ทิ้งท้ายไว้ในสัปดาห์ที่แล้วถึงการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ 2 ขั้วคือจีนและสหรัฐอเมริกาที่ขยายวง
ไม่น่าแปลกใจที่อุตสาหกรรมไฮเทคของทั้งโลกจะมารวมตัวกันอยู่ในประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรกลหนัก ฯลฯ เพราะจีนมีความพร้อมทั้งในแง่โรงงานอุตสาหกรรมและบุคลากรที่มีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญไปจนถึงแรงงานทักษะสูงเป็นจำนวนมหาศาลซึ่งก็คือทางสายไหมยุคใหม่ที่เชื่อมการค้าระหว่างจีนกับโลกภายนอก จนจีนสามารถเชื่อมธุรกิจและอุตสาหกรรมของตัวเองไปยังยุโรปและแอฟริกาได้อย่างไร้รอยต่อ เพราะประเทศปลายทางก็มีโอกาสได้สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น มีการสร้างโรงงานเพื่อรองรับโครงการต่างๆ มากขึ้น เช่นเดียวกับจีนที่ได้ขยายธุรกิจไปสู่ประเทศต่างๆ มากขึ้น โครงการนี้จึงไม่ได้สร้างเฉพาะผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแต่เป็นการแผ่ขยายอิทธิพลทางการทูตของจีนไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง แอฟริกา ฯลฯ เป็นการหาแนวร่วมและพันธมิตรในเวทีโลกไปพร้อมๆ กันโดยบทบาทของเงินสกุลหลักของจีนได้กลายเป็นสากลมาตั้งแต่ปี 2016 หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ บรรจุเงินหยวนเข้าใน "ตะกร้าเงิน SDR" ร่วมกับดอลลาร์ ยูโร เยน และปอนด์ หลังจากนั้นเราก็เห็นความแพร่หลายของเงินหยวนที่หลายประเทศใช้เพื่อทำการค้ากับจีนโดยตรงโดยเฉพาะจากประเทศในกลุ่มละตินอเมริกา เอเชีย แอฟริกา เพื่อหวังลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และยังถูกใช้เป็นสกุลเงินกลางในข้อตกลงการค้าเสรีหลายแห่งโดยเฉพาะในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง แน่นอนว่ายิ่งการแพร่หลายของเงินหยวนมากแค่ไหน อิทธิพลของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ยิ่งลดลงตามไปด้วยซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมไม่ได้เป็นอันขาด.
ไม่น่าแปลกใจที่อุตสาหกรรมไฮเทคของทั้งโลกจะมารวมตัวกันอยู่ในประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เครื่องจักรกลหนัก ฯลฯ เพราะจีนมีความพร้อมทั้งในแง่โรงงานอุตสาหกรรมและบุคลากรที่มีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญไปจนถึงแรงงานทักษะสูงเป็นจำนวนมหาศาลซึ่งก็คือทางสายไหมยุคใหม่ที่เชื่อมการค้าระหว่างจีนกับโลกภายนอก จนจีนสามารถเชื่อมธุรกิจและอุตสาหกรรมของตัวเองไปยังยุโรปและแอฟริกาได้อย่างไร้รอยต่อ เพราะประเทศปลายทางก็มีโอกาสได้สร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจผ่านโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น มีการสร้างโรงงานเพื่อรองรับโครงการต่างๆ มากขึ้น เช่นเดียวกับจีนที่ได้ขยายธุรกิจไปสู่ประเทศต่างๆ มากขึ้น โครงการนี้จึงไม่ได้สร้างเฉพาะผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจแต่เป็นการแผ่ขยายอิทธิพลทางการทูตของจีนไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง แอฟริกา ฯลฯ เป็นการหาแนวร่วมและพันธมิตรในเวทีโลกไปพร้อมๆ กันโดยบทบาทของเงินสกุลหลักของจีนได้กลายเป็นสากลมาตั้งแต่ปี 2016 หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ บรรจุเงินหยวนเข้าใน "ตะกร้าเงิน SDR" ร่วมกับดอลลาร์ ยูโร เยน และปอนด์ หลังจากนั้นเราก็เห็นความแพร่หลายของเงินหยวนที่หลายประเทศใช้เพื่อทำการค้ากับจีนโดยตรงโดยเฉพาะจากประเทศในกลุ่มละตินอเมริกา เอเชีย แอฟริกา เพื่อหวังลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และยังถูกใช้เป็นสกุลเงินกลางในข้อตกลงการค้าเสรีหลายแห่งโดยเฉพาะในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง แน่นอนว่ายิ่งการแพร่หลายของเงินหยวนมากแค่ไหน อิทธิพลของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ยิ่งลดลงตามไปด้วยซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยอมไม่ได้เป็นอันขาด
เทคโนโลยี ดิจิทัล สงครามการค้าโลก สงครามการค้าจีน-สหรัฐ วางกลยุทธ์ การปรับตัว ภาษีทรัมป์ แจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ คอลัมนิสต์ Think Out Of The Box Techai เกาะติดภาษีทรัมป์



