บ้านปูผนึกกำลังมหิดลจัดค่ายเพาเวอร์กรีน ครั้งที่ 21 ชูแนวคิด One Health สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนรับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก

สิ่งแวดล้อมและการศึกษา News

บ้านปูผนึกกำลังมหิดลจัดค่ายเพาเวอร์กรีน ครั้งที่ 21 ชูแนวคิด One Health สร้างภูมิคุ้มกันเยาวชนรับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อมโลก
บ้านปูมหาวิทยาลัยมหิดลOne Health

บ้านปูร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาทักษะเยาวชนไทยผ่านโครงการค่ายเพาเวอร์กรีน ครั้งที่ 21 โดยใช้เส้นทางเรียนรู้ 5Cs และแนวคิด One Health เพื่อปลูกฝังกระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์และการเอาตัวรอดอย่างยั่งยืนในโลกที่ผันผวน

ในยุคปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงและซับซ้อน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ในด้านทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงระบบเศรษฐกิจ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชากรทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ แนวคิดเรื่อง One Health หรือ สุขภาพหนึ่งเดียว จึงกลายเป็นกรอบแนวคิดสำคัญที่ถูกนำมาผลักดันในระดับสากล เพื่อใช้เป็นกลไกในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่ มลภาวะทางอากาศและน้ำ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทุกปี สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า One Health ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นวาระเร่งด่วนที่คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้สามารถปรับตัวและหาทางออกให้กับโลกในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) จึงได้ร่วมมือกับ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดโครงการ ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน หรือ Power Green Camp ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด One Health : The Science of Survival – อยู่ดี มีภูมิ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชนไทย เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ทางด้านนายรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส–สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้เป็นความท้าทายที่เยาวชนคนรุ่นใหม่จะต้องเผชิญและรับมือไปอีกยาวนาน ดังนั้นการแก้ปัญหาระยะยาวที่เห็นผลชัดเจนที่สุดต้องเริ่มจากการพัฒนาคน โดย บ้านปู เชื่อมั่นในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนมีความรู้ วิธีคิด และทักษะที่จำเป็นในการรับมือกับโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะเยาวชนเหล่านี้คือกลุ่มคนที่จะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ แก้ปัญหา และดูแลโลกในวันข้างหน้า การสร้างความเข้าใจในความเสี่ยงรอบตัวและการรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง สำหรับ ค่ายเพาเวอร์กรีน ในปีนี้ จึงได้มีการออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่เรียกว่า 5Cs Learning Journey เพื่อให้เยาวชนเข้าใจความเชื่อมโยงของโลกอย่างเป็นระบบ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ หนึ่ง คือ Concept การทำความเข้าใจแนวคิด One Health และความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เห็นภาพรวมของปัญหา สอง คือ Context การเรียนรู้และเผชิญกับสถานการณ์จริง เช่น เรื่องโรคติดต่อข้ามสายพันธุ์ การลดความเสี่ยงโรคระบาด ความปลอดภัยทางอาหาร น้ำ และดิน รวมถึงการบริหารจัดการภัยพิบัติ สาม คือ Calculation หรือ Competency การฝึกใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น การตรวจวัดคุณภาพอากาศ การวิเคราะห์คุณภาพน้ำและดิน และการใช้ระบบเฝ้าระวังโรค สี่ คือ Creation การบูรณาการความรู้เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาผ่านการทำโครงงานกลุ่มวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และห้า คือ Communication การพัฒนาทักษะการสื่อสารและการเล่าเรื่อง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคมในฐานะผู้สร้างคอนเทนต์ หรือ Content Creator ซึ่งจะช่วยให้สามารถนำความรู้ไปขยายผลในโรงเรียนและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานโครงการ ได้ให้มุมมองว่า ความท้าทายของโลกในอนาคตไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยความรู้เพียงสาขาเดียว แต่ต้องการคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะการคิดแบบบูรณาการที่เข้าใจความเชื่อมโยงของโลกทั้งระบบ การศึกษาในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงการมอบความรู้ตามตำรา แต่ต้องเป็นการสร้างวิธีคิดให้เยาวชนเข้าใจความเสี่ยงและสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงได้ ค่ายเพาเวอร์กรีน จึงมุ่งเน้นการสร้างความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์ของตัวแทนเยาวชนอย่าง นางสาวกมลชนก น้อยแน่ง จากโรงเรียนวิทยาศาตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จังหวัดปทุมธานี ที่ระบุว่าการเข้าค่ายครั้งนี้ทำให้เห็นว่าปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิทยาศาสตร์นั้นเชื่อมโยงกันทั้งหมด และการได้ลงมือปฏิบัติจริงทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการนำความรู้กลับไปต่อยอดในชุมชนของตนเอง ซึ่งสิ่งนี้คือเป้าหมายสูงสุดของโครงการที่ต้องการสร้างผู้เปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่น ในท้ายที่สุด บ้านปู มองว่าบทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างความยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของคนในสังคม ตามแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร เพราะทรัพยากรมนุษย์คือกลไกที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนอนาคต การมุ่งสร้างโอกาสทางการเรียนรู้และเสริมศักยภาพให้คนรุ่นใหม่จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้สังคมเติบโตได้อย่างมั่นคง ค่ายเพาเวอร์กรีน จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมค่ายเยาวชนชั่วคราว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ทางปัญญา เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกต่อสังคม และมีความพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการนำพาประเทศไทยและโลกไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริงในอนาค.

