ยืมรัฐบาล 'ด่าประจานนาย' คนปลายซอย เปลวสีเงิน
อย่าว่าแต่ตำแหน่ง"นายกฯ" เลย เอาแค่ตำแหน่ง"หัวหน้าพรรค" ทักษิณก็ไม่เคยให้เครดิต ส.ส.อีสาน ที่จะให้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งนั้นซักคนเป็นคนในครอบครัวทักษิณซะ ๓ มีเพียงอดีตนายกฯ สมัครคนเดียวที่ทักษิณใช้เป็นนอมินีมาดูตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยบ้าง ก็"ไม่มี ส.ส.อีสาน" อีกเช่นเคย
นอกจากทักษิณ ก็มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, นายปลอดประสพ สุรัสวดี , นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ แล้วก็ นพ.ชลน่าน ศรีแก้วนับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๐ เรื่อยมา ไปพลิกทำเนียบนายกรัฐมนตรีดูซิ มีนายกฯ จาก"ส.ส.อีสาน" ซักคนมั้ย? ทั้งที่ภาคอีสาน มี ส.ส.มากที่สุดกว่าทุกภาค คือ กว่า ๑๓๐ คน และทุกวันนี้ พรรคเพื่อไทย เรียกว่า"พรรค ส.ส.อีสาน" ก็เรียกได้ส.ส.อีสานในเพื่อไทย ไม่เคยตระหนักถึง"สิทธิพึงมี-พึงได้" บ้างเชียวหรือ?ยกเว้น"ภาคอีสาน" ที่ประชากรมากที่สุด ส.ส.มากที่สุด
พูดกันแฟร์ๆ ระหว่าง"ชลน่าน ศรีแก้ว" กับ"สุทิน คลังแสง" ใครเหนือใคร ในบทบาท ส.ส.และการทำงานเป็นแกนทางสภาให้พรรคระหว่าง ๒ คนนี้แต่โชคร้าย ที่สุทินเป็น ส.ส.อีสาน ไม่ใช่ ส.ส.เหนือ"ลูกรักเจ๊แดง-เจ๊อ้อ" เหมือนชลน่าน จึงต้องอกกลัดหนอง"กินน้ำใต้ศอก" กล้่ำกลืนในบท"พระรองอกหัก" ไปตลอด เพราะเป็น"ทองเลี่ยมโจร" ให้เขา แต่โจรก็คือโจร คิดแต่จะปล้นทองอย่างเดียว ดังนั้น หัวข้อที่ใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ๑๑ รัฐมนตรีรัฐบาลประยุทธ์วันนี้พล็อตเรื่อง"ครอบครัวโจร" เพียงเปลี่ยนชื่อตัวละครเป็น พลเอกประยุทธ์ รัฐมนตรีอนุทิน รัฐมนตรีจุรินทร์ และใครต่อใครเรื่อยเปื่อยเท่านั้นฝ่ายค้าน-เพื่อไทย เวลาอภิปรายตั้งสติให้ดีก็แล้วกัน อย่าเผลอหลุดชื่อสิน ชื่อปูเอ๋อ...