มิรินด้าเผยโฉมใหม่เน้นความสดใส สร้างแรงบันดาลใจ Gen Z Mirinda มิรินด้า เครื่องดื่ม อินโฟเควสท์
มิรินด้า เปิดตัวคอนเซปท์ ‘There’s no flavour like your flavour’ ที่มาพร้อมกับอัตลักษณ์ผ่านทางภาพใหม่ที่ขี้เล่น ซึ่งยกย่องความคิดสร้างสรรค์และความโดดเด่นของคนทุกรุ่น รวมทั้งให้ความสำคัญกับความโดดเด่นของรูปลักษณ์ใหม่ภายใต้แนวคิด ‘M’pactful ของ Mirinda เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่น Gen Z
Mauro Porcini รองประธานอาวุโสและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการออกแบบของ PepsiCo ให้สัมภาษณ์ว่ารสชาติกว่า 50 รสชาติของ Mirinda ได้รับความนิยมจากกลุ่มคนต่างๆ และเราก็ต้องการให้อัตลักษณ์ผ่านทางภาพของแบรนด์มีรูปลักษณ์และทำให้เกิดความรู้สึกแบบเดียวกัน PepsiCo Design and Innovation ได้เพิ่มความน่าสนใจให้กับ Mirinda ด้วยการใช้สีสันสดใสที่ตัดกันและภาพประกอบแบบเฉพาะตัวที่สร้างความรู้สึกมีพลังและความสนุกสนานแบบมีชีวิตชีวา เราทราบว่าแฟนๆ ของ Mirinda มีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ผ่านระบบดิจิทัลมากเท่าแบบออฟไลน์ ดังนั้น...
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ธอส.ยกระดับบริการดิจิทัล พร้อมใช้ GHB ALL GEN แทนตั้งแต่ 7 มิ.ย.66 : อินโฟเควสท์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) พร้อมก้าวสู่การพัฒนาด้านดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบผ่าน Application : GHB ALL GEN เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับการบริการด้านดิจิทัลของธนาคาร ที่ตอบโจทย์ลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ การขอสินเชื่อ โดยสามารถส่งเอกสารประกอบการยื่นขอสินเชื่อผ่านแอปฯ พร้อมติดตามผลการยื่นขอสินเชื่อได้ง่ายด้วยตนเอง, การเปิดบัญชีเงินฝากประจำดิจิทัล ที่สามารถเปิดบัญชีเงินฝากประจำ และตรวจสอบข้อมูลผ่านแอปฯ ได้ทันที และการฝาก-โอน เงินฝากออมทรัพย์พิเศษ/ซุปเปอร์ออมทรัพย์พิเศษ จากเดิมที่ต้องฝาก-โอนที่สาขาธนาคารเท่านั้น ทั้งนี้ ธนาคารจะยกเลิกการให้บริการ Application : GHB ALL ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2566 โดยลูกค้าสามารถดาวน์โหลด Application : GHB ALL GEN ได้ที่ App Store, Google Play และ App Gallery โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 พ.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE […]
อ่านเพิ่มเติม »
ยอดผู้โดยสารระบบรางช่วงหยุดยาว 4 วันสูงกว่าคาด 4.19% : อินโฟเควสท์นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดต่อเนื่องวันฉัตรมงคล ระหว่างวันที่ 4 – 7 พฤษภาคม 2566 รวม 4 วัน มีประชาชนใช้บริการระบบราง รวม 3,788,516 คน-เที่ยว สูงกว่าประมาณการ 152,319 คน-เที่ยว หรือสูงกว่าประมาณการ 4.19% (ประมาณการ 4 วัน 3,636,197 คน-เที่ยว แบ่งเป็นรถไฟ 279,476 คน-เที่ยวและรถไฟฟ้า 3,356,721 คน-เที่ยว) ประกอบด้วย รถไฟระหว่างเมืองของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีผู้ใช้บริการรวม 252,158 คน-เที่ยว แบ่งเป็นผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ 111,504 คน-เที่ยว และผู้โดยสารเชิงสังคม 140,654 คน-เที่ยว โดยมีผู้โดยสารขาออกสะสม 126,010 คน-เที่ยว และขาเข้า 126,148 คน-เที่ยว ซึ่งพบว่า สายใต้มีผู้ใช้บริการมากสุดถึง 96,103 คน-เที่ยว […]
อ่านเพิ่มเติม »
ชิงเต่าติดอันดับสิบเมืองสวยที่สุดในจีน ชี้การพัฒนาช่วยหนุนสภาพแวดล้อม : อินโฟเควสท์เมืองชิงเต่าได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบเมืองที่สวยที่สุดในจีนตามรายงานของสำนักข่าวรัฐบาลประชาชนชิงเต่า โดยการจัดอันดับสิบเมืองที่สวยที่สุดในจีน คัดเลือกจากทั้งเมืองเอกระดับมณฑล เมืองที่มีสถานะการวางแผนที่เป็นอิสระ และเมืองย่อยต่าง ๆ จากการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และการสำรวจสอบถามในกว่า 20 มิติ เช่น เศรษฐกิจ การดำรงชีวิตของผู้คน และสภาพสังคม การจัดอันดับเมืองครั้งนี้ใช้ตัวชี้วัดระดับความพึงพอใจกว่า 20 อย่าง ซึ่งเมืองชิงเต่าอยู่ในอันดับต้น ๆ ของเมืองที่คล้ายคลึงกันทั่วประเทศในบางตัวชี้วัด ซึ่งอยู่ในอันดับที่สูงกว่าระดับเฉลี่ยของประเทศในตัวชี้วัดต่าง ๆ เช่น สภาพแวดล้อมในการจ้างงาน สภาพแวดล้อมของผู้ประกอบการและการสนับสนุน คุณภาพน้ำ/อากาศ การบริการสำหรับผู้สูงอายุ สภาพแวดล้อมทางกฎหมาย การป้องกันและควบคุมโรคระบาด การบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือทางสังคม สวนสาธารณะ/พื้นที่สีเขียว ประสิทธิภาพของรัฐบาล และทัศนคติในการให้บริการ การพัฒนาถือเป็นหัวใจหลักเบื้องหลังเมืองที่สวยงาม การพัฒนาคุณภาพสูงของเมืองชิงเต่าได้มอบทรัพย์สินและทรัพยากรเพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ยอดเยี่ยม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองชิงเต่าให้ความสำคัญกับการพัฒนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่สำคัญ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และติดตามกระแสการพัฒนาในระดับสากล เมืองชิงเต่าค่อย ๆ พัฒนาเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการพัฒนาเพื่อดึงดูดนักลงทุนทั้งใกล้และไกล จากข้อมูลในไตรมาส 1/2566 จีดีพีของชิงเต่าอยู่ที่ 3.50387 แสนล้านหยวน เติบโต 4.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี และในปี 2565 การนำเข้าและส่งออกของชิงเต่ามีมูลค่า 9.172 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น […]
อ่านเพิ่มเติม »
ร้อนปรอทแตก! สธ.แนะวิธีปฏิบัติ ลดเสี่ยงเป็นฮีทสโตรก : อินโฟเควสท์นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ในปีนี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่มีคลื่นความร้อน (Heat Wave) และอุณหภูมิร้อนถึงร้อนจัด หลายจังหวัดมีค่าดัชนีความร้อนเกิน 40 องศาเซลเซียส อาจทำให้เกิดโรคลมร้อน หรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน ควรอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ส่วนผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง หากอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน มีโอกาสเกิดฮีทสโตรกได้เช่นกัน ดังนั้น หากต้องทำงานกลางแจ้ง ควรเลี่ยงการสวมชุดที่มีสีเข้ม เนื่องจากจะดูดซับความร้อนได้ดี ดื่มน้ำมากๆ และสลับเข้าพักในที่ร่มเป็นระยะ เช่น ทุก 30 นาที หรือทุกชั่วโมง ทั้งนี้ อาการของโรคฮีทสโตรก ได้แก่ วิงเวียน อ่อนเพลีย ร่างกายมีความร้อนเพิ่มขึ้น เหงื่อไม่ค่อยออก ผิวร้อน แดง แห้ง หากเริ่มมีอาการ ให้รีบเข้าที่ร่มหรือห้องที่มีความเย็น และดื่มน้ำมากๆ […]
อ่านเพิ่มเติม »
ภาวะตลาดตราสารหนี้: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 84,264 ล้านบาท : อินโฟเควสท์สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 84,264 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก คือ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ 25,273 ล้านบาท 2. กลุ่มบริษัทประกัน ซื้อสุทธิ 717 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 5,952 ล้านบาท Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 2.14% ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเมื่อวาน ภาพรวมของตลาดในวันนี้ Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าประมาณ 1-3 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 5,251 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET BUY 5,952 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) 701 ล้านบาท ด้านปัจจัยต่างประเทศ นางเจเน็ต เยลเลน […]
อ่านเพิ่มเติม »
เลือกตั้ง'66:'เศรษฐา' ปล่อยคลิปแจงกระเป๋าดิจิทัลมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โพสต์คลิปผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว Thavisin โดยมุ่งทำความเข้าใจกับประชาชนในนโยบายดิจิทัลวอลเล็ท 10,000 บาท โดยในคลิปพูดถึงนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท เปรียบเทียบให้เห็นเศรษฐกิจไทยที่กำลังวิกฤต ไม่ต่างจากคนไข้ที่เข้าขั้นโคม่า ถ้าเราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง และยั่งยืน จำเป็นต้องอัดฉีดเงินจำนวนมากเพียงพอ ให้เข้าไปหมุนเวียนในระบบอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางของห่วงโซ่เศรษฐกิจ ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจของการส่งผ่านมูลค่าเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สามารถทำได้ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล เพราะสามารถตั้งโปรแกรมกำหนดพื้นที่ใช้จ่าย และระยะการใช้ที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน และสามารถหมุนเวียนกระจายความเจริญออกไปทุกหัวระแหงของประเทศไทย ทั้งนี้ คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป สามารถรับสิทธิในการใช้เงินดิจิตอล 10,000 บาทได้ทันที โดยมีเงื่อนไขดังนี้ 1.ต้องเปิดกระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อได้สิทธิในการใช้เงินดังกล่าว 2.ใช้ซื้อของที่จำเป็นเท่านั้น เช่น อาหาร ของใช้ประจำวัน หรือวัตถุดิบอุปกรณ์ประกอบสัมมาชีพ 3.ใช้ได้กับร้านค้าที่อยู่ในระยะ 4 กิโลเมตรตามที่อยู่บัตรประชาชน 4.เงินดิจิทัลนี้มีอายุจำกัดต้องใช้ภายใน 6 เดือน ที่ผ่านมา การได้เงินสนับสนุนในรูปแบบเดิมนั้น เงินที่ได้เป็นเงินที่ไม่มีวันหมดอายุ ทำให้หลายคนไม่ยอมนำมาใช้ แล้วนำไปเก็บเป็นเงินออม ทำให้เป็นเงินเหล่านั้นไม่ถูกกระจายออกไป จึงไม่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตรงจุด แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลจะเป็นการกระตุ้นตั้งแต่ฐานราก […]
อ่านเพิ่มเติม »