ในยุคปัจจุบันที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงและซับซ้อน ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ในด้านทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงระบบเศรษฐกิจ สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของประชากรทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ แนวคิดเรื่อง One Health หรือ สุขภาพหนึ่งเดียว จึงกลายเป็นกรอบแนวคิดสำคัญที่ถูกนำมาผลักดันในระดับสากล เพื่อใช้เป็นกลไกในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่ มลภาวะทางอากาศและน้ำ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทุกปี สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า One Health ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นวาระเร่งด่วนที่คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้สามารถปรับตัวและหาทางออกให้กับโลกในอนาคตได้ ด้วยเหตุนี้ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) จึงได้ร่วมมือกับ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดโครงการ ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน หรือ Power Green Camp ครั้งที่ 21 ภายใต้แนวคิด One Health: The Science of Survival – อยู่ดี มีภูมิ โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ให้แก่เยาวชนไทย เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ทางด้านนายรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส–สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้เป็นความท้าทายที่เยาวชนคนรุ่นใหม่จะต้องเผชิญและรับมือไปอีกยาวนาน ดังนั้นการแก้ปัญหาระยะยาวที่เห็นผลชัดเจนที่สุดต้องเริ่มจากการพัฒนาคน โดยบ้านปูเชื่อมั่นในการสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนมีความรู้ วิธีคิด และทักษะที่จำเป็นในการรับมือกับโลกที่มีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะเยาวชนเหล่านี้คือกลุ่มคนที่จะต้องเป็นผู้ตัดสินใจ แก้ปัญหา และดูแลโลกในวันข้างหน้า การสร้างความเข้าใจในความเสี่ยงรอบตัวและการรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง สำหรับค่ายเพาเวอร์กรีนในปีนี้ จึงได้มีการออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่เรียกว่า 5Cs Learning Journey เพื่อให้เยาวชนเข้าใจความเชื่อมโยงของโลกอย่างเป็นระบบ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ หนึ่ง คือ Concept การทำความเข้าใจแนวคิด One Health และความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เห็นภาพรวมของปัญหา สอง คือ Context การเรียนรู้และเผชิญกับสถานการณ์จริง เช่น เรื่องโรคติดต่อข้ามสายพันธุ์ การลดความเสี่ยงโรคระบาด ความปลอดภัยทางอาหาร น้ำ และดิน รวมถึงการบริหารจัดการภัยพิบัติ สาม คือ Calculation หรือ Competency การฝึกใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น การตรวจวัดคุณภาพอากาศ การวิเคราะห์คุณภาพน้ำและดิน และการใช้ระบบเฝ้าระวังโรค สี่ คือ Creation การบูรณาการความรู้เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาผ่านการทำโครงงานกลุ่มวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และห้า คือ Communication การพัฒนาทักษะการสื่อสารและการเล่าเรื่อง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคมในฐานะผู้สร้างคอนเทนต์ หรือ Content Creator ซึ่งจะช่วยให้สามารถนำความรู้ไปขยายผลในโรงเรียนและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อรันย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและวิเทศสัมพันธ์ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะประธานโครงการ ได้ให้มุมมองว่า ความท้าทายของโลกในอนาคตไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยความรู้เพียงสาขาเดียว แต่ต้องการคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะการคิดแบบบูรณาการที่เข้าใจความเชื่อมโยงของโลกทั้งระบบ การศึกษาในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงการมอบความรู้ตามตำรา แต่ต้องเป็นการสร้างวิธีคิดให้เยาวชนเข้าใจความเสี่ยงและสามารถปรับตัวต่อความเปลี่ยนแปลงได้ ค่ายเพาเวอร์กรีนจึงมุ่งเน้นการสร้างความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และทัศนคติ ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์ของตัวแทนเยาวชนอย่าง นางสาวกมลชนก น้อยแน่ง จากโรงเรียนวิทยาศาตร์จุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย จังหวัดปทุมธานี ที่ระบุว่าการเข้าค่ายครั้งนี้ทำให้เห็นว่าปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวิทยาศาสตร์นั้นเชื่อมโยงกันทั้งหมด และการได้ลงมือปฏิบัติจริงทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการนำความรู้กลับไปต่อยอดในชุมชนของตนเอง ซึ่งสิ่งนี้คือเป้าหมายสูงสุดของโครงการที่ต้องการสร้างผู้เปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่น ในท้ายที่สุด บ้านปูมองว่าบทบาทของภาคธุรกิจในการสร้างความยั่งยืนไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของคนในสังคม ตามแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร เพราะทรัพยากรมนุษย์คือกลไกที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนอนาคต การมุ่งสร้างโอกาสทางการเรียนรู้และเสริมศักยภาพให้คนรุ่นใหม่จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้สังคมเติบโตได้อย่างมั่นคง ค่ายเพาเวอร์กรีนจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมค่ายเยาวชนชั่วคราว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ทางปัญญา เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกต่อสังคม และมีความพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการนำพาประเทศไทยและโลกไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริงในอนาค

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

PostToday /  🏆 50. in TH

บ้านปู มหาวิทยาลัยมหิดล One Health ค่ายเพาเวอร์กรีน การพัฒนาที่ยั่งยืน

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

โรงงานดอกไม้ไฟในจีนระเบิด คร่าชีวิต 21 คน เจ็บอีก 61 คนโรงงานดอกไม้ไฟในจีนระเบิด คร่าชีวิต 21 คน เจ็บอีก 61 คนเกิดเหตุระเบิดที่โรงงานดอกไม้ไฟแห่งหนึ่ง ในเมืองหลิวหยาง มณฑลหูหนาน ประเทศจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 21 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 61 คน 'สี จิ้นผิง' ประธานาธิบดีจีน ออกคำสั่งสอบสวนทันทีเพื่อหาผู้กระทำผิดมารับโทษ วันนี้ (5 พ.ค.2569) สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟหัวเซิง เมื่อเวลาประมาณ 16.40 น.
Read more »

จับตา 5 ปัจจัยที่ต้องรู้ในสัปดาห์นี้ : Bitcoin มีลุ้นพุ่งแตะ $95,000 หรือไม่จับตา 5 ปัจจัยที่ต้องรู้ในสัปดาห์นี้ : Bitcoin มีลุ้นพุ่งแตะ $95,000 หรือไม่สรุปข่าว Bitcoin กลับมายืนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน พร้อมสัญญาณเทคนิคที่เป็นขาขึ้นชัดเจน จากการเบรกเส้นค่าเฉลี่ย 21
Read more »

เปิดคุณสมบัติผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม.-ส.ก.นัดชี้ชะตา 28 มิ.ย.เปิดคุณสมบัติผู้สมัคร ผู้ว่าฯกทม.-ส.ก.นัดชี้ชะตา 28 มิ.ย.เสียงระฆังการเมืองท้องถิ่นในกรุงเทพมหานครกำลังดังขึ้นอีกครั้ง หลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มขยับเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. และผู้ว่าราชการกรุงเทมหานคร ที่จะครบวาระในวันที่ 21 พ.ค.
Read more »

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร้องขอต่อรัฐสภาให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. 31 ฉบับ รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดและล้มละลายคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร้องขอต่อรัฐสภาให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. 31 ฉบับ รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดและล้มละลายคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ยังค้างการพิจารณาอีก 31 ฉบับ ซึ่งประกอบด้วยร่าง พ.ร.บ.ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ 21 ฉบับ และร่าง พ.ร.บ.ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อนหน้าเสนอ 10 ฉบับ โดยร่าง พ.ร.บ.เหล่านี้มีความสำคัญต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลและผลประโยชน์ของประชาชนเป็นอย่างมาก
Read more »

'ชัชชาติ' ปักหลักสู้ 3 พรรคท้าชิงผู้ว่าฯ กทม.? | Thai PBS รายการไทยพีบีเอส'ชัชชาติ' ปักหลักสู้ 3 พรรคท้าชิงผู้ว่าฯ กทม.? | Thai PBS รายการไทยพีบีเอส'ชัชชาติ สิทธิพันธุ์' ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ จะครบวาระในวันที่ 21 พ.ค.นี้ และทาง กกต. เคาะวันดีเดย์ออกมาเป็นท...
Read more »

ศูนย์สิริกิติ์ ผนึก ททท. และ ISMED จัดมหกรรมแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026ศูนย์สิริกิติ์ ผนึก ททท. และ ISMED จัดมหกรรมแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026ศูนย์สิริกิติ์ ร่วมกับ ททท. และ ISMED จัดงานแสดงสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ รวม 3 กิจกรรมท่องเที่ยวในที่เดียว ตอบโจทย์นักเดินทางพรีเมียมและนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ภายในงาน 4 วันเต็ม ระหว่างวันที่ 21-24 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
Read more »



Render Time: 2026-05-10 07:59:37