น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $5.01 ทะลุระดับ $102 ดอลล์อ่อนหนุนแรงซื้อ ราคาน้ำมัน น้ำมันWTI อินโฟเควสท์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทะลุระดับ 102 ดอลลาร์ในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงถึง 1% ในการประชุมเดือนนี้
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 5.11 ดอลลาร์ หรือ 5.1% ปิดที่ 106.27 ดอลลาร์/บาร์เรล ทั้งนี้ การอ่อนค่าของดอลลาร์จะช่วยให้สัญญาน้ำมันซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาถูกลงและน่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น บรรยากาศการซื้อขายยังคงได้รับปัจจัยบวกจากภาวะอุปทานน้ำมันตึงตัว หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ไม่สามารถโน้มน้าวให้สมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน หลังเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ซาอุดีอาระเบียเพิ่มการผลิตน้ำมัน 13 ล้านบาร์เรล/วัน : อินโฟเควสท์สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน อัล ซาอูด มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงกล่าวเมื่อวันเสาร์ (16 ก.ค.) ว่า ซาอุดีอาระเบียจะเพิ่มการผลิตน้ำมันสูงสุดที่ 13 ล้านบาร์เรล/วัน และไม่สามารถเพิ่มการผลิตมากไปกว่านี้ รายงานระบุว่า มกุฎราชกุมารทรงเผยประกาศดังกล่าวในระหว่างการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ และบรรดาผู้นำจากกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับอื่น เช่น อียิปต์ จอร์แดน และอิรัก ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย มกุฎราชกุมารทรงระบุว่า นโยบายด้านพลังงานที่ไม่สมจริงจะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น พร้อมกระตุ้นเตือนความพยายามสนับสนุนเศรษฐกิจโลกร่วมกันในห้วงยามแห่งความท้าทายลึกซึ้ง นอกจากนี้ มกุฎราชกุมารได้เรียกร้องนานาประเทศร่วมเผชิญความท้าทายจากโรคโควิด-19)และสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อผลักดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้งความมั่นคงด้านอาหารและสุขภาพ ทั้งนี้ ปธน.ไบเดนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดข้างต้นในวันสุดท้ายของการเยือนภูมิภาคตะวันออกกลางครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อต้นปี 2564 โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
บริษัทญี่ปุ่นเกินครึ่งเผยรัฐบาลควรดำเนินการเพิ่มเติม หลังเงินเฟ้อพุ่งสูง : อินโฟเควสท์บริษัทวิจัยสินเชื่อ เตโกกุ ดาต้าแบงก์ เปิดเผยผลสำรวจว่า บริษัทญี่ปุ่นประมาณครึ่งหนึ่งคิดว่ารัฐบาลควรดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมผลกระทบจากราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น โดยบริษัทต่างแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและวัสดุที่สูงขึ้น เนื่องจากสงครามยูเครนและค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลง เมื่อถูกถามเกี่ยวกับมาตรการทางเศรษฐกิจที่บริษัทต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญ 50.8% ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถามเลือกการสนับสนุนทางการเงิน การลดภาษีน้ำมัน และเงินอุดหนุนด้านต้นทุนการจัดซื้อ สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายฟูมิโอะคิชิดะนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นให้คำมั่นว่าจะเร่งเช่วยเหลือครัวเรือนและบริษัทแก้ปัญหาราคาที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นนโยบายในการเลือกตั้งสภาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (14 ก.ค.) นายคิชิดะแถลงต่อสื่อมวลชนว่า รัฐบาลมีแผนที่จะใช้เงินทุนสำรองบางส่วนประมาณ 5.5 ล้านล้านเยน (40 พันล้านดอลลาร์) สำหรับเป้าหมายดังกล่าว โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
