ธอส.เผยผลการดำเนินงานปัจจุบัน สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้มากกว่า 200,000 ล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 95,125 ราย ส่งผลให้สินเชื่อคงค้างรวมอยู่ที่ 1.
ธอส.เผยผลการดำเนินงานปัจจุบัน สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้มากกว่า 200,000 ล้านบาท โดยเป็นสินเชื่อสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 95,125 ราย ส่งผลให้สินเชื่อคงค้างรวมอยู่ที่ 1.
78 ล้านล้านบาท คาดการณ์ปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 67 ได้ไม่ต่ำกว่า 230,000 ล้านบาท ยืนยันปี 68 พร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง สนับสนุนคนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมากขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และผลักดันองค์กรสู่ความยั่งยืน เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.67 นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” โดยตลอดระยะเวลา 71 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4.6 ล้านครอบครัว สามารถสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และกระทรวงการคลัง ในการช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางให้มีคุณภาพชีวิต และความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย โดย ณ วันที่ 4 ธันวาคม 2567 ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้วกว่า 200,856 ล้านบาท จำนวน 155,536 บัญชี ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท สูงถึง 95,125 ราย สะท้อนว่า ธอส. เป็นธนาคารที่ตอบโจทย์ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลางมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน ธอส. มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1.78 ล้านล้านบาท ให้บริการผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลายและตรงตามความต้องการของลูกค้าอาทิ สินเชื่อบ้าน 71 ปี ธอส.,โครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน พ.ศ.2567, มาตรการสินเชื่อซื้อ – สร้าง และมาตรการสินเชื่อซ่อม – แต่ง ทำให้คาดการณ์ทั้งปี 2567 ธอส.จะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ไม่ต่ำกว่า 230,000 ล้านบาท ขณะที่การจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน ปี 2567 และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านรายได้ให้กับลูกค้านั้น ปัจจุบันมีลูกค้าลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการรวม 114,101 บัญชี คิดเป็นวงเงินต้นคงเหลือ 133,255.49 ล้านบาท โดยเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรักษาบ้านให้คนไทย และทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ของ ธอส.อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ สำหรับในปี 2568 ธอส. พร้อมดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ในการสนับสนุนคนไทยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ด้วยการเป็นที่ 1 ของสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดย ธอส. คาดการณ์ปล่อยสินเชื่อใหม่ในปี 2568 ได้ไม่ต่ำกว่าปี 2567 ผ่านการให้บริการผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำและเงินงวดในการผ่อนชำระอยู่ในระดับที่เหมาะสม สำหรับผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง และสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพประจำ-อาชีพอิสระ ที่มีรายได้มากกว่า 25,000 บาท/เดือน “จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นในปลายปี 2567 ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจในปี 2568 ขยายตัวดีขึ้น ดังนั้นจึงคาดว่าการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของ ธอส. จะได้ตามที่คาดการณ์ไว้ โดย ธอส. พร้อมสานต่อนโยบายของรัฐในการสนับสนุนให้คนไทยมีบ้าน ด้วยการให้บริการสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกกลุ่มอาชีพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะปล่อยสินเชื่อได้ไม่ต่ำกว่าสินเชื่อใหม่ที่ปล่อยได้ในปี 2567 ได้” นายกมลภพกล่าว นอกจากนี้ ธอส. ยังพัฒนาการให้บริการเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้ายิ่งขึ้น อาทิ โครงการสอบทานกระบวนการให้สินเชื่อ โครงการที่พัฒนาขึ้นเพื่อสอบทานคุณสมบัติของลูกค้าที่ยื่นขอสินเชื่อ เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าได้สินเชื่อที่ตรงกับความต้องการและความสามารถของลูกค้า และ โครงการระบบ GHB Digital Appraisal ระยะที่ 3 เป็นโครงการที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการประเมินราคาหลักทรัพย์ผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งมีการขยายพื้นที่ในการให้บริการไปยังสาขาต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยระบบดังกล่าวเป็นการให้บริการด้านข้อมูลการประเมินราคาหลักทรัพย์ในเบื้องต้นให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มีความประสงค์จะขอสินเชื่อกับธนาคาร ให้สามารถประเมินราคาในเบื้องต้นเพื่อประมาณการวงเงินอนุมัติเบื้องต้นได้รวดเร็วขึ้น โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส.ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL GEN และ
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
เลขาธิการ คปภ. ไขลานธุรกิจประกันเต็มสูบ คาดปี 68 เบี้ยทะยานแตะ 9.8 แสนล้านบาทเลขาธิการ คปภ. เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจประกันภัยเต็มสูบ คาดปี 2568 เบี้ยประกันภัยวิ่งแตะ 9.8 แสนล้านบาท นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.
อ่านเพิ่มเติม »
ไทยเตรียมรับมือ “ทรัมป์” 2.0 คาดฉุดจีดีพีไทย ลด 0.87% สูญรายได้ 1.6 แสนล้านบาทม.หอการค้าไทย ประเมิน กระทบจากนโยบายทรัมป์ 2.0 ที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า ฉุดจีดีพีไทยลด 0.87% ทำเศรษฐกิจไทยเสียหายกว่า 1.6 แสนล้านบาท ขณะที่ส่งออกไทยไปยังตลาดสหรัฐฯ ดิ่ง 1.52% คาดปี 68 ส่งออกไทยเหลือโต 0.72-1.24%มูลค่า 2.96-2.97 แสนล้านดอลลาร์
อ่านเพิ่มเติม »
ธปท.เผย! Q3/67 สินเชื่อแบงก์หดตัว 2% NPL ทะลุ 5.5 แสนล้านธปท.เผย Q3/67 สินเชื่อแบงก์หดตัว 2% NPL เพิ่มแตะ 5.534 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.97% ของสินเชื่อรวม ระบบธนาคารยังมั่นคง เงินกองทุน-สภาพคล่องสูง แต่ต้องจับตา SMEs-ครัวเรือนที่มีหนี้สูง
อ่านเพิ่มเติม »
ธปท.เปิดข้อมูลสินเชื่อแบงก์พาณิชย์ Q3/67 หดตัว 2%-หนี้เอ็นพีแอลพุ่งแตะ 5.53 แสนล้านบาทธปท.เปิดข้อมูลสินเชื่อแบงก์พาณิชย์ Q3/67 หดตัว 2%-หนี้ NPL พุ่งแตะ 5.53 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 26 พ.ย.67 น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.
อ่านเพิ่มเติม »
'การบินไทย' แจ้งจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้ว 2.3 แสนล้าน จากแปลงหนี้เป็นทุน'การบินไทย” แจงตลาดหลักทรัพย์ แจ้งการจดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้ว จากการแปลงหนี้เป็นทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ เผยบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวนทั้งสิ้น 2.3 แสนล้านบาท
อ่านเพิ่มเติม »
แนวโน้มการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดปีงบ 67 สามารถรับรายได้ทะลุ 9.47 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้อันดับหนึ่งของรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า อาจมีการปรับเพิ่มอัตราการจัดเก็บ VAT ขึ้นจาก 7% ถึง 10% ตามที่กฎหมายระบุ。
อ่านเพิ่มเติม »
