ทริสฯ เพิ่มอันดับเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ BCPG เป็น 'A' แนวโน้ม Stable : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

ทริสฯ เพิ่มอันดับเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ BCPG เป็น 'A' แนวโน้ม Stable : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 59 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 27%
  • Publisher: 68%

ทริสฯ เพิ่มอันดับเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ BCPG เป็น 'A' แนวโน้ม Stable BCP ทริสเรทติ้ง บางจากคอร์ปอเรชั่น บีซีพีจี หุ้นไทย อันดับเครดิต อินโฟเควสท์

ทริสเรทติ้งเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บมจ.บีซีพีจี เป็นระดับ “A” จากเดิมที่ระดับ “A-” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นไปตามการเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น เป็น “A/Stable” จากเดิม “A-/Stable” ในวันที่ 27 ตุลาคม 2565 นี้

– การลงทุนในธุรกิจผลิตไฟฟ้ามีการกระจายตัวดี ณ เดือนมิถุนายน 2565 บริษัทเป็นเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ดำเนินงานแล้วจำนวน 32 โครงการด้วยกำลังการผลิตตามสัญญารวมตามสัดส่วนการลงทุนของบริษัทที่ขนาด 390 เมกะวัตต์ ซึ่งประกอบไปด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 65% โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 29% และโรงไฟฟ้าพลังงานลม 6%

– กำลังการผลิตใหม่ช่วยลดแรงกดดันจากการหมดอายุของค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม กำลังการผลิตรวมตามสัญญาของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยทั้งหมดที่จำนวน 176 เมกะวัตต์นั้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60%-70% ของ EBITDA ทั้งหมดของบริษัท โดยมีจำนวน 133 เมกะวัตต์ที่ได้รับค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่ม ที่อัตรา 8 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง ในช่วง 10 ปีแรกหลังจากเปิดดำเนินงาน ซึ่งคิดเป็นรายได้จากค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่มที่ประมาณ 2...

– มีการลงทุนขนาดใหญ่ในอนาคต บริษัทกำลังขยายไปสู่ธุรกิจสายส่งไฟฟ้าและสถานีไฟฟ้าย่อย โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้บริษัทได้ลงทุนในระบบสายส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนด้วยการซื้อหุ้น 25% ใน Nam Tai Hydropower Sole Co., Ltd. บริษัทจะชำระเงินด้วยการโอนรายการลูกหนี้การค้าที่มีกับการไฟฟ้าลาว ให้แก่ผู้ขายรวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 34 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในทางกลับกัน บริษัทจะได้รับสิทธิ์ในทางเศรษฐกิจ จำนวน 50% ในระบบสายส่งซึ่งจะอำนวยความสะดวกในการจำหน่ายไฟฟ้าจาก สปป.

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

ทริสฯ เพิ่มอันดับเครดิตองค์กร BBGI เป็น 'A-' จาก 'BBB+' แนวโน้ม Stable : อินโฟเควสท์ทริสฯ เพิ่มอันดับเครดิตองค์กร BBGI เป็น 'A-' จาก 'BBB+' แนวโน้ม Stable : อินโฟเควสท์ทริสเรทติ้งปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ บมจ. บีบีจีไอ (BBGI) เป็น “A-” จากเดิมที่ระดับ “BBB+” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” การปรับเพิ่มอันดับเครดิตนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) มาอยู่ที่ระดับ “A/Stable” จากเดิมที่ระดับ “A-/Stable” เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565 อันดับเครดิต “A-” ได้รับการปรับเพิ่มขึ้น 2 ขั้นจากอันดับเครดิตเฉพาะ (Standalone Credit Profile — SACP) ของบริษัทที่ระดับ “bbb” ซึ่งสะท้อนมุมมองของทริสเรทติ้งว่าบริษัทเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น อันดับเครดิตเฉพาะของบริษัทยังคงสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำด้านเชื้อเพลิงชีวภาพของบริษัทในประเทศไทย ซึ่งมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันจากความแข็งแกร่งของกลุ่มผู้ถือหุ้นหลักทั้งในด้านการจัดหาวัตถุดิบจนไปถึงการจำหน่าย อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตดังกล่าวถูกลดทอนลงจากอุปทานส่วนเกินของเชื้อเพลิงชีวภาพ การแข่งขันที่รุนแรง และกำไรที่มีความผันผวน ทั้งนี้ อันดับเครดิตดังกล่าวได้พิจารณาถึงโครงสร้างเงินทุนของบริษัทที่แข็งแกร่งขึ้นจากเงินเพิ่มทุนที่ได้รับจากการเสนอขายหลักทรัพย์ให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (Initial Public Offering — IPO) ในเดือนมีนาคม 2565 อย่างไรก็ดี …
อ่านเพิ่มเติม »

TIDLOR ผนึก 'สมใจ 2559' สู่ Tech Company บริการแพลตฟอร์มเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ : อินโฟเควสท์TIDLOR ผนึก 'สมใจ 2559' สู่ Tech Company บริการแพลตฟอร์มเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ : อินโฟเควสท์นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เงินติดล้อ (TIDLOR) กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทต่างๆมากมายให้ความสนใจระบบเทคโนโลยีแพลตฟอร์มที่เงินติดล้อพัฒนาขึ้นเพื่อใช้สนับสนุนการดำเนินธุรกิจ ซึ่งบริษัทได้เลือก บริษัท สมใจ 2559 จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ เป็นพันธมิตรรายแรกของบริษัท เพราะประทับใจในวิสัยทัศน์และความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งของผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่มีแผนขยายธุรกิจด้วยหลักการที่เป็นธรรมกับลูกค้า และมีแนวคิดสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ในช่วงระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ภาครัฐให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลธุรกิจสินเชื่อโดยเฉพาะในกลุ่ม Non-Bank เพื่อสร้างมาตรฐานการดำเนินธุรกิจให้เป็นแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมสำหรับประชาชน แต่ในขณะเดียวกันการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดต่างๆ จากหลายหน่วยงาน อาทิ การติดตามทวงถามหนี้ มาตรฐานด้านการบัญชี หรือการเข้ามาควบคุมสัญญาเช่าซื้อและกำหนดอัตราดอกเบี้ยของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในอนาคตอันใกล้นี้ ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและเพิ่มความซับซ้อนในการทำธุรกิจแก่ผู้ประกอบการรายย่อยระดับท้องถิ่นซึ่งมีเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญการดำเนินธุรกิจสินเชื่อจำเป็นต้องใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศค่อนข้างเยอะ ซึ่งระบบที่ผู้ประกอบการรายเล็กใช้อยู่ในปัจจุบันอาจมีศักยภาพไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐได้ในทันที ในอีกแง่มุมสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์อาจเป็นการสร้างหนี้ครั้งแรกของคนไทย เราจึงมองว่าการมีส่วนช่วยยกระดับมาตรฐานและความเป็นธรรมในกระบวนการสินเชื่อประเภทนี้เป็นสิ่งที่ควรทำ และเงินติดล้อเองอยากมีส่วนร่วมในการสร้างมาตรฐานนั้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของเงินติดล้อในการส่งเสริมแนวทางการให้สินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ “จากการที่เงินติดล้อเป็นองค์กรที่มีจุดแข็งด้านการพัฒนาระบบไอที จึงได้ริเริ่มใช้แพลตฟอร์มมองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการเติบโต และอาจนำไปสู่การจับมือเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีในรูปแบบอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการร่วมมือเป็นพันธมิตรในธุรกิจด้านสินเชื่อและนายหน้าประกันภัยก็ยังคงเป็นสิ่งที่เราให้ความสนใจ” นายปิยะศักดิ์ กล่าว โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »

รฟม.เปิดเฮียริ่งผลศึกษาเปรียบเทียบเทคโนโลยีระบบรถไฟฟ้าของนครราชสีมา : อินโฟเควสท์รฟม.เปิดเฮียริ่งผลศึกษาเปรียบเทียบเทคโนโลยีระบบรถไฟฟ้าของนครราชสีมา : อินโฟเควสท์การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อผลการศึกษาเปรียบเทียบทางเลือกระบบเทคโนโลยีรถไฟฟ้าที่เหมาะสม สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียว (ตลาดเซฟวัน – สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์) โดยมีนายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมฯ พร้อมด้วยผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ สถาบันการศึกษา และผู้สนใจ รวมถึงสื่อมวลชน เข้าร่วมการประชุมกว่า 250 คน ที่จังหวัดนครราชสีมา นายสาโรจน์ ต.สุวรรณ รองผู้ว่าการ (กลยุทธ์และแผน) รฟม. เปิดเผยว่า การประชุมฯ ในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากผลการศึกษาวิเคราะห์รูปแบบการลงทุนของโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียวฯ มีมูลค่าการลงทุนสูง รายได้จากการเดินรถไม่เพียงพอต่อค่าเดินรถและบำรุงรักษา และต่อมาในปี 2564 กระทรวงคมนาคมได้มอบนโยบายให้ รฟม. ศึกษาและพิจารณาแนวทางการใช้รถไฟฟ้าล้อยางในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนหลักในภูมิภาค รฟม. จึงได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมของสัญญาจ้างกลุ่มที่ปรึกษา NMGC ให้ดำเนินการศึกษาเปรียบเทียบทางเลือกระบบเทคโนโลยีรถไฟฟ้าที่เหมาะสมสำหรับโครงการฯ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา รฟม. ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาระบบเทคโนโลยีรถไฟฟ้า 3 ระบบ ได้แก่ 1) …
อ่านเพิ่มเติม »

ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน นักลงทุนปรับตัวรับข้อมูลศก. : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน นักลงทุนปรับตัวรับข้อมูลศก. : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในภูมิภาค ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ 27,379.40 จุด ลดลง 52.44 จุด หรือ -0.19%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 15,584.56 จุด เพิ่มขึ้น 266.89 จุด หรือ +1.74% และดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ 2,997.42 จุด ลดลง 2.08 จุด หรือ -0.07% ดัชนีฮั่งเส็งพุ่งจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยดัชนีฮั่งเส็งเทคปรับตัวขึ้นกว่า 4% ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ระบุในวันนี้ (27 ต.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้ขยายตัว 0.3% ในไตรมาส 3/2565 ซึ่งชะลอตัวลงจากการขยายตัว 0.7% ในไตรมาส 2/2565 และเป็นการขยายตัวต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2564 …
อ่านเพิ่มเติม »

'เจพีมอร์แกน' จ้างพนักงานเพิ่มในเอเชีย รุกบริการชำระเงินการค้าดิจิทัล : อินโฟเควสท์'เจพีมอร์แกน' จ้างพนักงานเพิ่มในเอเชีย รุกบริการชำระเงินการค้าดิจิทัล : อินโฟเควสท์เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ กำลังเปิดรับสมัครพนักงานทั่วตลาดหลัก ๆ ของเอเชีย เพื่อจัดตั้งทีมงานในด้านการจัดการธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านบัตรและการชำระเงินรูปแบบอื่น ๆ สำหรับภาคธุรกิจ ท่ามกลางการค้าผ่านระบบดิจิทัลที่กำลังเฟื่องฟูในขณะนี้ นายแมกซ์ นูเคอร์เชน หัวหน้าฝ่ายธุรกิจด้านการชำระเงินและการค้าของเจพีมอร์แกนเปิดเผยว่า เจพีมอร์แกนได้เริ่มให้บริการดังกล่าวในออสเตรเลีย, อินเดีย, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และนิวซีแลนด์ ส่วนในฮ่องกงนั้น บริษัทมีแผนที่จะให้บริการดังกล่าวในสิ้นปีนี้ “เจพีมอร์แกนวางแผนที่จะจ้างบุคลากรจำนวนมาก” นายนูเคอร์เชนให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ทั้งนี้ ธุรกิจการชำระเงินของเจพีมอร์แกนประกอบไปด้วยบริการด้านการเงิน, การซื้อขาย, บัตรชำระเงิน และบริการด้านการค้า ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถชำระเงินได้ทุกที่ทั่วโลกในทุกเวลาที่ต้องการ โดยเจพีมอร์แกนเล็งเห็นว่าในขณะที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซกำลังเฟื่องฟูทั่วภูมิภาคเอเชียและธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากต่างก็เตรียมรุกคืบเข้าสู่โลกดิจิทัลนั้น การมีบริษัทเหล่านี้เป็นลูกค้านั้นนับเป็นเรื่องที่น่าดึงดูดใจมากขึ้นสำหรับธนาคารและบรรดาบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงิน (ฟินเทค) นายนูเคอร์เชนระบุว่า อินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงสุด และเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากขนาดของประเทศและการเปลี่ยนผ่านจากการใช้เงินสดไปสู่การชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เจพีมอร์แกนให้ความสำคัญในฐานะตลาดอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโต ส่วนออสเตรเลียนั้นได้ประโยชน์จากการที่ประชาชนใช้บัตรเครดิตจำนวนมาก ขณะที่สิงคโปร์และฮ่องกงก็เป็นศูนย์กลางการเงินที่สำคัญของเอเชีย ส่วนในประเทศจีนซึ่งมีอาลีเพย์และวีแชตเพย์เป็นจ้าวตลาดอยู่แล้วนั้น นายนูเคอร์เชนกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่เจพีมอร์แกนจะเจาะตลาดจีนซึ่งมีระบบเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก อย่างไรก็ดี เขาไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะขยายธุรกิจเข้าสู่จีนในอนาคต โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »

สภาพัฒน์ แจงข้อเท็จจริงหลังธนาคารโลกชี้ไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงด้านรายได้ : อินโฟเควสท์สภาพัฒน์ แจงข้อเท็จจริงหลังธนาคารโลกชี้ไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงด้านรายได้ : อินโฟเควสท์นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ตามรายงานของธนาคารโลก “Thailand Rural Income Diagnostic: Challenges and Opportunities for Rural Farmers” เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 65 ที่ระบุถึงความยากจน ความแตกต่างกันของความยากจนระหว่างพื้นที่ และสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของรายได้ในประเทศไทยนั้น สภาพัฒน์ ขอชี้แจงถึงข้อเท็จจริงตามประเด็นต่างๆ ที่รายงานฉบับนี้ได้รายงานไว้ โดยสรุปดังนี้ 1. สถานการณ์ความยากจนและผลกระทบของโควิด-19 สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เศรษฐกิจของไทยหดตัวอย่างรุนแรง โดยในปี 63 หดตัวถึง 6.2% และส่งผลให้ผู้ว่างงานมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 6.5 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 74.4% (อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้นจาก 1.0% เป็น 1.69%) ส่งผลให้สัดส่วนคนจนเพิ่มขึ้นจาก 6.26% ในปี 62 (จำนวนคนจน 4.3 ล้านคน) เป็น 6.83% ในปี 63 …
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-04 12:23:16