สธ.เผยไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 สะสม 143 ล้านโดส ช่วยรักษาชีวิตคนไทยกว่า 4.9 แสนราย ห่วงสูงวัยเกือบ 2 ล้านยังไม่รับวัคซีน หากฉีดเข็ม 3 นานกว่า 3 เดือน ต้องมารับเข็ม 4 เพื่อลดการเสียชีวิต กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2565 ที่ กระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าวการบริหารจัดการวัคซีน เมื่อโควิด-19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19ของประเทศไทยตั้งแต่ 28 ก.พ.2564 สะสม 143 ล้านโดส ประชากรได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม 82% รับเข็มที่ 2 จำนวน 77% และเข็มที่ 3 จำนวน 46% จึงต้องดำเนินการต่อเนื่องในเดือน ต.ค. 2565 อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาผลดีที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนตามการจำลองแบบคณิตศาสตร์ พบว่า วัคซีนป้องกันเสียชีวิตในประเทศไทยกว่า 4.
นพ.โสภณ กล่าวว่า กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้ศึกษาประสิทธิภาพการฉีดวัคซีนเดือน พ.ค.-ก.ค.2565 พบว่า การฉีด 2 เข็มป้องกันป่วยหนัก 60% ตาย 72% แต่ถ้ารับ 4 เข็ม ป้องกันป่วยหนัก ใส่ท่อหายใจ และตายได้ 100% ซึ่งข้อมูลผู้เสียชีวิตรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 18-24 ก.ย. 2565 รวม 72 ราย ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 608 ทั้ง 100% โดยไม่ได้รับวัคซีน 37 ราย คิดเป็น 51.39% จากการคำนวณประโยชน์การฉีดวัคซีนในเดือน ม.ค. - ก.พ.
“ในวันที่ 1 ต.ค. 2565 โควิด-19เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง กระทรวงสาธารณสุข อยู่ระหว่างวางแผนร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนสะดวก ซึ่งระบบของ สธ.จะให้บริการฉีดได้ตั้งแต่ รพ.สต. รวมถึงการจัดหาวัคซีนรุ่นใหม่ให้เพียงพอ”นพ.โสภณกล่าว ด้านนพ.ณรงค์ อภิกุลวนิช ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 6 กล่าวว่า การรับวัคซีนโควิดเข็ม 3 ภาพรวมประเทศยังครอบคลุมไม่สูง ยังอยู่ที่ 40% ฉะนั้นยังมีช่องว่างที่จะทำให้ประชาชนปลอดภัยมากขึ้น หากแบ่งเป็นเขตสุขภาพ 1-12 พบว่า เขตสุขภาพที่ 8, 11 และ 12 ที่ฉีดเข็มกระตุ้นในทุกกลุ่มประชากรยังไม่ถึง 40% อย่างไรก็ตาม ความพร้อมสถานพยาบาลในการให้บริการวัคซีน เราเตรียมวัคซีนทุกแพบตฟอร์มไว้ตั้งแต่ รพ.สต. อย่างเพียงพอและกระจายทุกจุดบริการในทุกจังหวัด โดยจะมีการลงพื้นที่ฉีดผ่านกลไก อสม.