ปธ.เฟด แอตแลนตาหนุนชะลอ ขึ้นดอกเบี้ย แนะปรับขึ้นน้อยกว่า 0.75% ในธ.ค. ธนาคารกลางสหรัฐ อินโฟเควสท์
นายราฟาเอล บอสติก ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาแอตแลนตาระบุเมื่อวันเสาร์ ว่า เขาสนับสนุนให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า 0.75% ที่การประชุมนโยบายเดือนธ.ค. และมองว่า อัตราดอกเบี้ยเป้าหมายของเฟดนั้นไม่ควรเพิ่มขึ้นเกินกว่า 1%
“หากเศรษฐกิจเป็นไปอย่างที่ผมคาดการณ์เอาไว้ ผมเชื่อว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% – 1% นั้นเป็นเรื่องสมเหตุสมผล โดยเป็นระดับที่เพียงพอสำหรับการต่อสู้เงินเฟ้อ”หากดำเนินการตามที่นายบอสติกแนะนำ อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดจะอยู่ที่กรอบ 4.75% – 5% ซึ่งต่ำกว่าระดับสูงสุดที่นักลงทุนคาดการณ์เอาไว้ ขณะที่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันอยู่ที่กรอบ 3.75% – 4%
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในที่ประชุมเดือนธ.ค. หลังปรับขึ้นครั้งละ 0.75% ติดต่อกัน 4 ครั้ง
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
หุ้นไทยปิดบวก 2.43 จุด แกว่งกรอบแคบไร้ปัจจัยใหม่ เกาะติด GDP ไทย-ปธ.สาขาเฟด : อินโฟเควสท์SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,617.38 จุด เพิ่มขึ้น 2.43 จุด (+0.15%) มูลค่าการซื้อขาย 56,407.02 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ไร้ปัจจัยใหม่ หลังตอบรับประเด็นเงินเฟ้อสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดหนุนหวังเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว แนวโน้มสัปดาห์หน้ายังเคลื่อนไหวในกรอบ รอตัวเลข GDP และส่งออกของไทย รวมทั้งถ้อยแถลงประธานเฟดสาขา ให้แนวรับ 1,600 จุด และ แนวต้าน 1,630 จุด SET ปิดวันนี้ที่ 1,617.38 จุด เพิ่มขึ้น 2.43 จุด (+0.15%) มูลค่าการซื้อขาย 56,407.02 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้แกว่งตัวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ ดัชนีทำระดับสูงสุด 1,622.03 จุด และระดับต่ำสุด 1,610.75 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 491 หลักทรัพย์ ลดลง 1,110 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 575 หลักทรัพย์ …
อ่านเพิ่มเติม »
นักเศรษฐศาสตร์คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.50% แต่อาจเพิ่มเพดานดอกเบี้ยสูงสุด : อินโฟเควสท์ผลสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์โดยสำนักข่าวรอยเตอร์บ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.ลงสู่ระดับ 0.50% หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ถึง 4 ครั้งติดต่อกัน ขณะที่บางส่วนมองว่า การที่เฟดคุมเข้มนโยบายการเงินยาวนานมากขึ้นและปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงสุดให้สูงขึ้นเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันมากที่สุด ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อเดือนต.ค.ของสหรัฐลดลงระดับต่ำกว่า 8% สวนทางคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ซึ่งหนุนคาดการณ์ของตลาดว่าเฟดจะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของรอยเตอร์คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อในปีที่จะถึงนี้และในปีถัดไปอาจสูงขึ้นกว่าที่คาดไว้เมื่อเดือนก่อนเล็กน้อย พร้อมแนะนำว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่เฟดจะพิจารณาการหยุดใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดในเร็ว ๆ นี้ นักเศรษฐศาสตร์ 78 จาก 84 คนจากผลสำรวจเมื่อวันที่ 14-17 พ.ย. คาดว่า เฟดเตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% สู่กรอบ 4.25-4.50% ในการประชุมนโยบายวันที่ 13-14 ธ.ค. ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งเฟดได้ปรับขึ้นจากระดับใกล้เคียง 0% ในเดือนมี.ค. กลายเป็นหนึ่งในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วที่สุด โดยหลายฝ่ายคาดว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะแตะระดับสูงสุดที่อย่างน้อย 4.75-5.00% ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งสูงกว่าระดับที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ 0.25% เมื่อเดือนก่อน และอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่นักเศรษฐศาสตร์ได้คาดการณ์ในปัจจุบันอยู่ที่ 4.25-4.50% …
อ่านเพิ่มเติม »
ชาวยุโรปเริ่มปรับลดงบท่องเที่ยว หลังรายจ่ายภาคครัวเรือนพุ่ง : อินโฟเควสท์ทรีวาโก เอ็นวี (Trivago NV) บริษัทรับจองห้องพักออนไลน์ เปิดเผยว่า ชาวยุโรปเริ่มปรับลดงบประมาณสำหรับการท่องเที่ยวลง หลังต้นทุนภาคครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น ทำให้รายได้สำหรับการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลดลง นายมัทธีอัส ทิลมันน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของทรีวาโก ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อมูลในช่วงเดือนพ.ย.-ม.ค.ชี้ให้เห็นว่า ผู้คนมีแนวโน้มที่จะชื่นชอบโรงแรมราคาถูกและการเดินทางระยะสั้นมากขึ้น โดยยอดคลิกตัวเลือกที่มีราคาถูกกว่ามีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2562 ขณะเดียวกัน นายทิลมันน์ระบุในระหว่างการประชุมเทค, มีเดีย แอนด์ เทเลคอม (TMT conference) ของมอร์แกน สแตนลีย์ ณ เมืองบาร์เซโลนาว่า การจองที่พักผ่านทางเว็บไซต์ดึสเซิลดอร์ฟ (Dusseldorf) ของทางบริษัทฯ ในไตรมาสนี้ ขณะนี้อยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด-19 แพร่ระบาด สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แนวโน้มดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า แม้ชาวยุโรปจะหันมาใส่ใจเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ละทิ้งการหยุดพักผ่อนและการท่องเที่ยวไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งน่าจะเอื้อประโยชน์ต่อสายการบินราคาประหยัดอย่างไรอันแอร์ โฮลดิงส์ (Ryanair Holdings) เนื่องจากลูกค้าที่มีเงินน้อยเริ่มหันมาสนใจเที่ยวบินที่มีราคาย่อมเยามากขึ้น นายทิลมันส์กล่าวว่า “อาจเป็นไปได้ว่าผู้คนกำลังมองหาตัวเลือกที่ถูกกว่า หรืออาจกำลังค้นคว้าเพิ่มเติมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ของต่าง ๆ มีราคาสูง” และเสริมว่า นักท่องเที่ยวเริ่มลดระยะเวลาการอยู่แบบค้างคืนลงราว 10% โดยเฉลี่ย โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 …
อ่านเพิ่มเติม »
APCS ยันกระแสเงินไม่กระทบหลังบ.ย่อย ถูกผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหาย 400 ลบ. : อินโฟเควสท์บมจ.เอเชีย พรีซิชั่น (APCS) เปิดเผยว่า ในปี 61 บริษัทย่อยได้เข้าทำสัญญาโครงการงานออกแบบ จัดหาระบบก่อสร้าง ติดตั้ง และทดสอบระบบในรูปแบบ Engineering Procurement and Construction (EPC) และงานบริการเดินระบบ สำหรับโครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยเพื่อชุมชนกับบริษัทแห่งหนึ่ง โดยบริษัทย่อยได้ทำการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะมูลฝอยเพื่อชุมชนแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 63 ซึ่งบริษัทย่อยมีภาระผูกพันในการรับประกันผลงานกับคู่สัญญาเป็นเวลา 730 วัน และครบกำหนดการรับประกันในช่วงกลางปี 65 บริษัทย่อยจึงได้ทำหนังสือส่งมอบงาน และขอคืนหลักประกันจากคู่สัญญามูลค่ากว่า 200 ล้านบาท แต่คู่สัญญาปฏิเสธการคืนหลักประกันดังกล่าว เนื่องจากคู่สัญญาได้เรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดจากการรับประกันผลงานที่บริษัทย่อยได้ทำสัญญาไว้ ในระหว่างบริษัทย่อยตรวจสอบข้อเรียกร้องดังกล่าว คู่สัญญาได้ส่งหนังสือเรียกร้องค่าเสียหายราว 400 ล้านบาท ซึ่งบริษัทย่อยอยู่ระหว่างการเจรจาข้อเรียกร้องดังกล่าวกับผู้ว่าจ้าง ขณะเดียวกันบริษัทย่อยได้ดำเนินการเจรจาและเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าวจากผู้รับเหมาะช่วงเข่นกัน โดยเรื่องดงกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ จากเหตุการณ์ดังกล่าว บริษัทคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัทย่อย เนื่องจากคู่สัญญาถือหลักประกันมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมถึงค่าบริการจัดการเดินระบบตั้งแต่ได้มีการส่งมอบโครงการจนถึงปัจจุบัน อีกทั้งค่าบริหารจัดการตั้งแต่ส่งมอบงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน บริษัทย่อยยังไม่ได้รับค่าบริการมูลค่ากว่า 239 ล้านยบาท (ก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งรายได้ค่าบริการจัดการเดินระบบดังกล่าว ได้มีการรับรู้รายได้ตามรอบการดำเนินงานปกติ เพียงแต่บริษัทย่อยไม่วสามารถพิจารณาถึงความถูกต้องและความเหมาะสมในการตั้งสำรองความเสียหายจากข้อเรียกร้องดงกล่าวของคู่สัญญา โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ย. …
อ่านเพิ่มเติม »
'คริสติน ลาการ์ด' ชี้ ECB อาจต้องยับยั้งการเติบโตทางศก. เพื่อสกัดเงินเฟ้อ : อินโฟเควสท์นางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) เปิดเผยในวันนี้ (18 พ.ย.) ว่า ECB จะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และอาจถึงขั้นต้องจำกัดกิจกรรมเศรษฐกิจ เพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยชี้ว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้นถือเป็นเครื่องมือสำคัญของ ECB เหนือการลดบัญชีงบดุล ทั้งนี้ สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ECB ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวมกันทั้งหมดมากถึง 2% นับตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ พร้อมระบุว่าจะมีการคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมผ่านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต และลดการถือพันธบัตรรัฐบาลจากที่ปัจจุบันถือเอาไว้ 5 ล้านล้านยูโร (5.2 ล้านล้านดอลลาร์) “เราคาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก โดยอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นเครื่องมือหลักสำหรับการปรับจุดยืนด้านนโยบายของเรา” นางลาการ์ดกล่าว สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.5% นั้นไม่ห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่า “อัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลาง” (Neutral Rate) ซึ่งไม่กระตุ้น หรือฉุดรั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยส่วนใหญ่แล้วประมาณการกันว่า อัตราดอกเบี้ยที่เป็นกลางนั้นจะอยู่ที่ระหว่าง 1.5% – 2% ซึ่งบ่งชี้ว่า หลังปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ECB ก็จะเลิกการปรับขึ้นดอกเบี้ย ปัญหาคือเงินเฟ้อเคลื่อนไหวแตะ 10.6% ซึ่งสูงเหนือเป้าหมาย 2% …
อ่านเพิ่มเติม »
รองปธน.สหรัฐมุ่งมั่นสร้างความร่วมมือกับเอเชียขณะเยือนไทย หลังจีนรุกคืบ : อินโฟเควสท์นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐ พยายามที่จะโน้มน้าวให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อว่า สหรัฐเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีค่าที่สุด ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงเทพฯ วันนี้ (18 พ.ย.) โดยคณะทำงานของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กำลังกังวลต่อการขยายอิทธิพลของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นางแฮร์ริสพยายามจะคลายความกังขาเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของสหรัฐที่มีต่อเอเชียแปซิฟิก หลังจากที่อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา สามารถสร้างความคืบหน้าให้กับข้อตกลงการค้าที่สำคัญในเอเชีย แต่กลับถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.คนต่อมา ยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว โดยขณะนี้ ปธน.ไบเดนกำลังพยายามที่จะทำข้อตกลงใหม่ นางแฮร์ริสชี้ว่า ไม่ควรวัดความมุ่งมั่นของสหรัฐจากนโยบายการค้าระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว “สหรัฐได้แสดงความมุ่งมั่นทางเศรษฐกิจในอินโด-แปซิฟิกอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจชี้วัดได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี แต่ต้องใช้เวลาหลายสิบปีและหลายชั่วอายุคน” นางแฮร์ริสกล่าวกับกลุ่มผู้บริหารธุรกิจ นอกรอบการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) พร้อมเสริมว่า “ไม่มีพันธมิตรทางธุรกิจใดที่จะดีต่อภูมิภาคนี้มากไปกว่าสหรัฐอีกแล้ว” อนึ่ง ปธน.ไบเดนได้เสนอข้อตกลงที่เรียกว่า กรอบการทำงานเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก ซึ่งจะมีผลผูกพันน้อยกว่าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) หรือเดิมคือข้อตกลง TPP และไม่รวมการลดการเรียกเก็บภาษีนำเข้า หลังจากที่สหรัฐภายใต้การนำของอดีตปธน.ทรัมป์ได้ถอนตัวจาก CPTPP ทำให้จีนก้าวเข้ามาทำข้อตกลงดังกล่าวแทน โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »