Remote Tower มาใช้ที่ท่าอากาศยานนราธิวาส และเบตง โดยระบบดังกล่าว จะใช้กล้องวงจรปิดประสิทธิภาพสูง และระบบแสดงผลอัจฉริยะ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมจราจรทางอากาศ ยกระดับความปลอดภัย เพิ่มความแม่นยำในการมองเห็น และเพิ่มความต่อเนื่องในการให้บริการ จะเริ่มจัดหาในเดือน ต.
ค. 2569 คาดว่าจะเปิดใช้งานภายในปี 2571 3.
โครงการพัฒนาระบบ System Monitoring and Control เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม และควบคุมระบบวิศวกรรมจราจรทางอากาศตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะติดตามการทำงานของระบบทั่วประเทศไว้ในศูนย์ควบคุมเดียว ครอบคลุมทั้งระบบสื่อสาร ระบบช่วยการเดินอากาศ ระบบติดตามอากาศยาน ระบบเครือข่าย ระบบบริการจราจรทางอากาศ รวมถึงระบบสนับสนุนต่างๆ ทำให้สามารถติดตาม วิเคราะห์ และแก้ไขเหตุขัดข้องได้รวดเร็ว โดยต้นปี 2570 จะเริ่มใช้งานที่ศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ และมีแผนขยายผลสู่ศูนย์ควบคุมการบินหลักทั้ง 9 แห่งทั่วประเทศ ภายในปี 2571 4.
โครงการพัฒนาระบบการบินสมัยใหม่ โดยอยู่ระหว่างการยกระดับเปลี่ยนถ่ายไปสู่การให้บริการ System Wide Information Management ที่จะปรับเปลี่ยนการแลกเปลี่ยนข้อมูลการบินไปสู่รูปแบบดิจิทัล และเชื่อมโยงระบบการบินเข้าด้วยกันทั้งหมด ภายในปี 2573 ช่วยเพิ่มความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการเดินอากาศ วางรากฐานสำคัญของการบริหารจัดการจราจรทางอากาศด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อมโยงถึงกัน และทันเวลาต่อการตัดสินใจ, 5.
การให้บริการจัดการความคล่องตัวของการจราจรทางอากาศสำหรับเที่ยวบินผ่านน่านฟ้าประเทศอัฟกานิสถาน โดยใช้ระบบ Bay of Bengal Cooperative Air Traffic Flow Management System ซึ่ง บวท. เป็นผู้พัฒนาระบบขึ้นเอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเที่ยวบิน ลดเวลาบินวนรอ ประหยัดเชื้อเพลิง และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์กว่า จนได้รับการยอมรับจากสายการบินนานาชาติ และ 6.
การขับเคลื่อนการบินอย่างยั่งยืน ผ่านการบริหารจราจรทางอากาศที่ช่วยลดระยะเวลาการบิน ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้ บวท. ได้รับการรับรอง Green ATM ระดับ 2 จาก CANSO และตั้งเป้าหมายยกระดับสู่ Green ATM ระดับ 3 ในปี 2571 นายสุรชัย กล่าวต่อว่า ผลการดำเนินงานทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บวท.
ในการยกระดับระบบบริการการเดินอากาศของประเทศไทยให้มีความปลอดภัย ทันสมัย และยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมตามมาตรฐานโลก พร้อมรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินในทุกมิติ และสนับสนุนการพัฒนาประเทศสู่การเป็น World-class Aviation Hub เพื่อประโยชน์ ของสายการบิน และผู้โดยสารต่อไป
เทคโนโลยีการบิน สนามบินไทย เส้นทางบินใหม่ ICAO อุตสาหกรรมการบิน
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News: คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
กำหนดยุทธศาสตร์ Ecosystem ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้T3 Technology ผนึกพันธมิตร Tuya Smart ลงนามข้อตกลงและร่วมกำหนดยุทธศาสตร์สร้าง Ecosystem รุกตลาดอุปกรณ์สมาร์ทโฮม คาดปี 2573 ตลาด IoT ไทยมีมูลค่าสูงถึง 2.19 พันล้านเหรียญสหรัฐ และทำให้ประเทศไทยเป็นต้นแบบในอาเซียน
อ่านเพิ่มเติม »
สังคมโลก : อาวุธนิวเคลียร์กระทรวงกลาโหมสหรัฐปรับจำนวนประเมิน หัวรบนิวเคลียร์ในครอบครองของจีน เพิ่มขึ้นสูงลิ่ว ในระยะไม่กี่ปีล่าสุด โดยเชื่อว่าปักกิ่งน่าจะมีประมาณ 700 ลูก ภายในปี 2570 และอาจจะถึง 1,000 ลูก ในปี 2573 สังคมโลก เดลินิวส์
อ่านเพิ่มเติม »
กรุงศรีฯรุก สินเชื่อสีเขียว ตั้งเป้าปล่อยแสนล้านปี 73กรุงศรี เร่งปฏิบัติการ “Krungsri’s Race to Net Zero” กางโรดแมปสู่ Net Zero ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากกระบวนการทางธุรกิจของธนาคารให้เหลือศูนย์ภายในปี 2573 พร้อมตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อธุรกิจสีเขียว 1 แสนล้าน ในปี 2573 ยันภายในสิ้นปี 2565 ไม่มีขยะ RDF สู่บ่อฝังกลบ
อ่านเพิ่มเติม »
'ทรู' เร่งขับเคลื่อน NET ZERO ลดขยะอิเล็กทรอนิกส์-เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนทรูเดินหน้า Carbon Neutral สโคป 1-2 ปี 2573 Net Zero ปี 2593 พร้อมลดปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ฝังกลบเป็นศูนย์ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 42% ภายในปี 2573
อ่านเพิ่มเติม »
กระทรวงพลังงานชี้แผน PDP 2024 ยังไม่นิ่ง เพิ่ม Green Energy ตอบโจทย์ลดคาร์บอน ยันก๊าซฯเป็นพลังงานหลักปลัดกระทรวงพลังงานเผยแผน PDP 2024 ยังไม่นิ่ง รับฟังทุกภาคส่วน หวังเพิ่มพลังงานหมุนเวียน ลดคาร์บอน ปรับแผนเพิ่มโซลาร์ใหม่ จากเดิมที่จะเข้าระบบทั้งหมด 24,000 เมกะวัตต์ หลังปี 2573 มาเป็นเร่งโซลาร์ใหม่ 10,000 เมกะวัตต์แรก ให้เร็วขึ้นเป็นภายใน ปี 2573 เพื่อให้สอดคล้องเป้าหมาย NDC 40% ยันก๊าซธรรมชาติยังเป็นเชื้อเพลิงหลักสร้างความมั่งคงระบบพลังงาน...
อ่านเพิ่มเติม »
ไต้หวันเรียกร้องการมีส่วนร่วมใน ICAO เพื่อความปลอดภัยการบินและเป้าหมายคาร์บอนสุทธิผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย อธิบายเหตุผลที่ไต้หวันควรมีส่วนร่วมกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) โดยชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไต้หวันในการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและเป้าหมายการลดคาร์บอนของ ICAO พร้อมทั้งเรียกร้องให้ ICAO พิจารณาการมีส่วนร่วมของไต้หวันในการพัฒนาความปลอดภัยการบินและเป้าหมายความยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติม »




