ยานแม่ SCB เปิดเป้าปี 66 ขยายสินเชื่อ 5-8% NIM สูงกว่า 3.5% รายได้โตเหนือ 10% : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

ยานแม่ SCB เปิดเป้าปี 66 ขยายสินเชื่อ 5-8% NIM สูงกว่า 3.5% รายได้โตเหนือ 10% : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 7 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 6%
  • Publisher: 68%

ยานแม่ SCB เปิดเป้าปี 66 ขยายสินเชื่อ 5-8% NIM สูงกว่า 3.5% รายได้โตเหนือ 10% SCB สินเชื่อ เอสซีบีเอกซ์ อินโฟเควสท์

– อัตราการเติบโตของสินเชื่ออยู่ที่ 5-8% จากธุรกิจธนาคาร น้อยกว่า 5% และบริการทางการเงินเพื่อผู้บริโภคและดิจิทัล มากกว่า 40%

– อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ อยู่ที่ 40% กลางๆ จากธุรกิจธนาคาร 40% และบริการทางการเงินเพื่อผู้บริโภคและดิจิทัล 40% ปลายๆ

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

SCB กำไรสุทธิ 3.75 หมื่นล้าน เพิ่ม 5.5% สำรองลด-รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มSCB กำไรสุทธิ 3.75 หมื่นล้าน เพิ่ม 5.5% สำรองลด-รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มSCB กำไรสุทธิ 3.75 หมื่นล้าน จากรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 13.3% ตั้งเป้าปีนี้สินเชื่อโต 5-8% รายได้เพิ่มกว่า 10% ตั้งเป้ามีลูกค้ารวม 35 ล้านราย PPTVHD36 เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ ไทยพาณิชย์ ผลประกอบการ เอสซีบีเอ็กซ์
อ่านเพิ่มเติม »

BBL แจง NIM เพิ่ม-สินเชื่อขยาย-ตั้งสำรองลดดันกำไรปี 65 โต 10.6% แม้รายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ยวูบ : อินโฟเควสท์BBL แจง NIM เพิ่ม-สินเชื่อขยาย-ตั้งสำรองลดดันกำไรปี 65 โต 10.6% แม้รายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ยวูบ : อินโฟเควสท์ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และบริษัทย่อย รายงานกำไรสุทธิปี 65 จำนวน 29,306 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 24.4% ตามการเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินให้สินเชื่อและการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2.42% สอดคล้องกับทิศทางของอัตราดอกเบี้ยและการบริหารจัดการสภาพคล่องของธนาคาร ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 30% ส่วนใหญ่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเครื่องมือทางการเงินซึ่งเป็นไปตามสภาวะตลาด และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงจากธุรกิจหลักทรัพย์ และบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากการอำนวยสินเชื่อและบริการการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น สำหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 49.7% ทั้งนี้ ธนาคารพิจารณาตั้งสำรอง ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 32,647 ล้านบาท ลดลง 4.4% จากปีก่อน ธนาคารยังคงยึดหลักความระมัดระวังในการตั้งสำรอง โดยพิจารณาความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า BBL ยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งดำรงฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ณ สิ้นเดือน ธ.ค.65 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,682,691 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากสิ้นปี 64 ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่ 3.1% ทั้งนี้ […]
อ่านเพิ่มเติม »

BAY แจง 'เงินติดล้อ' กดดันกำไรสุทธิปี 65 แม้ผลงานปกติโตกว่า 20% หลังตั้งสำรองลดลง-NIM ดีขึ้น : อินโฟเควสท์BAY แจง 'เงินติดล้อ' กดดันกำไรสุทธิปี 65 แม้ผลงานปกติโตกว่า 20% หลังตั้งสำรองลดลง-NIM ดีขึ้น : อินโฟเควสท์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เผยผลประกอบการของปี 65 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ 30,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า สนับสนุนโดยการลดลงของภาระการตั้งสำรอง และการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ตามการเติบโตของสินเชื่อในกลุ่มที่มีอัตราผลตอบแทนสูงและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวดีขึ้น เงินให้สินเชื่อของกรุงศรีเติบโตอย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าในปี 2565 โดยสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่ 3.8% และ 5.3% ตามลำดับ สะท้อนการปรับตัวดีขึ้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนภาคเอกชน ที่ช่วยกระตุ้นความต้องการเงินทุนหมุนเวียนและสภาพคล่องของภาคธุรกิจ กอปรกับการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพของธนาคาร ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มสูงขึ้น สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่สำคัญสำหรับปี 2565: กำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามปกติในปี 65 จำนวน 30,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% หรือ 5,104 ล้านบาท จากปี 64 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวดีขึ้นของภาระการตั้งสำรองและการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อ และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นในระหว่างปี หากรวมรายการพิเศษจากการบันทึกกำไรจากเงินลงทุนจากการขายหุ้นของ บมจ.เงินติดล้อ ในปี 64 กำไรสุทธิลดลง 9.1% หรือจำนวน 3,081 ล้านบาท เงินให้สินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 3.1% หรือจำนวน 59,033 […]
อ่านเพิ่มเติม »

KKP ขยับเป้า GDP ไทยปี 66 โต 3.6% หลังจีนเปิดประเทศเร็วหนุนท่องเที่ยวโต : อินโฟเควสท์KKP ขยับเป้า GDP ไทยปี 66 โต 3.6% หลังจีนเปิดประเทศเร็วหนุนท่องเที่ยวโต : อินโฟเควสท์KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ประเมินว่า การเปิดประเทศที่เร็วกว่าคาดของจีน จะส่งผลบวกค่อนข้างมากต่อเศรษฐกิจไทยในปี 66 จากภาคการท่องเที่ยวที่จะกลับมาฟื้นตัว แม้ว่าในระยะสั้นจีนจะยังเจอความท้าทายจากการระบาดของเชื้อโควิดที่เกิดขึ้นอย่างหนักและรวดเร็ว ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่หากการระบาดเกิดขึ้นและจบเร็วตามคาด อาจนำไปสู่การฟื้นตัวที่ดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ทั้งนี้ การเปิดประเทศของจีนที่เร็วกว่าคาด จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโดยตรง ผ่านการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในช่วงก่อนโควิด ทำให้แม้สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศหลักของโลก ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว และกระทบกับการส่งออกไทย แต่เศรษฐกิจไทยในภาพรวมจะยังสามารถขยายตัวได้ค่อนข้างดี KKP Research จึงได้ปรับประมาณการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจในปี 66 จากการเติบโตที่ 2.8% เป็นเติบโต 3.6% โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะสามารถเข้ามาได้ 25.1 ล้านคน จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 19.2 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลบวกเพิ่มเติมต่อการบริโภคในประเทศ KKP Research ประเมินว่า การเปิดเมืองของจีนจะเริ่มเห็นผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 2 และเริ่มเห็นผลเต็มที่ในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเศรษฐกิจไทยจะเป็นกลุ่มประเทศที่ได้รับประโยชน์เป็นหลัก จากโครงสร้างการท่องเที่ยวที่พึ่งพาจีนสูง และเป็นประเทศที่จีนเข้ามาเที่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวหลังการเปิดประเทศของจีน จากจำนวนเที่ยวบินจากจีนแผ่นดินใหญ่มายังไทยในเดือนม.ค. มีประมาณ 50 เที่ยวบินต่อวัน หรือ […]
อ่านเพิ่มเติม »

TFEX เริ่มใช้ระบบซื้อขายใหม่ Q1/66 เล็งขยายเวลาเทรด-เพิ่มสินค้าใหม่ : อินโฟเควสท์TFEX เริ่มใช้ระบบซื้อขายใหม่ Q1/66 เล็งขยายเวลาเทรด-เพิ่มสินค้าใหม่ : อินโฟเควสท์นางสาวรินใจ ชาครพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX) เปิดเผยว่า ปี 2566 TFEX มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและรองรับการเติบโตของตลาดอนุพันธ์ โดยจะเริ่มใช้ระบบซื้อขายใหม่ในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ โดย TFEX ได้ปรับปรุงกฎเกณฑ์การซื้อขายไปพร้อมกันด้วยเพื่อให้เหมาะกับสภาพการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ จะพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายเวลาการซื้อขายสินค้าที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Futures) ให้สอดคล้องกับตลาดโลก และเพิ่มสินค้าใหม่ในกลุ่ม Currency รวมถึงส่งเสริมสภาพคล่องในการซื้อขายอย่างต่อเนื่อง สำหรับการขยายฐานผู้ลงทุนนั้น TFEX ให้ความสำคัญกับการใช้ช่องทางออนไลน์ ทั้งในแง่การทำการตลาดร่วมกับสมาชิก และการส่งเสริมความรู้แก่ผู้ลงทุน ซึ่ง TFEX อยู่ระหว่างการปรับปรุงเว็บไซต์ www.TFEX.co.th ใหม่ โดยปรับการเสนอเนื้อหา (Content) ข้อมูล และการใช้งานให้สะดวกและง่ายมากขึ้น ซึ่งเน้นการให้ความรู้ด้านอนุพันธ์แบบครบวงจร สามารถนำไปไช้งานได้จริง และเชื่อมโยงไปจนถึงการเปิดบัญชีซื้อขายของสมาชิกผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกรวดเร็ว ส่วนปี 2565 ที่ผ่านมา TFEX มีปริมาณการซื้อขายรวม 136,316,012 สัญญา เฉลี่ยวันละ 565,627 สัญญา […]
อ่านเพิ่มเติม »

MEB จ่อขายหุ้น IPO 75.5 ล้านหุ้นใน Q1/66 พร้อมเข้าเทรด mai : อินโฟเควสท์MEB จ่อขายหุ้น IPO 75.5 ล้านหุ้นใน Q1/66 พร้อมเข้าเทรด mai : อินโฟเควสท์นายรวิวร มะหะสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เมพ คอร์ปอเรชั่น (MEB) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความพร้อมในการเดินหน้าระดมทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 75.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (Par) 0.5 บาทต่อหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 25.17% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เริ่มนับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนของ MEB เป็นที่เรียบร้อย โดยคาดว่าจะเสนอขายหุ้น IPO ภายในไตรมาส 1/66 นี้ ทั้งนี้ MEB ดำเนินธุรกิจจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) ผ่านเว็บไซต์ www.mebmarket.com และ www.readAwrite.com และแอปพลิเคชัน meb และ readAwrite บนระบบปฏิบัติการต่างๆ ซึ่งทั้ง 2 แพลตฟอร์มมีวรรณกรรมออนไลน์ที่จัดจำหน่ายที่แตกต่างกันดังนี้ แพลตฟอร์ม meb จำหน่ายวรรณกรรมออนไลน์ที่มีความหลากหลายจากสำนักพิมพ์และเจ้าของผลงานอิสระ […]
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-05 01:57:11