'หุ้นไทย' ตกเพราะนักลงทุนต่างชาติ “ขายสุทธิ” หุ้นในตลาดค่อนข้างมาก และเป็นการขายต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้สูงถึงเกือบ 'แสนล้านบาท' แล้วในเวลาไม่ถึง 6 เดือน
แต่ส่วนตัวผมเองนั้น มองว่าปัญหาของ หุ้นไทย อาจจะไม่ใช่ปัญหาชั่วคราว แต่เป็นปัญหาถาวรที่เกิดจากโครงสร้างที่แก้ไขยาก โครงสร้างเหล่านั้น เดิมทีเป็นสิ่งที่เอื้ออำนวยต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้นมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ แต่แน่นอน ในขณะที่เราไม่ได้ตระหนักและไม่ได้ปรับโครงสร้างตามที่ควรจะเป็น ผลก็คือ เรากำลังอยู่ในสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยให้เศรษฐกิจเติบโตต่อไปได้ ซึ่งก็ส่งผลให้ตลาดหุ้นเติบโตไปได้ยาก และก็จะเป็นแบบนั้นไปยาวนานและไม่สามารถกลับไปสู่สภาวะเดิมได้อีกเลยในขณะที่จำนวนคนเกิดใหม่น้อยลงอย่างรวดเร็วยิ่งกว่า ผลก็คือ จำนวนคนทำงานสร้างผลผลิตหรือ GDP ลดลง และจะลดลงไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับประสิทธิภาพที่จะลดลงเพราะคนทำงานที่แก่ตัวลงและมีความรู้ทางเทคโนโลยีไม่พอในความเห็นผมก็คือ โครงสร้างที่เป็นอยู่นั้น น่าจะค่อนข้างล้าสมัยและก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนไปได้รวดเร็วพอ เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ระบบของเราไม่สามารถตอบสนองต่อเจตจำนงเสรีของประชาชนที่แท้จริงได้เพียงพอ และรัฐบาลก็ไม่สามารถมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะปฏิบัติตามเจตจำนงนั้น และทั้งสองอย่างนั้น เปลี่ยนยากมากที่ประกอบไปด้วยอุตสาหกรรมยุคเก่าหรือยุคปัจจุบันที่กำลังอิ่มตัว บริษัทใหญ่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้มีการสร้างธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะสร้างเอสเคิร์บหรือการเติบโตใหม่ ๆ ขึ้น หรือพยายามก็ยังไม่สำเร็จ ในขณะที่คู่แข่งซึ่งก็คือ ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่เคยเป็นรองไทยในอุตสาหกรรมรุ่นเก่า ขณะนี้กลับนำไทยในอุตสาหกรรมใหม่ ๆโครงสร้างที่เป็นเสาหลักในการเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นของเรานั้น เริ่มเสื่อมโทรมลงมาอย่างรวดเร็ว อาจจะประมาณ 10-15 ปีมาแล้ว การรัฐประหารเมื่อ 10 ปีที่แล้วแทบจะทำให้การพัฒนาหรือปรับปรุงโครงสร้างโดยเฉพาะทางการเมืองสะดุดหยุดลงอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ยิ่งน่าห่วงก็คือ การเสื่อมลงนั้นยังไม่หยุดและอาจจะแย่ลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในด้านของประชากรที่ทัศนคติของคนไทยเปลี่ยนไปมากในแง่ที่ไม่อยากมีลูก ซึ่งก็อาจจะส่งผลไปถึงการลดลงของแรงขับดันที่จะสร้างอนาคต และจบลงที่การขาดความฝันและความหวังที่จะสร้างตัวหรือความมั่งคั่งให้กับตนเอง และนั่นก็คือ การจบลงของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง.
แต่ส่วนตัวผมเองนั้น มองว่าปัญหาของหุ้นไทยอาจจะไม่ใช่ปัญหาชั่วคราว แต่เป็นปัญหาถาวรที่เกิดจากโครงสร้างที่แก้ไขยาก โครงสร้างเหล่านั้น เดิมทีเป็นสิ่งที่เอื้ออำนวยต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดหุ้นมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ แต่แน่นอน ในขณะที่เราไม่ได้ตระหนักและไม่ได้ปรับโครงสร้างตามที่ควรจะเป็น ผลก็คือ เรากำลังอยู่ในสภาวะที่ไม่เอื้ออำนวยให้เศรษฐกิจเติบโตต่อไปได้ ซึ่งก็ส่งผลให้ตลาดหุ้นเติบโตไปได้ยาก และก็จะเป็นแบบนั้นไปยาวนานและไม่สามารถกลับไปสู่สภาวะเดิมได้อีกเลยในขณะที่จำนวนคนเกิดใหม่น้อยลงอย่างรวดเร็วยิ่งกว่า ผลก็คือ จำนวนคนทำงานสร้างผลผลิตหรือ GDP ลดลง และจะลดลงไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับประสิทธิภาพที่จะลดลงเพราะคนทำงานที่แก่ตัวลงและมีความรู้ทางเทคโนโลยีไม่พอในความเห็นผมก็คือ โครงสร้างที่เป็นอยู่นั้น น่าจะค่อนข้างล้าสมัยและก็ไม่สามารถปรับเปลี่ยนไปได้รวดเร็วพอ เฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ระบบของเราไม่สามารถตอบสนองต่อเจตจำนงเสรีของประชาชนที่แท้จริงได้เพียงพอ และรัฐบาลก็ไม่สามารถมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะปฏิบัติตามเจตจำนงนั้น และทั้งสองอย่างนั้น เปลี่ยนยากมากที่ประกอบไปด้วยอุตสาหกรรมยุคเก่าหรือยุคปัจจุบันที่กำลังอิ่มตัว บริษัทใหญ่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้มีการสร้างธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะสร้างเอสเคิร์บหรือการเติบโตใหม่ ๆ ขึ้น หรือพยายามก็ยังไม่สำเร็จ ในขณะที่คู่แข่งซึ่งก็คือ ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนที่เคยเป็นรองไทยในอุตสาหกรรมรุ่นเก่า ขณะนี้กลับนำไทยในอุตสาหกรรมใหม่ ๆโครงสร้างที่เป็นเสาหลักในการเติบโตทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นของเรานั้น เริ่มเสื่อมโทรมลงมาอย่างรวดเร็ว อาจจะประมาณ 10-15 ปีมาแล้ว การรัฐประหารเมื่อ 10 ปีที่แล้วแทบจะทำให้การพัฒนาหรือปรับปรุงโครงสร้างโดยเฉพาะทางการเมืองสะดุดหยุดลงอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ยิ่งน่าห่วงก็คือ การเสื่อมลงนั้นยังไม่หยุดและอาจจะแย่ลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในด้านของประชากรที่ทัศนคติของคนไทยเปลี่ยนไปมากในแง่ที่ไม่อยากมีลูก ซึ่งก็อาจจะส่งผลไปถึงการลดลงของแรงขับดันที่จะสร้างอนาคต และจบลงที่การขาดความฝันและความหวังที่จะสร้างตัวหรือความมั่งคั่งให้กับตนเอง และนั่นก็คือ การจบลงของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
ตลาดหุ้นไทย กรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์ Stock ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร โลกในมุมมองของ VALUE INVESTOR นักลงทุนวีไอ Value Investor
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
เปิดผลงานโรดโชว์ “เศรษฐา” คุย 60 บริษัท 14 ประเทศดึงเงินลงทุน 5 แสนล้าน“ชโยทิต-นฤตม์” เปิดผลงานโรดโชว์นายกฯ “เศรษฐา” 14 ประเทศ 60 บริษัท ในรอบ 6 เดือน ดึงเม็ดเงินลงทุนได้ 5.58 แสนล้านบาท ลั่น 3 ปีจากนี้ ต่างชาติ มาลงทุนแน่ไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท บีโอไอย้ำไทยรับอานิสงส์คลื่นการลงทุน ลูกใหม่ในรอบ 30 ปี
อ่านเพิ่มเติม »
รัฐบาล ฟุ้ง 6 เดือนการลงทุนพุ่ง ลุยจัดงานมหกรรมดนตรี และเทศกาลนานาชาติรัฐบาล กระตุ้นส่งเสริมการลงทุนจัดงานมหกรรมดนตรี และเทศกาลนานาชาติ จุดประกายให้ไทยเป็นเป้าหมายการจัดงานระดับโลก หลังแถลงย้ำผลสำเร็จการลงทุน 6 เดือน ขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้วกว่า 8.5 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 9 ปี
อ่านเพิ่มเติม »
'สุริยะ' เร่งสปีด 'คมนาคม' ลุยเบิกจ่ายงบปี 67 แตะ 2.28 แสนล้าน“สุริยะ” สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 67 ใน 5 เดือน พบภาพรวมอยู่ที่ 26.4% หลังได้รับจัดสรรงบแตะ 2.28 แสนล้านบาท ลุยลงนามสัญญาบิ๊กโปรเจ็กต์ต่อเนื่อง
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้นไทยเริ่มเห็นสัญญาณรีบาวด์ ต่างชาติพลิกซื้อหุ้นไทยโดดเด่นเม.ย.ที่ผ่านมา “ต่างชาติ” พลิกกลับซื้อ “หุ้นไทย” เฉียด 4 พันล้าน เซกเตอร์หุ้นที่บวกมากสุดเป็นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 'บล.กสิกรไทย' เปิด 4 ธีมเด่น น่าลงทุน เดือน พ.ค.
อ่านเพิ่มเติม »
ปักธงปีนี้ 'คมนาคม' ลุยเคาะ 'แผนพัฒนาท่าเรือคลองเตย' 1 แสนล้าน'คมนาคม' เดินหน้าตั้งคณะกรรมการฯ ดัน 'แผนพัฒนาท่าเรือคลองเตย' 1 แสนล้านบาท ภายในเดือนนี้ คาดใช้เวลาศึกษา 6 เดือน มั่นใจได้ข้อสรุปปีนี้ เร่งสางปัญหาพื้นที่ชุมชน อุ้ม 1.3 หมื่นครัวเรือน
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้นไทยเข้าโหมด ‘ตลาดหมี’ เต็มตัว! ต่างชาติเทขาย 13 วันรวด กด SET ดิ่ง 20% จากจุดสูงสุดต้นปีก่อนดัชนี หุ้นไทย (SET Index) ร่วงสู่ระดับ 1,318.57 จุด ต่ำสุดในรอบ 3 ปี กับอีก 7 เดือน และหากคำนวณจากจุดสูงสุดเมื่อต้นปี 2566 ที่เกือบ 1,700 จุด จะเห็นว่า
อ่านเพิ่มเติม »