นักวิชาการชี้ขึ้นดอกเบี้ยทำฐานะการคลังเสี่ยง แนะคุมกัญชาใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น : อินโฟเควสท์นายอนุสรณ์ ธรรมใจ กรรมการวิทยาลัยนานาชาติ ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุภาวะเศรษฐกิจของไทยยังไม่เกิดวิกฤตเหมือนประเทศศรีลังกาหรือ สปป.ลาว อย่างน้อยในระยะสองสามปีข้างหน้านี้ แต่มีความเสี่ยงเรื่องฐานะทางการคลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในประเทศจะทำให้ภาระต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้นในทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของหนี้ภาครัฐ หนี้ภาคเอกชน หนี้ครัวเรือน ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศศรีลังกา สปป.ลาว และประเทศอื่นในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ขณะนี้อาจส่งผลต่อเงินทุนระยะสั้นเก็งกำไรในตลาดการเงินไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่บ้าง มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ บางประเทศกระทบน้อยมากหรือไม่กระทบเลย แต่ไม่ได้กระทบต่อเศรษฐกิจของไทย กรณีของไทยนั้นมีผลกระทบในระดับปานกลาง สิ่งนี้ได้สะท้อนมายังการปรับลดลงต่อเนื่องของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย รวมทั้งเงินบาทอ่อนลง ซึ่งประเมินว่าใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้วในรอบนี้ การปรับหรือไม่ปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยภายในมีผลต่อการไหลออกของเงินทุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลเกินเหตุ ผลกระทบของวิกฤตในประเทศศรีลังกาและ สปป.ลาว ทำให้ปริมาณการค้าต่อกันลดลง โดยเฉพาะการส่งออกของไทยไปประเทศศรีลังกาลดลง การเจรจาเปิดเสรีทางการค้าแบบทวิภาคีกับประเทศศรีลังกาต้องชะงักไป การค้าชายแดนไทย-สปป.ลาวลดลง วิกฤตดังกล่าวทำให้เกิดโอกาสของกลุ่มทุนไทยในการขยายการลงทุนไปประเทศศรีลังกาและ สปป.ลาวเช่นเดียวกัน แต่ภาพรวมส่งออกของไทยยังไปได้ดี ขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 5-6% ยิ่งเงินบาทอ่อนค่ายิ่งส่งผลดีต่อภาคส่งออกและภาคท่องเที่ยวจากต่างประเทศ เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงต่ำแม้จะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่อง 2 ปีต่อเนื่องก็ตาม เมื่อเริ่มเปิดประเทศ รายได้จากการท่องเที่ยวของต่างชาติจะทำให้ปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดลดลงและน่าจะกลายมาเป็นบวกได้ในช่วงปลายปี ขณะที่ราคาน้ำมันผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ราคาน่าจะทยอยปรับตัวลดลง การอ่อนค่าของเงินบาทจะสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นบ้าง แต่การอ่อนค่าจากระดับ 32-33 บาท/ดอลลาร์ มาสู่ระดับ 36-37 บาท/ดอลลาร์ …
อ่านเพิ่มเติม »
อังกฤษออกกฎบัตรด้านการบิน หวังแก้ปัญหาสนามบินหยุดชะงัก : อินโฟเควสท์รัฐบาลอังกฤษออกกฎบัตรสำหรับผู้โดยสารการบิน (Aviation Passenger Charter) เพื่อช่วยผู้โดยสารทราบถึงสิทธิของตน หากต้องเผชิญกับปัญหาที่สนามบิน หลังจากการหยุดชะงักอย่างกว้างขวางในช่วงปีนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สนามบินฮีทโธรว์ขาดแคลนพนักงานอย่างหนัก จนส่งผลให้ผู้โดยสารต้องรอคิวยาว หรือถูกยกเลิกเที่ยวบิน ท่ามกลางยอดผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 40 ปี ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา หลังการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รัฐบาลอังกฤษระบุว่า กฎบัตรใหม่นี้จะช่วยให้ผู้โดยสารรู้ว่าต้องทำอย่างไร หากต้องเผชิญกับการยกเลิกเที่ยว ตลอดจนความล่าช้า หรือสัมภาระหาย และยังมีคำแนะนำวิธีการร้องเรียน หากได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม นายแกรนท์ แชปส์ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของอังกฤษระบุว่า ผู้โดยสารสมควรได้รับบริการที่เชื่อถือได้ และค่าชดเชยอย่างเหมาะสม หากสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามแผน อีกทั้ง ความวุ่นวายที่เราเห็นในสนามบินนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับได้ นอกจากนี้ นายแชปส์เสริมว่า กฎบัตรใหม่นี้จะช่วยให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายใจขึ้น ขณะที่พวกเขาเพลิดเพลินกับอิสระในการเดินทางครั้งใหม่ ไม่ว่าจะในวันหยุด เดินทางเพื่อธุรกิจ หรือเพื่อเยี่ยมเยียนคนรัก โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
ปลัด สธ.เผย 18 ก.ค.เชิญผู้ว่าฯ กทม.ร่วมถก ศปค.สธ.วางแผนรับมือโควิดระลอกใหม่ : อินโฟเควสท์นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 มีแนวโน้มพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น ซึ่ง กทม.ถือเป็นพื้นที่เปราะบางและมีความเสี่ยงในการแพร่ระบาดมากกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากเป็นเมืองขนาดใหญ่ มีประชากร มีการเดินทาง และมีกิจกรรมต่างๆ จำนวนมาก ดังนั้นจึงจะเชิญผู้ว่า กทม.เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศปค.สธ.) ในวันจันทร์ที่ 18 ก.ค.นี้ เพื่อหารือการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์การระบาดที่จะเกิดขึ้น โดยกระทรวงฯ จะขอความร่วมมือในการดำเนินการ 2 ส่วน คือ การลด ละ เลิก กิจกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อและแพร่เชื้อ ซึ่งผู้ว่าฯ กทม.ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร สามารถออกมาตรการต่างๆ ภายในพื้นที่ให้มีความเหมาะสมได้ ส่วนการเตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาล โดยปัจจุบันมีผู้ป่วยโควิด-19 เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลประมาณ 2 พันรายต่อวัน และกว่าครึ่งอยู่ในพื้นที่ กทม. คือประมาณ 1 พันกว่าราย ส่วนเตียงผู้ป่วยโควิดอาการสีเหลืองและสีแดง หรือเตียงระดับ 2-3 ภาพรวมทั้งประเทศมีการใช้ประมาณ 13% …
อ่านเพิ่มเติม »
'ไบเดน' ย้ำสหรัฐจะยังเป็นพันธมิตรที่มีส่วนร่วมสำคัญในตะวันออกกลาง : อินโฟเควสท์ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐจะยังคงเป็นพันธมิตรที่มีส่วนร่วมสำคัญในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำชาติอาหรับมองว่าสิทธิมนุษยชนเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทรงพลังในการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจและสังคม ปธน.ไบเดนกล่าวต่อผู้นำชาติอาหรับในระหว่างการประชุมสุดยอดอาหรับว่า สหรัฐได้ลงทุนเพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้แก่ภูมิภาคแห่งนี้ โดยร่วมมือกับพวกคุณทุกคน สหรัฐจะไม่มีทางไปไหนอย่างเด็ดขาด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ปธน.ไบเดนกำลังหาทางเริ่มต้นใหม่สำหรับการมีส่วนร่วมของสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยหวังว่าจะก้าวผ่านความขัดแย้งด้านทหารของสหรัฐ และผลักดันภูมิภาคที่เคารพกิจการภายในประเทศของแต่ละประเทศแทน รวมถึงแสวงหาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการป้องกันร่วมกัน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอิหร่าน ปธน.ไบเดน ซึ่งเดินทางเยือนตะวันออกกลางเป็นครั้งแรกในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ให้ความสำคัญกับการประชุมสุดยอดที่วางแผนไว้ร่วมกับประเทศในอ่าวอาหรับ 6 แห่งซึ่งเป็นสมาชิกของสภาความร่วมมืออ่าว (GCC) รวมถึงอียิปต์ จอร์แดน และอิรัก ทั้งนี้ ปธน.ไบเดนเดินทางมายังซาอุดีอาระเบีย โดยหวังจะบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันเพื่อช่วยลดราคาน้ำมันเบนซินที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 แต่กลับไม่สามารถบรรลุข้อตกลงดังกล่าวได้ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »