ทอง ปิดลบ $1.60 เหตุดอลล์แข็ง-กังวลเฟดเดินหน้าขึ้นดบ. COMEX ราคาทอง ราคาทองคำ อินโฟเควสท์
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 1.60 ดอลลาร์ หรือ 0.08% ปิดที่ 1,922.20 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 มี.ค. 2566สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 9.10 ดอลลาร์ หรือ 0.97% ปิดที่ 924.90 ดอลลาร์/ออนซ์สัญญาทองคำปิดลบติดต่อกันเป็นวันที่ 2 เนื่องจากการแข็งค่าของดอลลาร์ได้ลดความน่าดึงดูดของทองคำ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.41% แตะที่ 102.
นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังปรับตัวลงหลังจากนายพาวเวลกล่าวในงานเสวนาซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศโปรตุเกสเมื่อวานนี้ว่า เขาไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งติดต่อกัน เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาดในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดแรงงานอยู่ในภาวะตึงตัวมากกว่าคาด และเงินเฟ้อสูงกว่าคาดเช่นกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้บ่งชี้ว่า แม้นโยบายที่เฟดใช้มีความเข้มงวด แต่ก็อาจจะยังเข้มงวดไม่เพียงพอ...
ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุม 2 ครั้งติดต่อกัน โดยการประชุมเฟดครั้งถัดไปจะมีขึ้นในวันที่ 25-26 ก.ค. และจากนั้นจะมีขึ้นในวันที่ 19-20 ก.ย. นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล เดือนพ.ค.ของสหรัฐในวันพรุ่งนี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ทองปิดลบ $10 เหตุบอนด์ยีลด์พุ่ง-กังวลธนาคารกลางขึ้นดบ. : อินโฟเควสท์สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (27 มิ.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ และความกังวลว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ สัญญาทองคำได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 3.756% เมื่อคืนนี้ ซึ่งการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ตลาดทองคำยังได้รับปัจจัยลบจากความกังวลที่ว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวในงานเสวนาที่ประเทศโปรตุเกสเมื่อวานนี้ว่า อัตราเงินเฟ้อในยุโรปยังสูงเกินไปและมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับสูงเช่นนี้เป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้ ECB ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อต่อไป นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป พุ่งขึ้น 1.7% ในเดือนพ.ค. ซึ่งปรับตัวขึ้นติดต่อกันเดือนที่ 3 และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.9% ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 12.2% สู่ระดับ 763,000 ยูนิตในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 675,000 ยูนิต ทางด้าน Conference Board เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ […]
อ่านเพิ่มเติม »
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก รับคาดการณ์จีนกระตุ้นเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันอังคาร (27 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มสินค้าหรูหรา เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า จีนจะดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ความเห็นในเชิงคุมเข้มนโยบายของนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้จำกัดการปรับตัวขึ้นของตลาด ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกหลังติดลบ 6 วันติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการที่นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียงของจีนเปิดเผยว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนในไตรมาส 2 จะสูงกว่าในไตรมาสแรก และคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่ราวระดับ 5% ความเห็นดังกล่าวได้ช่วยหนุนตลาด หลังได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยที่น้อยกว่าคาดของจีน, ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองในรัสเซียหลังกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ก่อกบฏ และวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องทั่วโลก นางลาการ์ดกล่าวว่า เงินเฟ้อของยูโรโซนได้เข้าสู่เฟสใหม่ซึ่งอาจดำเนินไปอีกระยะหนึ่ง และการต่อสู้กับเงินเฟ้อจะดำเนินต่อไปซึ่งอาจกระทบอุปสงค์และอาจทำให้ภาคธุรกิจต้องควบคุมราคา หุ้นกลุ่มการเงินหนุนตลาดขึ้นมากที่สุด โดยหุ้นเอชเอสบีซีและพรูเดนเชียลที่ทำธุรกิจในจีน ปรับตัวขึ้น และหุ้นกลุ่มสินค้าหรูหรา อาทิ หลุยส์วิตตอง และริชมอนด์ ปรับตัวขึ้นราว 0.6-1.2% หุ้นซีเมนส์ เอเนอร์จี พุ่ง 2.3% หลังโกลด์แมน แซคส์ ยังคงแนะนำซื้อหุ้นตัวนี้ แต่หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ปรับตัวลงสวนทางตลาด โดยติดลบในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาและลดลงเกือบ 2.9% แล้วในเดือนนี้ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 มิ.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter […]
อ่านเพิ่มเติม »
