บ.เทคโนยักษ์ใหญ่จีนเปิดเว็บอีคอมเมิร์ซในยุโรป-สหรัฐ เตรียมแย่งตลาดแอมะซอน ECommerce Pinduoduo จีน ติ๊กต๊อก พินตัวตัว อีคอมเมิร์ซ ไบต์แดนซ์ อินโฟเควสท์
พินตัวตัว และไบต์แดนซ์ เจ้าของติ๊กต๊อก เปิดตัวเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซในต่างประเทศในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายที่จะขายสินค้าจีนให้แก่ผู้ซื้อต่างชาติ
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า พินตัวตัวที่เป็นหนึ่งในบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดของจีน ได้เปิดตัวเว็บไซต์ชอปปิงในสหรัฐชื่อเทมู่ เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา โดยวางขายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ตั้งแต่สินค้าแฟชั่นจนถึงเครื่องกีฬา และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
เพื่อไทยย้ำจุดยืนพ.ร.บ.กัญชาต้องใช้ทางการแพทย์เท่านั้น พร้อมหนุนพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า : อินโฟเควสท์น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง จะเตรียมเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยประกาศชัดเจนสนับสนุนกัญชาเพื่อทางการแพทย์ ไม่เห็นด้วยกับกัญชาเสรีเพื่อสันนาการ จึงมีความคาดหวังในกฎหมายนี้ จะต้องเป็นกฎหมายควบคุมไม่ให้มีคำว่า “กัญชาเสรี” เหมือนกับผู้ออกกฎหมายที่ต้องการใช้ทางการแพทย์ แต่สิ่งที่พรรคตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าแม้ไม่ได้เขียน แต่หละหลวมมาก ไม่มีมาตรการไปควบคุมคำว่า “กัญชาเสรีได้” อีกทั้งเปิดช่องให้มีการใช้กัญชาอย่างแพร่หลาย พร้อมยืนยัน พรรคจะพยายามเสนอแก้ไขให้มากที่สุดในสภาฯ ซึ่งในวาระ2 สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ แต่ถ้าเสียงข้างมากยังดันทุรัง พรรคก็ต้องมีมติไม่เห็นด้วย ส่วนร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ที่รัฐบาลส่งสัญญาณคว่ำร่าง มองว่า ในร่างที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เปิดช่องให้สามารถผลิตสุราชุมชน และเปิดให้ผู้ผลิตมาขึ้นทะเบียน เพื่อความหลากหลายมากขึ้น โดยหลักการนี้ พรรคเพื่อไทยทำมาตลอดตั้งแต่สมัยไทยรักไทย ในการผลักดันสุราชุมชน แต่ไม่สำเร็จในยุคนั้น ดังนั้น พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยในหลักการกับร่าง พร้อมสนับสนุนเต็มที่ และไม่เห็นด้วยที่จะคว่ำร่างนี้ เพราะต้องการเปิดโอกาสและช่องทางทำมาหากินของประชาชน โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
เปิดสาเหตุ “โจ ไบเดน” ไม่ร่วมประชุมเอเปค 2022“สหรัฐ” ยืนยัน “โจ ไบเดน” ไม่ร่วมประชุมเอเปค 2022 ส่งรองประธานาธิบดีสหรัฐร่วมประชุมแทน ย้ำพันธกิจหลักสหรัฐ ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก หลังเตรียมเป็นเจ้าภาพเอเปคปีหน้า
อ่านเพิ่มเติม »
ก.ล.ต.แจงแนวทางกำกับดูแลผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลกรณีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ : อินโฟเควสท์สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชี้แจงแนวทางการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลกรณีบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ว่า ภายใต้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 (พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) ก.ล.ต.มีหน้าที่กำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลและการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงดุลยภาพระหว่างการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมกับการคุ้มครองผู้ลงทุน รวมถึงมีหน้าที่และอำนาจในการปฏิบัติการใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ก.ล.ต.และปฏิบัติงานอื่นตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจได้มีการเตรียมความพร้อมและสามารถให้บริการแก่ผู้ลงทุนได้ตามมาตรฐานการประกอบธุรกิจ จึงกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลต้องมีความพร้อมใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านเงินทุน ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีเงินทุนเพียงพอรองรับการประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สามารถคุ้มครองทรัพย์สินของลูกค้า และชดเชยความเสียหายแก่ลูกค้าได้ ด้านระบบงาน ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีระบบงานที่เหมาะสมเพียงพอให้สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความรับผิดชอบและเป็นไปตามกฎหมายกฎเกณฑ์ รวมถึงมาตรฐานการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ด้านบุคลากร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่หลักเกณฑ์กำหนดตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ลงวันที่ 16 ก.ค.61 (ประกาศกระทรวงการคลัง) รวมถึงต้องมีบุคลากรที่เพียงพอต่อปริมาณธุรกิจ มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับหน้าที่ ตลอดจนเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ และไม่มีประวัติเสื่อมเสีย กรณีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีบุคคลหรือนิติบุคคลเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในภายหลัง ก.ล.ต.ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่หรือมีส่วนร่วมในการพิจารณาคัดเลือกผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือนักลงทุนที่จะเข้ามาร่วมลงทุนของผู้ประกอบธุรกิจ โดยผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องยื่นขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต่อ ก.ล.ต.ตามที่ประกาศกระทรวงการ
อ่านเพิ่มเติม »
บราซิลเปิดหีบเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสอง คาดผลสูสี : อินโฟเควสท์บราซิลเปิดหีบเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสองในวันนี้ หลังจากที่ได้เลือกตั้งรอบแรกไปเมื่อวันที่ 2 ต.ค. โดยคาดว่าผลการนับคะแนนจะเป็นไปอย่างสูสี ระหว่างนายลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้ท้าชิง กับนายฌาอีร์ โบลโซนารู ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของบราซิล ในการเลือกตั้งรอบแรกนั้น นายลูลา อดีตปธน.บราซิลปี 2546-2553 ได้คะแนนโหวตไปประมาณ 48% ส่วนนายโบลโซนารู นักการเมืองฝ่ายขวาจัดได้ไปประมาณ 43% ส่งผลให้ต้องมีการเลือกตั้งรอบที่ 2 ในวันที่ 30 ต.ค. เนื่องจากไม่มีใครได้คะแนนเกิน 50% ผลการเลือกตั้งรอบแรกที่ออกมาสูสีเกินคาดแสดงถึงความแตกแยกทางการเมืองแบบฝังลึกในสังคมบราซิล และทำลายความหวังของนายลูลาที่จะชนะผลการเลือกตั้งได้โดยเร็ว รายงานข่าวระบุว่า ชาวบราซิลราว 120 ล้านคนจะลงคะแนนเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเลือกผู้นำคนใหม่ในวันนี้ โดยนายโบลโซนารูเคยวิจารณ์ไว้ว่าการลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์เสี่ยงที่จะเกิดการโกงคะแนน ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่า นายโบลโซนารูอาจไม่ยอมรับความพ่ายแพ้หากผลการเลือกตั้งรอบสองปรากฏว่าเขาเป็นฝ่ายแพ้ เหมือนกับที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เคยทำไว้ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
รัฐบาล แจงความสามารถชำระหนี้ของรัฐบาลอยู่ในเกณฑ์ดี หนี้สาธารณะต่ำกว่าเกณฑ์ : อินโฟเควสท์นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลขณะนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยภาระดอกเบี้ยต่อรายได้ของรัฐบาลในระยะปานกลางอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และจากประมาณการภายใต้แผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2566-2569) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.64 คาดการณ์ว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ณ สิ้นปีงบประมาณ 2565 จะอยู่ที่ 62.69% ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะที่กำหนดให้สัดส่วนดังกล่าวต้องไม่เกิน 70% นอกจากนี้ ภายใต้แผนการคลังระยะปานกลางดังกล่าวได้มีการประมาณการสถานะการคลังในระยะปานกลางในช่วงปีงบประมาณ 2566-2569 จากการประเมินการจัดเก็บรายได้และการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐในภาวะที่รัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้มีการคาดการณ์ว่า ระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นจาก 64.02% ในปีงบประมาณ 2566 เป็น 67.15% ในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะที่กำหนดให้สัดส่วนดังกล่าวต้องไม่เกิน 70% เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ หนี้สาธารณะเป็นเครื่องชี้เศรษฐกิจแบบสะสมไม่ได้เกิดจากรัฐบาลปัจจุบันเพียงชุดเดียว และการเปรียบเทียบหนี้สาธารณะควรพิจารณาเทียบสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี เนื่องจากแต่ละประเทศมีขนาดเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน จากสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีล่าสุด ณ เดือนส.ค.65 ที่มีสัดส่วน 60.72% แสดงให้เห็นว่า …
อ่านเพิ่มเติม »
พาณิชย์ ร่วมถกแผนพัฒนากลุ่มแม่โขง-ล้านช้าง 5 ปี ดันตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษไทย-จีน-สปป.ลาว : อินโฟเควสท์นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการร่วมประชุมคณะทำงานสาขาความร่วมมือเศรษฐกิจข้ามพรมแดน ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 4 ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อจัดทำแผนพัฒนาระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน และพัฒนายกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศสมาชิกแม่โขง-ล้านช้าง โดยการประชุมครั้งนี้ได้หารือถึงการจัดทำแผนพัฒนาฯ สาขาความร่วมมือเศรษฐกิจข้ามพรมแดน ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือสาขาต่างๆ ได้แก่ การค้าสินค้าเกษตร มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช การท่องเที่ยว เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พลังงาน อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน การขนส่งและโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งตั้งเป้าจะเสนอแผนดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้นำแม่โขง-ล้านช้างในช่วงปลายปีนี้ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับไทยได้ให้ความสำคัญกับแนวคิดการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมระหว่างสมาชิกแม่โขง-ล้านช้าง โดยเฉพาะการจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมระหว่างอำเภอเชียง จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีพรมแดนติดกับเมืองห้วยทรายของ สปป.ลาว ให้สามารถเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อหาน-บ่อเต็นของจีน และ สปป.ลาว เพื่อให้ไทยได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ได้แก่ สิทธิพิเศษทางภาษี การค้า การลงทุน …
อ่านเพิ่มเติม »