ธปท. เร่งวางเกณฑ์คุมแบงก์คิดค่าธรรมเนียม ย้ำต้องสะท้อนต้นทุนจริง : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

ธปท. เร่งวางเกณฑ์คุมแบงก์คิดค่าธรรมเนียม ย้ำต้องสะท้อนต้นทุนจริง : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 53 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 24%
  • Publisher: 68%

ธปท. เร่งวางเกณฑ์คุมแบงก์คิดค่าธรรมเนียม ย้ำต้องสะท้อนต้นทุนจริง ธนาคารแห่งประเทศไทย ค่าธรรมเนียม ถอนเงินไม่ใช้บัตร อินโฟเควสท์

น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ธปท. มีเป้าหมายจะยกระดับให้การใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นทางเลือกหลักในการชำระเงินของประชาชน เพื่อมุ่งสู่การลดใช้เงินสดในระยะยาว ภายใต้แผนกลยุทธ์ระบบการชำระเงินปี 2565-2567

ทั้งนี้ หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการ คือ การพิจารณาทบทวนโครงสร้างราคาของบริการชำระเงิน และค่าธรรมเนียมการชำระเงินรูปแบบต่างๆ ทั้งเงินสด เช็ค และบริการชำระเงินดิจิทัลให้เหมาะสม ภายใต้หลักการ ดังนี้2. สนับสนุนให้การพัฒนาบริการด้านการชำระเงินดิจิทัลสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับกลไกตลาด รวมทั้งรองรับบริการชำระเงินที่จะมีหลากหลายรูปแบบในอนาคต และที่สำคัญต้องตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม

น.ส.สิริธิดา กล่าวว่า ปัจจุบัน ธปท. อยู่ระหว่างพิจารณาวางแนวทางโครงสร้างค่าธรรมเนียมของทั้งระบบการชำระเงินให้สอดคล้องกับหลักการข้างต้นและเป็นสากล โดยจะนำมาใช้ประเมินเพื่อพิจารณาปรับปรุงและหารือกับผู้เกี่ยวข้อง ก่อนนำมาเป็นแนวทางให้สถาบันการเงินนำไปปรับใช้ต่อไป กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากธนาคารกรุงไทย ประกาศจัดเก็บค่าธรรมเนียมการถอนเงินแบบไม่ใช้บัตร ครั้งละ 10 บาท เพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัล ลดการใช้เงินสด โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมการถอนเงินไม่ใช้บัตร 1 ครั้งต่อเดือน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.ถึง 31 ก.ค.66 ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ต่อมา ธนาคารกรุงไทย จึงประกาศยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวออกไปก่อน

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

ธปท. อัพเดต 7 แนวทางขั้นต่ำ ที่สถาบันการเงินต้องทำตาม เพื่อป้องกัน “ภัยการเงิน”ธปท. อัพเดต 7 แนวทางขั้นต่ำ ที่สถาบันการเงินต้องทำตาม เพื่อป้องกัน “ภัยการเงิน”ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กำหนดแนวปฏิบัติขั้นต่ำให้ทุกสถาบันการเงินปฏิบัติตาม เพื่อลดช่องทางที่มิจฉาชีพจะเข้าถึงประชาชน และเพิ่ม ความมั่นใจในการใช้บริการทางการเงินดิจิทัล
อ่านเพิ่มเติม »

ธปท. ย้ำข้อมูลคนไทยที่รั่วไป ใช้ทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking ไม่ได้ ต้องยืนยันตัวตนอีกครั้ง #beartaiธปท. ย้ำข้อมูลคนไทยที่รั่วไป ใช้ทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking ไม่ได้ ต้องยืนยันตัวตนอีกครั้ง #beartaiสถาบันการเงิน (สง.) มีระบบป้องกันข้อมูลของลูกค้าอย่างเข้มงวด และมีระบบตรวจจับความผิดปกติเพื่อให้การให้บริการทางการเงินมีความมั่นคงปลอดภัย
อ่านเพิ่มเติม »