น้ำมัน WTI ปิดร่วง $1.67 วิตกดอกเบี้ยขาขึ้นกระทบดีมานด์ : อินโฟเควสท์สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันอังคาร (27 มิ.ย.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ยังคงเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะมีต่อเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมัน วลาดิเมียร์ เซอร์นอฟ นักวิเคราะห์จากบริษัท FX Empire กล่าวว่า ตลาดน้ำมันถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น โดยล่าสุดนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวในงานเสวนาที่ประเทศโปรตุเกสเมื่อวานนี้ว่า อัตราเงินเฟ้อในยุโรปยังสูงเกินไปและมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับสูงเช่นนี้เป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้ ECB ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อต่อไป นอกจากนี้ นักลงทุนมองว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐอาจจะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยข้อมูลดังกล่าวรวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีครึ่ง และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่พุ่งขึ้นติดต่อกัน 3 เดือน ทั้งนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ได้บดบังปัจจัยบวกจากรายงานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลง 2.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 23 มิ.ย. และสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 2.9 ล้านบาร์เรล นักลงทุนจับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ในวันนี้ เวลา […]
อ่านเพิ่มเติม »
ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 212.03 จุด รับข้อมูลศก.แข็งแกร่ง : อินโฟเควสท์ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 200 จุดในวันอังคาร (27 มิ.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอันเนื่องมาจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป พุ่งขึ้น 1.7% ในเดือนพ.ค. ซึ่งปรับตัวขึ้นติดต่อกันเดือนที่ 3 และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.9% ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานยอดขายบ้านใหม่พุ่งขึ้น 12.2% สู่ระดับ 763,000 ยูนิตในเดือนพ.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 675,000 ยูนิต ทางด้าน Conference Board เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 109.7 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 104.0 โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเป็นการสำรวจมุมมองที่มีต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและในช่วง 6 เดือนข้างหน้า รวมทั้งสถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน มาร์ค ลูชินี นักวิเคราะห์จากบริษัท Janney Montgomery […]
อ่านเพิ่มเติม »
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดไร้ทิศทาง นักลงทุนจับตาออสเตรเลียเผยตัวเลขเงินเฟ้อ : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียเปิดไร้ทิศทางในวันนี้ (28 มิ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ค.ของออสเตรเลียและจีนมีกำหนดเผยแพร่รายงานผลกำไรภาคอุตสาหกรรมสำหรับเดือนพ.ค. ทั้งนี้ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดภาคเช้าที่ระดับ 19,099.39 จุด ลดลง 48.74 จุด หรือ -0.25% ขณะที่ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดภาคเช้าที่ระดับ 3,183.49 จุด ลดลง 5.95 จุด หรือ -0.19% และดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ระดับ 32,807.84 จุด เพิ่มขึ้น 269.51 จุด หรือ +0.83% นักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่า เงินเฟ้อออสเตรเลียจะลดลงแตะ 6.1% ในเดือนพ.ค. เทียบกับ 6.8% ในเดือนเม.ย. นักลงทุนจับตาข้อมูลกำไรภาคอุตสาหกรรมในปีนี้ของจีน หลังกิจกรรมภาคการผลิตหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ในเดือนพ.ค. ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.ของจีนอยู่ที่ 3.5% ซึ่งต่ำกว่า 3.6% ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์เอาไว้เล็กน้อย ดัชนีหลักทั้ง 3 ของตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันอังคาร (27 มิ.ย.) โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์บวก 0.63% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 7 วัน […]
อ่านเพิ่มเติม »
สหรัฐเล็งใช้มาตรการใหม่ แบนการส่งออกชิป AI ไปยังจีน : อินโฟเควสท์หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวเมื่อวันอังคาร (27 มิ.ย.) ว่า สหรัฐกำลังพิจารณาใช้มาตรการใหม่ในการจำกัดการส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ไปยังจีน หุ้นของอินวิเดีย (Nvidia) และแอดวานซ์ ไมโคร ดีไวซ์ (Advanced Micro Devices) หรือเอเอ็มดี (AMD) ร่วงลงประมาณ 1.4% หลังมีการรายงานข่าวดังกล่าว อินวิเดีย, เอเอ็มดี และไมครอน (Micron) เป็นบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของสหรัฐที่ตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างคณะบริหารของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐและรัฐบาลจีน เมื่อเดือนก.ย. 2565 อินวิเดียเปิดเผยว่า ทางการสหรัฐขอให้บริษัทยุติการส่งออกชิปประมวลผลชั้นนำ 2 ชนิดสำหรับการใช้ในงานด้านเอไอไปยังประเทศจีน รายงานระบุว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะห้ามการส่งออกชิปที่ผลิตโดยอินวิเดียและบริษัทอื่น ๆ ไปยังลูกค้าในจีน โดยจะเริ่มดำเนินการอย่างเร็วที่สุดในเดือนก.ค.นี้ ซึ่งมาตรการใหม่จากกระทรวงพาณิชย์รวมถึงการห้ามขายแม้กระทั่งชิปการ์ดจอ A800 โดยไม่มีใบอนุญาต ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังไม่ได้ตอบกลับการขอความคิดเห็นจากสำนักข่าวรอยเตอร์ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 มิ.ย. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »