นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบาย ย้ำการทำงานที่เน้นความสามารถและความโปร่งใส พร้อมเดินหน้าพัฒนาประเทศเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน
ผมสั่งงานเป็น เพราะผมรู้ว่าคนไหนเก่งตรงไหน มี ความสามารถ อะไรที่จะนำผลงานมาส่งมอบให้ผมตามเป้าหมายได้ เวลาผมมอบหมายงานใคร ผมไม่ได้เลือกจากความชอบพอส่วนตัว แต่ผมเลือกเพราะมั่นใจว่าเขาทำได้ และที่สำคัญ...
ถ้ารัฐมนตรีหรือรองนายกฯ คนไหนกลับมาด้วยความล้มเหลว เมื่อรายงานเสร็จเขาก็รู้ตัวว่าต้องไปเก็บของ เพื่อให้คนที่มีความสามารถมากกว่าเข้ามาทำหน้าที่แทน นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงหลักการบริหารงานที่ยึดหลักความสามารถและความเหมาะสมเป็นสำคัญ โดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ส่วนตัว การตัดสินใจในการมอบหมายงานนั้น พิจารณาจากความสามารถและศักยภาพของแต่ละบุคคลเป็นหลัก เพื่อให้มั่นใจว่างานจะสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้ ท่านยังได้กล่าวถึงความรับผิดชอบของผู้ที่ได้รับมอบหมายงาน หากผลงานไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ผู้บริหารเหล่านั้นจะต้องรับผิดชอบต่อผลงานของตนเอง พร้อมกับเปิดทางให้ผู้ที่มีความสามารถมากกว่าเข้ามาทำหน้าที่แทน นี่คือการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และความโปร่งใสในการบริหารจัดการ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ชี้แจงถึงการทำงานแบบ 'คลัสเตอร์' ซึ่งเป็นการมอบหมายอำนาจเต็มให้รองนายกรัฐมนตรีในแต่ละสายงาน ตัวอย่างเช่น กระทรวงในส่วนของพรรคเพื่อไทยที่มี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ดูแลอยู่นั้น ก็เป็นการบริหารจัดการตามอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจน มิใช่เป็นการโยนภาระให้ผู้อื่น แต่เป็นการมอบหมายความรับผิดชอบเพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้น เป็นการตอบโต้ข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้านที่มักวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงความตั้งใจจริงในการทำงาน มิใช่เพียงแค่การสร้างภาพลักษณ์ ท่านยังได้ยกตัวอย่างการลงพื้นที่ตรวจแนวชายแดนที่มีกับระเบิดอยู่ใกล้เคียง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ท่านยังได้กล่าวถึงการทำงานอย่าง 'ลุยจริง' และไม่เน้นการสร้างภาพลักษณ์ โดยยกตัวอย่างการลงพื้นที่ที่เสี่ยงภัยเพื่อรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และเน้นย้ำให้ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ทำการบ้านให้ดีก่อนที่จะนำข้อมูลมากล่าวหาในสภาฯ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างจริงจัง\นายอนุทินย้ำถึงความสำคัญของสภาฯ และความรับผิดชอบต่อประชาชน ในช่วงท้ายของการแถลงนโยบาย นายกรัฐมนตรีได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการให้เกียรติฝ่ายนิติบัญญัติ โดยได้กำชับรัฐมนตรีทุกคนในกลุ่มไลน์ ครม. ให้ขึ้นมานั่งฟังการอภิปรายและตอบกระทู้ด้วยตนเอง เพื่อเป็นการให้เกียรติสภาฯ และแสดงให้เห็นถึงความเคารพในระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งยืนยันถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลในการทำงานเพื่อประชาชน ในส่วนของประเด็นคดีความหรือการตรวจสอบจาก กกต. นั้น นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ยินดี แต่พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายหากมีความผิด เพราะเชื่อมั่นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้หากทำผิดจริง นี่คือการแสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อกฎหมายและความพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง นายกรัฐมนตรียังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความพึงพอใจของประชาชน หากสิ่งที่ทำไปแล้วประชาชนยังไม่พอใจ แม้จะรู้สึกว่าทำถูกต้องแล้ว ก็พร้อมที่จะขอโทษและนำไปปรับปรุงแก้ไข แสดงให้เห็นถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้นไป โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจและดำเนินงาน ท่านยังได้กล่าวถึงอนาคตของรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ โดยจะทุ่มเททุกสรรพกำลังเพื่อทำให้ประเทศไทยแข็งแรง มั่นคง และเป็นที่ภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน นี่คือวิสัยทัศน์ของผู้นำที่มุ่งมั่นจะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยื
นายกรัฐมนตรี บริหารงาน ความสามารถ คลัสเตอร์ สภาฯ ประชาชน นโยบาย