สหรัฐจ่อใช้กฎหมายลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ กระตุ้นการผลิตในประเทศ : อินโฟเควสท์สหรัฐจ่อใช้กฎหมายลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ กระตุ้นการผลิตในประเทศ : อินโฟเควสท์กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (31 มี.ค.) ถึงการใช้กฎหมายภาษีรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งจะลดหย่อนหรือยกเลิกภาษีในรถยนต์บางรุ่นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ปล่อยมลพิษ โดยจะให้สิทธิประชาชนในการเลือกซื้อในระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะกฎดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 เม.ย. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กฎหมายดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สหรัฐยุติการพึ่งพาจีนในห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า และเป็นส่วนหนึ่งของพยายามของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ที่ตั้งใจจะสร้างยอดขายรถยนต์ใหม่ของสหรัฐที่ 50% ภายในปี 2573 ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริด แนวทางการจัดหาทรัพยากรสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่เผยแพร่ออกมาเมื่อวันศุกร์ (31 มี.ค.) ทำให้มีการตั้งข้อกำหนดใหม่สำหรับแร่สำคัญและส่วนประกอบของแบตเตอรี่ และจะมีผลบังคับใช้สำหรับการซื้อรถยนต์ ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. มาตรากฎหมายการปรับลดเงินเฟ้อ (Inflation Reduction Act) หรือ IRA มูลค่า 4.3 แสนดอลลาร์สหรัฐ ที่ลงนามโดยประธานาธิบดีไบเดนเมื่อเดือนส.ค. 2565 ได้ยกเลิกการกำหนดปริมาณการขายรถยนต์ไฟฟ้า แต่ได้บังคับใช้เงื่อนไขใหม่สำหรับภาษีรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงข้อกำหนดให้ประกอบรถยนต์ในอเมริกาเหนือตั้งแต่เดือนส.ค. 2565 และตอนนี้รวมไปถึงแบตเตอรี่และกฎการจัดหาทรัพยากรแร่สำคัญ ซึ่งจะบังคับใช้ในวันที่ 18 เม.ย. IRA กำหนดว่า 50% ของมูลค่าส่วนประกอบแบตเตอรี่ที่ผลิตหรือประกอบในอเมริกาเหนือจะมีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนภาษี 3,750 ดอลลาร์สหรัฐ และ […]
อ่านเพิ่มเติม »

เลือกตั้ง'66: ลุงป้อมปัดร่วมดีเบต ชี้แค่โชว์ฝีปาก-สร้างความแตกแยก : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66: ลุงป้อมปัดร่วมดีเบต ชี้แค่โชว์ฝีปาก-สร้างความแตกแยก : อินโฟเควสท์พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชี้แจงเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมขึ้นเวทีดีเบตตามที่มีผู้เชิญมา เนื่องจากเป็นคนที่พูดไม่เก่ง แต่ยินดีที่จะพบปะพูดคุยเพื่อและเปลี่ยนความคิดเป็นแบบเป็นส่วนตัว “ผมยินดีอย่างยิ่งที่จะพบปะกับทุกท่านเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความคิดความเห็นกัน แต่ขอเป็นแบบพูดคุยส่วนตัว ผมพร้อมเสมอสำหรับทุกท่านครับ ก่อนหน้านี้ผมได้แลกเปลี่ยน พูดคุยกับสื่อมวลชนที่ติดต่อมาบางท่านแล้ว สำหรับท่านอื่นๆ ผมรอเวลาที่ท่านว่างอยู่เช่นกันครับ” พล.อ.ประวิตร ระบุ ตนยอมรับว่าประเทศควรจะมีผู้นำที่มีความรู้ความสามารถที่สุด เพื่อให้เป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพที่จะนำพาประเทศสู่การพัฒนาให้เจริญรุ่งเรือง บริหารจัดการให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ขณะที่เครื่องชี้วัดความเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพในแต่ละประเทศย่อมมีความแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ แม้การพูดจะแสดงให้ประชาชนรับทราบถึงประสิทธิภาพผู้นำ แต่ไม่ใช่วิธีเดียว “คำพูดเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สะท้อนความเป็นจริงของความรู้ความสามารถได้น้อยที่สุด เพราะคนพูดเก่งสามารถพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็น แม้กระทั่งไม่เคยคิดได้ง่ายๆ เพียงแค่คิดขึ้นเฉพาะหน้าว่าพูดอย่างไรจะเป็นประโยชน์กับตัวเอง แล้วใช้ศิลปะพูดโน้มน้าวให้คนฟังเชื่อในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองไม่เคยเชื่อก็ได้” พล.อ.ประวิตร ระบุ การยืนยันความรู้ความสามารถด้วยการพูดว่าไปแล้วเป็นเรื่องที่เชื่อได้น้อยที่สุด เพียงแต่การแข่งขันทางการเมือง โดยเฉพาะในประเทศตะวันตก ความเป็นผู้นำที่ดีหรือไม่นิยมใช้โวหาร วาทกรรมเป็นเครื่องวัด การดีเบตในความหมายของการโต้วาที แสดงโวหารจึงเป็นเรื่องสำคัญ ประกอบกับเป็นวัฒนธรรมสังคมที่สื่อมวลชนมีบทบาท มีอิทธิพลต่อการชี้นำความคิดของประชาชน และการดีเบตเป็นวิธีที่สื่อมวลชนแสดงบทบาทได้โดดเด่น เป็นการสมประโยชน์ของทุกฝ่าย “การดีเบตไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าการแสดงให้เห็นว่านักการเมืองคนไหนพูดเก่ง มีไหวพริบในการตอบโต้ได้ดี ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับความรู้ความสามารถที่เป็นจริงของนักการเมืองคนนั้นเลยก็ได้” พล.อ.ประวิตร ระบุ ดังนั้นผู้นำที่พูดไม่เก่ง ดีเบตไม่ดี อาจจะมีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับความเป็นไปของประเทศในปัจจุบันมากกว่าก็เป็นได้ เช่นในอดีตคือ พล.อ.พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ หรือหากมองให้กว้างออกไป ผู้นำท
อ่านเพิ่มเติม »

โรงกลั่นน้ำมันระเบิดในอินโดนีเซีย บาดเจ็บ 9 ราย : อินโฟเควสท์โรงกลั่นน้ำมันระเบิดในอินโดนีเซีย บาดเจ็บ 9 ราย : อินโฟเควสท์สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดที่โรงกลั่นน้ำมันของกิลัง เปอร์ตามินา อินเตอร์เนชันแนล PT Kilang Pertamina Internasional หรือ KPI เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (1 เม.ย.) ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 ราย โดย KPI เป็นบริษัทย่อยของพีที เปอร์ตามินา (PT Pertamina) บริษัทพลังงานของรัฐบาลอินโดนีเซีย เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมันในเมืองดูไม จังหวัดรีเยา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา โดยแรงระเบิดสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนหลายแห่งในบริเวณใกล้เคียง ซึ่ง KPI แถลงว่ามีชาวบ้านบาดเจ็บ “เล็กน้อย” จากการถูกเศษกระจกกระเด็นใส่ ทางโฆษกของ KPI กล่าวว่า หน่วยงานหลายแห่งได้รับผลกระทบและต้องยุติการดำเนินงานจากการระเบิดและเพลิงไหม้ แต่บางส่วนยังปฏิบัติงานตามปกติ และได้เริ่มดำเนินการฟื้นฟูแล้วหลังจากไฟดับลง พร้อมกับขอโทษสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม โฆษกของ KPI ไม่ได้ตอบคำถามว่าเหตุดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการผลิตและอุปทานหรือไม่ แต่ระบุว่าเชื้อเพลิงของประเทศปลอดภัยดี ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของการระเบิด และกำลังอยู่ในระหว่างสืบสวน โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 เม.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE […]
อ่านเพิ่มเติม »

เลือกตั้ง'66: 'บิ๊กตู่' แจงไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ หวังส่งไม้ต่อให้ 'พีระพันธุ์' : อินโฟเควสท์เลือกตั้ง'66: 'บิ๊กตู่' แจงไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ หวังส่งไม้ต่อให้ 'พีระพันธุ์' : อินโฟเควสท์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ถึงตำแหน่งแคนดิเดทนายกรัฐมนตรีว่าต้องลง ส.ส. บัญชีรายชื่อถึงจะสง่างามว่า ตนมองเรื่องของการให้โอกาสคนอื่นขึ้นมาเป็นบ้าง จึงให้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่ออันดับ 1 เพราะมีผลกับการอยู่ 2 ปีของตน ซึ่งเป็นตัวเลือกในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งต่อไป ถ้าตนได้อยู่ 2 ปี ก็จะมีคนสานต่อตรงนี้ ทุกอย่างมันคือยุทธศาสตร์ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-04 06:11:51