สร้างความฮือฮาอีกครั้ง กับนโยบายหาเสียง 9 ล้าน 9 คนของพรรคเพื่อไทย หลังถอดบทเรียนจากนโยบายหวยใบเสร็จไต้หวัน ขณะที่ นักเศรษฐศาสตร์ มองเพื่อไทย ลอกไต้หวันแค่บางส่วนไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย สร้าง Data Infrastructure มุ่งหวังคะแนนเสียงเลือกตั้ง สร้างความฮือฮาอีกครั้ง กับนโยบายหาเสียง 9 ล้าน 9 คนของพรรคเพื่อไทย หลังถอดบทเรียนจากนโยบายหวยใบเสร็จไต้หวัน...
สร้างความฮือฮาอีกครั้ง กับนโยบายหาเสียง 9 ล้าน 9 คนของ พรรคเพื่อไทย หลังถอดบทเรียนจากนโยบาย หวยใบเสร็จ ไต้หวัน ขณะที่ นักเศรษฐศาสตร์ มองเพื่อไทย ลอกไต้หวันแค่บางส่วนไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย สร้าง Data Infrastructure มุ่งหวังคะแนนเสียงเลือกตั้ง สร้างความฮือฮาอีกครั้ง กับนโยบายหาเสียง 9 ล้าน 9 คนของ พรรคเพื่อไทย หลังถอดบทเรียนจากนโยบาย หวยใบเสร็จ ไต้หวัน ขณะที่ นักเศรษฐศาสตร์ จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย มองเพื่อไทย ลอกไต้หวันแค่บางส่วน ไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย สร้าง Data Infrastructure มุ่งหวังคะแนนเสียงเลือกตั้ง นโยบายเศรษฐีเงินล้าน สุ่มแจกรางวัล “เงินโอน” คนละ 1 ล้านบาท ทุกวัน วันละ 9 คน ใน 9 คนนี้ จะสุ่มจากฐานข้อมูลหมายเลขบัตรประชาชน 4 กลุ่มประเภท ได้แก่ เกษตรกร อาสาสมัคร ผู้สูงอายุ และ ผู้ยื่นแบบเสียภาษีประจำปี กลุ่มละ 1 คน คนละ 1 ล้านบาท หวังสร้างฐานข้อมูลประชากร เพื่อออกแบบนโยบายรัฐที่ตรงจุด และมีประสิทธิภาพ นโยบายหาเสียงนี้ ยังประกาศ สุ่มแจกเงิน จากหมายเลขใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ อีกวันละ 5 รางวัล รางละ 1 ล้านบาทเช่นกัน โดยเชื่อว่า มาตรการนี้จะกดดันร้านค้าเข้าระบบภาษีนายเอกลักษณ์ ภู่จันทร์ ผู้ค้าแผงลอย ในย่านถนนพระราม 6 กล่าวว่า สนใจนโยบายนี้เพราะเหมือนการลุ้นรางวัลโดยไม่ต้องซื้อหวย หรือ ออกแรงอะไรมากนัก ก็ได้ลุ้นเงินล้าน ทั้งนี้ แม้สนใจนโยบายแต่ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจลงคะแนนเลือกตั้ง เพราะเป็นเพียงนโยบายหาเสียงที่ไม่มีหลักประกันว่าจะสามารถทำได้จริง เหมือนนโยบายหาเสียงแจกเงินในอดีตจึงต้องการรอติดตามความชัดเจนของนโยบายมากกว่านี้ตัวแทนมนุษย์เงินเดือน อย่างคุณนาถตยา โตสินธพ พนักงานบริษัทเอกชน กล่าวว่า รู้สึกไม่พอใจมาก ๆ ที่พรรคการเมืองยังคงออกนโยบายหาเสียงในลักษณะการแจกเงินแบบนี้ เนื่องจากเป็นการใช้เงินภาษีซึ่งตนเองและครอบครัวจ่ายอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกปี แต่กลับถูกพรรคการเมืองชุบมือเปิบใช้เงินภาษีโดยไม่ได้สร้างคุณค่าน้ำพักน้ำแรงผู้เสียภาษีนโยบายเศรษฐีวันละ 9 คน ถูก พรรคเพื่อไทย อ้างโมเดลความสำเร็จจากไต้หวัน ซึ่งประชาชนสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดบนใบเสร็จ จากการซื้อสินค้าและบริการ จด VAT หากถูกรางวัล ก็สามารถติดต่อรับเงินจากร้านที่ออกใบเสร็จนั้นได้ พรรคเพื่อไทย อ้างว่า โมเดลนี้สามารถเพิ่มยอดจัดเก็บ Vat เพิ่มขึ้นถึง 20% จึงเชื่อว่า นโยบายหาเสียงดังกล่าวไม่ใช่ ประชานิยม กระตุ้นการบริโภคแต่เป็นนโยบายสร้างแรงจูงใจให้เข้าระบบภาษีเป็นฐานข้อมูลให้กับรัฐบาล ในการดำเนินนโยบายอย่างถูกฝาถูกตัว มีประสิทธิภาพนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า ตนเองไม่สามารถแสดงความเห็นต่อนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองได้ พร้อมยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้กำลังเผชิญปัญหาข้อจำกัดทางการคลังส่งผลให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจใด ๆ ต้องเป็นไปอย่างระมัดระวัง สะท้อนจากการจัดทำแผนการคลังระยะปานกลางรอบล่าสุด ซึ่งให้ความสำคัญกับวินัยทางการคลังเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังมีแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ ควบคู่กับการดึงดูดให้เข้าระบบภาษีอย่างเหมาะสมขณะที่ นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ในฐานะผู้เชี่ยวชาญวิจัยด้านความยากจน การกระจายรายได้ ระบบสวัสดิการ กลับเห็นต่าง โดยมองว่า พรรคเพื่อไทย “เพราะรูปแบบนโยบายเศรษฐีวันละ 9 คนของ พรรคเพื่อไทย แตกต่างกับนโยบาย หวยใบเสร็จ ของไต้หวันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากไต้หวันออกแบบระบบให้สุ่มจับรางวัลได้ โดยไม่จำกัดวงเงินใช้จ่ายและจำนวนสิทธิต่อคน เพราะสแกนตรวจรางวัลจากใบเสร็จ 1 ใบ 1 สิทธิส่งผลให้เงินรางวัลที่ได้รับอาจไม่มากนักแต่กระจายตัวและทั่วถึงมากกว่านโยบายเศรษฐีวันละ 9 คนของ พรรคเพื่อไทย ซึ่งกำหนดให้สิทธิกลุ่มละ 1 คนต่อวัน จึงมองว่า เป็นเพียงโฆษณาชวนเชื่อสร้างกระแสทางการเมืองมากกว่ามุ่งผลต่อเศรษฐกิจจริงพร้อมย้ำว่า การดึงให้ประชาชนและร้านค้าเข้าระบบภาษี ไม่สามารถดำเนินการได้จากนโยบายเดียวแต่ควรมาจากการปฏิรูปโครงสร้างภาษี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำอย่างจริงจัง และที่สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องทำให้ประชาชนเห็นถึงประโยชน์จากการเสียภาษี และถูกนำไปใช้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่ภาพการใช้จ่ายภาครัฐ ที่เต็มไปด้วยการทุจริต หรือ ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์เช่นทุกวันนี้ ส่วนกรณี พรรคเพื่อไทย อ้างว่า โมเดลนี้ ใช้งบประมาณเพียงปีละ 3,000 - 4,000 ล้านบาท แต่สามารถสร้างฐานข้อมูลเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 20% เหมือนไต้หวัน คิดเป็นเงินรายได้เข้ารัฐนับแสนล้านบาทนั้น นักเศรษฐศาสตร์จากทีดีอาร์ไอ มองว่า พรรคเพื่อไทย ไม่ควรใช้ข้อมูลดังกล่าวมาสร้างความชอบธรรมในการหาเสียง เพราะการอ้างอิงข้อมูลนี้ได้ก็ต่อเมื่อประชาชนซื้อสินค้าผ่านร้านค้าที่มีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น" ที่กรมสรรพากรมีฐานข้อมูลอยู่แล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กที่มีรายได้เกือบถึงเกณฑ์จด VAT อาจไม่ได้เข้าร่วม เพราะการดำเนินการดังกล่าวได้เอสเอ็มอีต้องปรับปรุงมาตรฐานบัญชี ลงทุนระบบออกใบกำกับภาษี ซึ่งอาจเป็นเรื่องยุ่งยากของร้านค้าขนาดเล็ก จึงไม่เชื่อว่า จะสามารถดึงดูดผู้ประกอบการเข้ารับบได้มากพอจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจเช่นนั้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การที่ พรรคเพื่อไทย อ้างว่า ต้องการดำเนินนโยบายนี้เพื่อรวบรวมข้อมูลกลุ่มเกษตรกร อสม.
และผู้สูงอายุ ที่ยังไม่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของรัฐถือเป็นเรื่องน่าแปลกใจเพราะกลุ่มดังกล่าวล้วนเป็นผู้ได้รับเงินรัฐในรูปแบบต่าง ๆ อยู่แล้ว จึงมองว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเทคนิคการหาเสียงเท่านั้นนักเศรษฐศาสตร์จากทีดีอาร์ไอผู้นี้ ยังย้ำอีกว่า การดึงให้ประชาชน ร้านค้าเข้าระบบภาษี ไม่สามารถดำเนินการได้จากนโยบายเดียว แต่ควรมาจากการปฏิรูปโครงสร้างภาษี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำอย่างจริงจัง และที่สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องทำให้ประชาชนเห็นถึงประโยชน์จากการเสียภาษีถูกนำไปใช้อย่างเหมาะสมไม่ใช่ภาพการใช้จ่ายภาครัฐที่เต็มไปด้วยการทุจริต หรือ ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์เช่นทุกวันนี้
พรรคเพื่อไทย หวยใบเสร็จไต้หวัน เลือกตั้ง 2569 เลือกตั้ง2569 การเลือกตั้ง69 ข่าวไทยพีบีเอส ข่าวที่คุณวางใจ Thaipbsnews ประชานิยม
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
Blendata จับมือ ม.ธรรมศาสตร์ มุ่งยกระดับการศึกษาไทย ด้าน Big Data และ AI สู่ความยั่งยืนยุคดิจิทัลบลนเดต้า (Blendata) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีบริหารจัดการ Big Data อัจฉริยะ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินหน้าสร้างบุคลากรและนวัตกรรมด้าน Big Data และ AI
อ่านเพิ่มเติม »
สร้างเศรษฐกิจดิจิทัลด้วย Open Data ฮ่องกงผนึกจีน กรณีศึกษาพื้นที่ทำเงินใหม่ 'Greater Bay Area'เมื่อจีนและฮ่องกงจับมือกัน Open Data ออกแบบนโยบายเชิงกลยุทธ์ด้านข้อมูล สำรวจวิธีคิดการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิทัล แนวทางอัดฉีดโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล การออกแบบนโยบายเชิงกลยุทธ์ด้านข้อมูล และการสนับสนุนเรื่อง Open Data ใน Greater Bay...
อ่านเพิ่มเติม »
'สารัชถ์ รัตนาวะดี' ว่าที่เศรษฐีหุ้นเบอร์ 1 ประเทศไทย'สารัชถ์ รัตนาวะดี' เตรียมขึ้นแท่นเศรษฐีหุ้นเบอร์ 1 ประเทศไทยทันทีที่ควบรวม GULF - INTUCH แล้วเสร็จ มาร์เก็ตแคปเฉียด 9 แสนล้านบาท ก้าวสู่หุ้น Infrastructure เบอร์หนึ่ง พร้อมเปลี่ยนภาพตลาดหุ้นไทยสู่ Infrastructure Value Based
อ่านเพิ่มเติม »
MFC เปิดตัวกอง “MPINFRA-UI' ลงทุน Private Infrastructure ชูผลตอบแทนสม่ำเสมอMFC เปิดตัวกองทุนใหม่ 'MPINFRA-UI' ลงทุน Private Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก โอกาสรับผลตอบแทนสม่ำเสมอ ช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตลงทุน มั่นใจลงทุนผ่านกองทุนหลักระดับโลก Ares Core Infrastructure Fund (ACI) เสนอขาย IPO วันที่10-21 มี.ค.นี้
อ่านเพิ่มเติม »
MFC เปิดตัวกอง “MPINFRA-UI' ลงทุน Private Infrastructure ชูจุดเด่นรับผลตอบแทนสม่ำเสมอบลจ.เอ็มเอฟซี ส่งกองทุนใหม่ 'MPINFRA-UI' ลงทุน Private Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก โอกาสรับผลตอบแทนสม่ำเสมอ ช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตลงทุน ท่ามกลางตลาดหุ้นผันผวน ดอกเบี้ยแกว่ง มั่นใจลงทุนผ่านกองทุนหลักระดับโลก Ares Core Infrastructure Fund (ACI) เสนอขาย IPO ระหว่าง 10-21 มี.ค.68 เมื่อวันที่ 11 มี.ค.
อ่านเพิ่มเติม »
อนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลไทย: เดินหน้า Green Data Center คู่ขนานแม้ไทยดึงดูดการลงทุน Data Center ได้มาก แต่ยังขาดนโยบายส่งเสริม Green Data Center ทำให้เผชิญความท้าทายด้านพลังงานหมุนเวียน สนค.แนะส่งเสริม Green Data Center เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติม »



