น้ำมัน WTI ปิดลบ 54 เซนต์ หวั่นเฟดเร่งขึ้นดบ.กระทบดีมานด์ ราคาน้ำมัน น้ำมันWTI อินโฟเควสท์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ อย่างไรก็ดี สัญญาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน หลังจากซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณพร้อมปรับลดกำลังการผลิตเพื่อรับมือกับความท้าทายในตลาดส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนต.ค. ลดลง 24 เซนต์ หรือ 0.25% ปิดที่ 96.48 ดอลลาร์/บาร์เรล
ในช่วงแรกนั้น สัญญาน้ำมันดิบ WTI และน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 3 ในการประชุมเดือนก.ย. ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญภาวะถดถอย และทำให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลงด้วย นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาวะขาดแคลนพลังงานที่เกิดขึ้นในพื้นที่ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ขณะที่นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีนกล่าวยอมรับว่า จีนกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี ตลาดลดช่วงลบในเวลาต่อมา หลังจากเจ้าชายอับดูลาซิส บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีความมุ่งมั่น ความยืดหยุ่น และแนวทางในการรับมือกับความท้าทาย ซึ่งรวมถึงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันได้ทุกเวลา และในรูปแบบที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ เจ้าชายอับดูลาซิสกล่าวว่า โอเปกและชาติพันธมิตรจะทำข้อตกลงฉบับใหม่ต่อจากปี 2565 ซึ่งจะสร้างขึ้นบนประสบการณ์ และความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
น้ำมัน WTI ร่วงกว่า 1% หลุด 90 ดอลลาร์ วิตกศก.ถดถอยฉุดดีมานด์ชะลอตัว : อินโฟเควสท์ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงกว่า 1% และหลุดจากระดับ 90 ดอลลาร์/บาร์เรลในช่วงเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยและความต้องการใช้น้ำมันที่มีแนวโน้มอ่อนแอลง ณ เวลา 07.12 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 1.07 ดอลลาร์ หรือ 1.18% แตะที่ระดับ 89.70 ดอลลาร์/บาร์เรล นักลงทุนกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 3 ในการประชุมเดือนก.ย.นี้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับภาวะถดถอย และอาจทำให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลงด้วย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่าเศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 0.9% ในไตรมาส 2 หลังหดตัว 1.6% ในไตรมาส 1 ซึ่งการที่เศรษฐกิจหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน ทำให้สหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งอาจปูทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันในตลาดโลก ทั้งนี้ สหภาพยุโรป (EU) ได้รับคำตอบจากอิหร่านเกี่ยวกับข้อเสนอของ EU ในการรื้อฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 แล้ว …
อ่านเพิ่มเติม »
ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วง 160 จุดเช้านี้ ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% เดือนหน้า : อินโฟเควสท์ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลงเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือนก.ย.นี้ ณ เวลา 07.04 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ร่วงลง 160 จุด หรือ -0.48% แตะที่ 33,546 จุด นักลงทุนกังวลว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 3 ในการประชุมเดือนก.ย.นี้ ซึ่งอาจจะส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับภาวะถดถอย โดยล่าสุด ตัวเลขคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% และ 0.75% ในการประชุมเดือนก.ย.เริ่มเข้าใกล้ 50-50 หลังจากที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนเทน้ำหนักว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.50% FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนัก 53.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 2.75-3.00% ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. และให้น้ำหนัก 46.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ก่อนหน้านี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก …
อ่านเพิ่มเติม »
นักลงทุนจับตา 'พาวเวล' ขึ้นเวทีแจ็กสันโฮลศุกร์นี้ คาดส่งสัญญาณดอกเบี้ยเฟด : อินโฟเควสท์นักลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ในวันที่ 25-27 ส.ค. โดยคาดว่าเฟดจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งการปรับลดขนาดงบดุล (QT) ของเฟด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ สำหรับหัวข้อในการประชุมประจำปีนี้คือ “Reassessing Constraints on the Economy and Policy” โดยนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันศุกร์ที่ 26 ส.ค.เวลา 10.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือ 21.00 น.ตามเวลาไทย เบน เอมอนส์ กรรมการผู้จัดการจากบริษัทเมดลีย์ โกลบอล แอดไวเซอร์กล่าวว่า “นายพาวเวลจะใช้เวทีแจ็กสัน โฮลปีนี้เป็นโอกาสในการส่งสัญญาณถึงตลาด อย่างน้อยก็เพื่อเน้นย้ำว่า เฟดยังคงอยู่ในภารกิจการฉุดเงินเฟ้อให้ลดต่ำลงอย่างเป็นรูปธรรม” เอมอนส์ยังกล่าวด้วยว่า เขาไม่คาดว่าเฟดจะล้มเลิกความตั้งใจในการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบเชิงรุก โดยแม้ว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ชะลอตัวลงในเดือนก.ค. แต่เอมอนส์เชื่อว่า ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าภารกิจการสกัดเงินเฟ้อของเฟดได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และเขาเชื่อว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ยังคงอยู่บนโต๊ะการอภิปรายของกรรมการเฟด …
