น้ำมัน WTI ปิดบวก 62 เซนต์ อุปทานน้ำมันตึงตัวหนุนตลาด ราคาน้ำมัน น้ำมันWTI อินโฟเควสท์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัว อย่างไรก็ดี สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ จะทำให้เศรษฐกิจเผชิญภาวะถดถอย และส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 65 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 92.00 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นหลังจากมีรายงานว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ผลิตน้ำมันต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 3.583 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนส.ค. ส่วนในเดือนก.ค. โอเปกพลัสผลิตน้ำมันต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 2.892 ล้านบาร์เรล/วัน อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงถูกกดดันจากความกังวลที่ว่า การเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 80% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 3.00-3.25% ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. และให้น้ำหนัก 20% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1.00%
นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ซึ่งสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ จะเปิดเผยในวันพุธนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐจะเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ไบเดนวอนปูตินอย่าใช้นิวเคลียร์หรืออาวุธเคมีสู้ยูเครน ขู่ระวังโลกรังเกียจ : อินโฟเควสท์สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เรียกร้องให้ปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีหรืออาวุธเคมี หลังจากที่กองทัพรัสเซียโดนยูเครนโต้กลับ ปธน.ไบเดนให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “60 Minutes” ของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส นิวส์ โดยตอบคำถามถึงสิ่งที่เขาจะพูดกับปธน.ปูตินหากรัสเซียพิจารณาใช้อาวุธนิวเคลียร์ว่า “อย่า อย่า อย่า นิวเคลียร์จะพลิกโฉมสงครามไปในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2” ปธน.ไบเดนกล่าวว่าสหรัฐจะเริ่มตอบโต้หากรัสเซียใช้นิวเคลียร์หรืออาวุธเคมี แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม โดยกล่าวว่ารัสเซีย “จะกลายเป็นที่น่ารังเกียจในสายตาชาวโลกมากกว่าที่เคยเป็นมา สิ่งที่พวกเขาทำจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะตอบสนองอย่างไร” การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่กองทัพยูเครนขับไล่กองกำลังรัสเซียทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปธน.ปูตินถูกกลุ่มชาตินิยมในรัสเซียกดดันให้เริ่มเปิดฉากบุกอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ ปธน.ปูตินเตือนว่ารัสเซียจะจะตอบโต้อย่างรุนแรงมากขึ้นหากกองทัพของตนถูกกดดันเพิ่ม สร้างความวิตกว่าปธน.ปูตินอาจเริ่มใช้อาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กหรืออาวุธเคมี นอกจากการใช้อาวุธดังกล่าวแล้ว ปธน.ปูตินอาจเลือกที่จะเกณฑ์ทหารกองหนุนของรัสเซียซึ่งมีอยู่ประมาณ 2 ล้านคน ตลอดจนกดดันยุโรปที่คอยส่งอาวุธให้ยูเครนด้วยการหยุดส่งพลังงานให้ทั้งหมด เพื่อหวังจะ “แช่แข็ง” ยุโรปในฤดูหนาวที่จะถึงนี้ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
รัฐบาลแจงเงินสำรองระหว่างปท.ลดเพราะตลาดเงินผันผวน ยันเสถียรภาพยังแข็งแกร่ง : อินโฟเควสท์นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศของประเทศปรับลดลง เป็นผลมาจากการแข็งค่าอย่างต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ พร้อมเน้นย้ำไม่พบสัญญาณการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ผิดปกติ และระดับเงินสำรองฯ เมื่อเทียบต่อ GDP ยังสูงกว่าหลายประเทศ ทั้งนี้ จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่า มูลค่าเงินสำรองระหว่างประเทศที่ปรับลดลงจาก 2.78 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ระดับ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ เป็นผลมาจากการตีมูลค่าเงินสำรองฯ ที่อยู่ในสินทรัพย์หลายสกุลเงินให้เป็นสกุลดอลลาร์ โดยเงินสกุลดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ทำให้สินทรัพย์สกุลอื่น ๆ เมื่อตีมูลค่าเป็นรูปดอลลาร์มีมูลค่าลดลง ซึ่งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินผันผวนสูงขึ้นจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และเป็นเหตุการณ์ปกติในช่วงที่ค่าเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนสูง มูลค่าเงินสำรองฯ ก็จะผันผวนสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังยืนยันว่าไม่พบสัญญาณการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ผิดปกติ และประเทศไทยยังมีฐานะทางการเงินที่ดี จากระดับเงินสำรองฯ ที่อยู่ประมาณ 2.4 แสนล้านดอลลาร์ ทำให้ไทยเป็นประเทศที่มีเงินสำรองฯ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 12 ของโลก และเมื่อเทียบเงินสำรองฯ ต่อ GDP จะคิดเป็น 48% ของ GDP ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 6 ของโลก รวมถึงยังสูงกว่าหนี้ต่างประเทศระยะสั้นของไทยถึงเกือบ …
อ่านเพิ่มเติม »
ผู้นำอิหร่านปรากฏตัวในศาสนพิธีหลังไม่ออกสื่อกว่า 2 สัปดาห์ สยบข่าวลือป่วยหนัก : อินโฟเควสท์อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกมาต้อนรับแขกในระหว่างพิธีทางศาสนาเมื่อวานนี้ (17 ก.ย.) โดยกล่าวให้ประชาชนมีความอดทนและความวิริยะอุตสาหะ นับเป็นการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกในรอบกว่า 2 สัปดาห์ สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านเผยภาพคาเมเนอี วัย 83 ปี ขณะยืนปราศรัยต่อผู้ฟังที่นั่งอยู่บนพื้น โดยกล่าวถึงความสำคัญของอัรบะอีน ซึ่งเป็นศาสนพิธีของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ที่จัดขึ้นเพื่อสิ้นสุดช่วงไว้ทุกข์ 40 วันเพื่อรำลึกถึงการวายชนม์ของอิหม่าม ฮุสเซน หลานชายของท่านนบี มูฮัมหมัด ศาสดาของศาสนาอิสลาม คาเมเนอีกล่าวต่อผู้ฟังว่า ผู้ศรัทธาควรยึดมั่นในคัมภีร์อัลกุรอานซึ่งเรียกร้องให้มีความอดทนเมื่อเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก อันเป็นการอ้างถึงปัญหาเศรษฐกิจของอิหร่านในขณะนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากถูกสหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตร ทั้งนี้ คาเมเนอีไม่ได้ปรากฏตัวในที่สาธารณะนับตั้งแต่ที่เขาพบกับผู้ติดตามในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 3 ก.ย. จนเกิดข่าวลือในสื่อโซเชียลว่าเขาป่วย โดยแหล่งข่าววงในเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (16 ก.ย.) ว่า ข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ดี หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สลงข่าวเมื่อวันศุกร์โดยอ้างแหล่งข่าววงในว่า คาเมเนอีได้ยกเลิกการประชุมและกำหนดการปรากฏตัวต่อสาธารณะทั้งหมดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากล้มป่วยหนัก และระบุว่า ปัจจุบันคาเมเนอีกำลังนอนพักรักษาตัวภายใต้การดูแลของแพทย์ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »