ผลสำรวจชี้เทรดเดอร์ส่วนใหญ่คาดอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกจะลดลงในปีนี้ ค่าครองชีพ เงินเฟ้อ เศรษฐกิจโลก อินโฟเควสท์
ผลสำรวจที่เปิดเผยในวันนี้ ระบุว่า บรรดาเทรดเดอร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกแตะระดับสูงสุดแล้ว ขณะที่แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้กลายมาเป็นความเสี่ยงที่สำคัญต่อตลาดต่าง ๆ ในปีนี้
เจพีมอร์แกนเปิดเผยผลสำรวจลูกค้าสถาบันและเทรดเดอร์ประจำปีพบว่า 44% ของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 835 รายคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อจะลดลงในปี 2566 และอีก 37% คาดการณ์ว่า การปรับตัวขึ้นของราคาจะชะลอลง เมื่อถามว่าปัจจัยใดที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดมากที่สุดในปีนี้ เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ที่ได้รับการสำรวจ ประมาณ 30% จากทั้งหมดระบุว่า พวกเขากังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวมากที่สุด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเพียง 5% ของผู้ตอบแบบสำรวจแบบเดียวกันในปีที่แล้ว
นายสกอตต์ วอคเกอร์ หัวหน้าฝ่ายขายอีคอมเมิร์ซสำหรับตราสารหนี้ สกุลเงิน และสินค้าโภคภัณฑ์ ของเจพีมอร์แกนกล่าวว่า “ภาวะเงินเฟ้อเป็นความวิตกอันดับหนึ่งในตลาดมาสักพักแล้ว และสิ่งที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่กังวลก็คือ อัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงเพื่อรับมือกับอัตราเงินเฟ้อ และธนาคารกลางได้ดำเนินการมากเกินไปแล้วหรือไม่ในความพยายามที่จะชะลอการปรับขึ้นของราคา”
ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันอย่างมากว่า ธนาคารกลางสหรัฐ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.5%-4.75% ในการประชุมนโยบายการเงินครั้งล่าสุดซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันนี้
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
พลังงาน เทียบค่าไฟไทย-เวียดนาม ชี้ต้นทุนต่าง : อินโฟเควสท์นายสมภพ พัฒนอริยางกูล โฆษกกระทรวงพลังงาน ชี้แจงความแตกต่างค่าไฟฟ้าระหว่างไทยและเวียดนามว่า กรณีของประเทศเวียดนาม ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในขณะนี้ มีสัดส่วนหลักของการผลิตไฟฟ้ามาจากถ่านหิน ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าก๊าซธรรมชาติที่ประเทศไทยใช้อยู่เป็นหลัก โดยราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยสื่อของประเทศเวียดนามคาดการณ์ว่าอาจมีการพิจารณาปรับค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และไม่ได้มีการปรับอัตราค่าไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2019 ทำให้ EVN ที่เป็นรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าประสบภาวะขาดทุนและได้ยื่นขอความเห็นชอบในการปรับค่าไฟฟ้าจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งนี้ อัตราค่าไฟฟ้าแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน มีอัตราค่าไฟฟ้าหลากหลายตามประเภทผู้ใช้ ปริมาณการใช้ และช่วงเวลา โดยภาพรวมเป็นผลมาจากปัจจัยที่ต่างกัน อาทิ เรื่องความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน เสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และทรัพยากรที่มีในประเทศ ซึ่งส่งผลต่อประเภทของเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ตลอดจนทิศทางนโยบายของภาครัฐโดยเฉพาะหากพิจารณาในมิติความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของไทย ซึ่งธนาคารโลก (World Bank) ได้สำรวจคุณภาพการบริการไฟฟ้าของกลุ่มอาเซียน ซึ่งหมายถึงค่าเฉลี่ยความถี่ที่ระบบเกิดไฟฟ้าขัดข้อง และค่าเฉลี่ยระยะเวลาที่ระบบเกิดไฟฟ้าขัดข้อง โดยพบว่าประเทศไทยมีดัชนีคุณภาพการบริการไฟฟ้าอยู่ในลำดับต้นๆ และดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศอาเซียนหลายเท่าตัว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมีเสถียรภาพและคุณภาพของระบบไฟฟ้า ทำให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมทำได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่มีส่วนช่วยในการตัดสินใจของนักลงทุน นอกจากนี้ ในมิติด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยส่วนใหญ่มาจากก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสะอาด และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิตไฟฟ้าตามแผนพลังงานชาติ เพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้ในปี ค.ศ.2065 ซึ่งถือเป็นวาระระดับสากลที่สอดรับกับทิศทางความต้องการของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกที่มุ่งไปสู่การใช้เชื้อเพลิงสะอาด “ทั้งเรื่องคุณภาพของการบริการไฟฟ้า และส
อ่านเพิ่มเติม »
'ฟิลิปส์' ประกาศปลดพนักงาน 6,000 ตำแหน่ง หวังเพิ่มกำไร : อินโฟเควสท์ฟิลิปส์ บริษัทเทคโนโลยีด้านสุขภาพของเนเธอร์แลนด์ ประกาศแผนเลิกจ้างพนักงาน 6,000 ตำแหน่งเพื่อเพิ่มกำไร โดยครึ่งหนึ่งในจำนวนนี้จะถูกปลดภายในปีนี้ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะดำเนินการภายในปี 2568 การประกาศครั้งล่าสุดนี้มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ ฟิลิปส์เคยประกาศแผนปลดพนักงาน 5% หรือ 4,000 คนเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว หลังมีการเรียกคืนเครื่องช่วยหายใจ โดยการเรียกคืนเครื่องช่วยหายใจดังกล่าวฉุดให้ราคาหุ้นของบริษัทลดฮวบ 70% ตั้งแต่กลางปี 2564 บริษัทฯ ต้องรับมือกับผลกระทบจากการเรียกคืนเครื่องช่วยหายใจหลายล้านเครื่องที่ใช้ในการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากความกังวลว่าโฟมที่ใช้ในตัวเครื่องอาจเป็นพิษได้ นอกจากนี้ ฟิลิปส์ยังรายงานกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าตัดจำหน่าย (EBITA) ในไตรมาสสี่ที่ 651 ล้านยูโร (707.18 ล้านดอลลาร์) ซึ่งเกือบทรงตัวจาก 647 ล้านยูโรในปีก่อนหน้า โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้นอสังหาริมทรัพย์จีนดิ่งหนัก หลังยอดขายบ้านลดลงช่วงวันหยุด : อินโฟเควสท์ราคาหุ้นอสังหาริมทรัพย์ของจีนร่วงลงอย่างหนักในวันนี้ หลังมีรายงานว่ายอดขายบ้านลดลงในช่วงวันหยุดตรุษจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าจีนยังคงเผชิญกับความท้าทายในการพลิกฟื้นวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ ดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจัดทำโดยบลูมเบิร์ก อินเทลลิเจนซ์ (Bloomberg Intelligence) ร่วงลง 3% ในวันนี้ หลังจาก China Real Estate Information Corp ซึ่งติดตามข้อมูลราคาบ้านใน 40 เมืองใหญ่ของจีนระบุว่า ยอดขายที่อยู่อาศัยลดลง 14% ในช่วงสัปดาห์ตรุษจีนซึ่งสิ้นสุดวันที่ 27 ม.ค. วันหยุดยาวหนึ่งสัปดาห์เป็นอีกหนึ่งบททดสอบอุปสงค์ที่อยู่อาศัย นับตั้งแต่ทางการจีนเปิดเผยแผนกอบกู้วิกฤตการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว นายจัสติน ถัง หัวหน้าฝ่ายวิจัยด้านเอเชียของยูไนเต็ด เฟิร์ส พาร์ทเนอร์ส กล่าวว่า “ยอดขายที่อยู่อาศัยที่ลดลงยังคงเป็นสาเหตุที่ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนถดถอยลงด้วย” โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
กกต.ดึง Google ช่วยพีอาร์การเลือกตั้ง-จัดการข่าวปลอม : อินโฟเควสท์นายแสวง บุญมี เลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้หารือกับ นายเพิ่มศักดิ์ ลีลากุล ผู้จัดการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และนโยบายสาธารณะ บริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด และคณะ โดยได้หารือความเป็นไปได้ที่บริษัท กูเกิลฯ จะช่วยประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งผ่านแพลตฟอร์มกูเกิลฯ เช่น การจัดรูปแบบกูเกิลดูเดิล (Google Doodle) การจัดการข่าวปลอม และการเชื่อมต่อเพื่อสร้างการเข้าถึงของประชาชนให้มีส่วนร่วม และตระหนักรู้ถึงการเลือกตั้งด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้ เลขาธิการ กกต.เชื่อมั่นว่าการจัดให้มีการประซาสัมพันธ์การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับบริษัทกูเกิลฯ จะสามารถทำให้การเลือกตั้งที่จะถึงนี้มีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับจากประชาชนมากขึ้น โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
เรโนลต์ลดสัดส่วนการถือหุ้นในนิสสันเหลือ 15% พร้อมเดินหน้าความร่วมมือครั้งใหม่ : อินโฟเควสท์สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียเปิดเผยในวันนี้ (30 ม.ค.) ว่า นิสสัน มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์จากญี่ปุ่น และพันธมิตรรายสำคัญอย่างเรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์จากฝรั่งเศส ได้บรรลุข้อตกลงที่จะลดสัดส่วนการถือหุ้นนิสสันของเรโนลต์แล้ว แถลงการณ์จากนิสสันระบุว่า ได้บรรลุความสำเร็จครั้งสำคัญในการหารือกับเรโนลต์ กรุ๊ป เกี่ยวกับการกำหนดรากฐานความเป็นหุ้นส่วนใหม่ โดยทั้งสองบริษัทจะหารือเรื่องการร่างข้อตกลงในการประชุมกับคณะกรรมการของแต่ละบริษัท ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้กำหนดวันที่แน่ชัด นายมาโกโตะ อุจิดะ ประธานและซีอีโอของนิสสัน นายลูก้า เดอ มีโอ ซีอีโอของเรโนลต์ และผู้บริหารคนอื่น ๆ ของทั้งสองบริษัท ต่างอนุมัติข้อตกลงดังกล่าว โดยปัจจุบันเรโนลต์ถือหุ้นนิสสันในสัดส่วน 43% ซึ่งคาดว่าข้อตกลงดังกล่าวจะปรับลดการถือหุ้นของเรโนลต์ลงเหลือ 15% เท่ากับสัดส่วนหุ้นเรโนลต์ที่นิสสันถือครองอยู่ ทำให้ความสัมพันธ์ด้านเงินทุนของทั้งสองฝ่ายเท่าเทียมกันยิ่งขึ้น นอกจากนี้ นิสสันยังได้ตกลงที่จะลงทุนในบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ ที่มีชื่อชั่วคราวว่าแอมแปร์ (Ampere) ซึ่งเรโนลต์มีแผนจะสร้างขึ้นมา โดยนิสสันเตรียมลงทุนในแอมแปร์ด้วยการซื้อหุ้นสูงสุดถึง 15% แต่ยังไม่ได้กำหนดสัดส่วนการถือหุ้นที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน นิสสันและเรโนลต์ยังวางแผนจะส่งเสริมโปรเจกต์ใหม่ในอินเดีย, อเมริกากลาง, อเมริกาใต้ และที่อื่น ๆ ด้วย โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ม.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter […]
อ่านเพิ่มเติม »