อ่านเพิ่มเติม »
แบงก์ชาติจีนประกาศลดดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีและ 5 ปี หวังพยุงศก.ฟื้นตัว : อินโฟเควสท์ธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีลง 0.05% แตะที่ 3.65% จากระดับ 3.7% และปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีลง 0.15% สู่ระดับ 4.30% จากระดับ 4.45% ในวันนี้ โดยมีเป้าหมายที่จะพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว หลังจากเศรษฐกิจภายในประเทศได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการทรุดตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีของจีนเป็นดัชนีวัดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของภาคเอกชน ส่วนอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเป็นดัชนีวัดทิศทางอัตราดอกเบี้ยของภาคครัวเรือน ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเพื่อการกู้จำนอง ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางจีนจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีลง 0.10% และปรับลดอัตราดอกเบี้ย LRP ประเภท 5 ปีลงมากกว่า 0.10% ในวันนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ในวันนี้ มีขึ้นหลังจากธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง …
อ่านเพิ่มเติม »
กบง.เคาะมาตรการช่วยค่าไฟงวดใหม่ผู้ใช้ไฟบ้าน-ขยายเวลาส่วนลด LPG ผู้มีรายได้น้อย : อินโฟเควสท์นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่า ยงานข่างจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เป็นประธานวันนี้ พิจารณาว่าจากสถานการณ์ราคาพลังงานโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยได้รับผลกระทบ กระทรวงพลังงานเล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะต้องช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนอย่างเร่งด่วน ควบคู่ไปกับการจูงใจให้ภาคประชาชนมีการใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัด ที่ประชุม กบง. จึงได้มีการพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และมีมติเห็นชอบแนวทางช่วยเหลือ ดังนี้ (1) กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วยต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาไฟฟ้าซึ่งเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยการให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าจำนวน 92.04 สตางค์ต่อหน่วย เป็นเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค.65 (ประกอบด้วยส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือน พ.ค.-ส.ค.65 จำนวน 23.38 สตางค์ต่อหน่วย และส่วนลดจากการเพิ่มขึ้นของค่า Ft เดือน ก.ย.-ธ.ค.65 จำนวน 68.66 สตางค์ต่อหน่วย) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยลดภาระค่าครองชีพของผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากนโยบายของรัฐตามมติคณะรัฐมนตรี (2) กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้าระหว่าง 301-500 …
อ่านเพิ่มเติม »
ฟิลิปปินส์ยืนยันไม่ขาดแคลนน้ำตาล ชี้ปัญหาเกิดจากพ่อค้ากักตุนน้ำตาลไทย : อินโฟเควสท์หน่วยงานของรัฐบาลฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า รายงานข่าวที่ว่าฟิลิปปินส์เผชิญกับการขาดแคลนน้ำตาลนั้น ไม่เป็นเรื่องจริง พร้อมกับชี้แจงว่าวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เป็นเพราะพ่อค้าบางรายได้ทำการกักตุนน้ำตาลเอาไว้เพื่อทำกำไร โดยจากการตรวจสอบในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่า มีการกักตุนน้ำตาลนำเข้าจากประเทศไทยประมาณ 60,000 กระสอบในคลังสินค้าต่าง ๆ ของฟิลิปปินส์ “เจ้าหน้าที่ตรวจพบน้ำตาลจำนวนมากในคลังสินค้าต่าง ๆ บนเกาะลูซอน ทำให้รัฐบาลสรุปได้ว่าภาวะขาดแคลนน้ำตาลนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด” รัฐบาลฟิลิปปินส์ระบุในแถลงการณ์ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ศุลกากรอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าคลังสินค้าเหล่านี้มีใบอนุญาตการนำเข้าถูกต้องหรือไม่ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลฟิลิปปินส์ชุดใหม่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ กำลังต่อสู้กับปัญหาน้ำตาลขาดตลาด ซึ่งส่งให้ราคาพุ่งสูงขึ้น โดยปธน.มาร์กอสตัดสินใจสั่งซื้อน้ำตาลจากต่างประเทศ หลังเบื้องต้นปฏิเสธที่จะนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดดังกล่าว พร้อมสั่งการให้บรรดาผู้ค้าปลีกปรับลดราคาลงเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และจัดระเบียบสำนักคณะกรรมการน้ำตาลทราย หลังเจ้าหน้าที่สำคัญหลายคนลาออกจากตำแหน่ง โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ส.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »