Beyond the Breaking News

ถอดรหัส 'อนุทิน' เยือนจีน จับตาเบื้องหลังไกล่เกลี่ยไทยกัมพูชา

อนุทิน ข่าว

ถอดรหัส 'อนุทิน' เยือนจีน จับตาเบื้องหลังไกล่เกลี่ยไทยกัมพูชา
อนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีประเทศจีน

วิเคราะห์ อนุทินเยือนจีน ดีลเศรษฐกิจพ่วงความมั่นคง จับตาจีนสวมบทกาวใจไกล่เกลี่ย ไทยกัมพูชา ป้องกันชาติมหาอำนาจตะวันตกแทรกแซงภูมิภาคอาเซียน

สำหรับปัญหาไทย-กัมพูชานั้น ยังเกิดคำถามต่อเนื่องว่า แล้วจะมีสงครามครั้งที่ 3 ในปี 2569 หรือไม่ ซึ่งการใช้กำลังครั้งที่ 3 มีโอกาสที่จะเป็นการรบที่ใหญ่ขึ้นกว่าที่เห็นใน 2 ครั้งที่แล้ว ดังปรากฏในสื่อให้เห็นถึงภาพของการเตรียมกำลังรบของทั้ง 2 ฝ่าย ดังนั้น ทางออกในเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อจีนคือ ชาติพันธมิตรของจีนทั้ง 2 ประเทศในภูมิภาคนี้ จะต้องไม่หันกลับมาสู่เวทีสงครามอีกครั้ง เพราะการแทรกแซงของรัฐมหาอำนาจตะวันตก ย่อมไม่เป็นสิ่งที่ดีต่อจีน อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่จะต้องป้องกันให้ได้ รวมทั้งผลประโยชน์ของจีนในเมียนมาด้วยในวันนี้ชัดเจนว่า ถ้าลาตินอเมริกาเป็น “หลังบ้าน” ของสหรัฐฉันใด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็อาจถูกตีความจากจีนว่า พื้นที่ภูมิภาคนี้เป็น “หลังบ้าน” ของจีนเช่นกันความเป็นหลังบ้านจากการตีความทางยุทธศาสตร์ของจีนเช่นนี้ จึงไม่ใช่เพียงจีนจะต้องหาทางให้ทั้งไทยและกัมพูชา มีลู่ทางที่จะประนีประนอมกันได้เท่านั้น หากยังรวมถึงการผ่อนคลายสถานการณ์ที่จีนเอง ก็ไม่อยากเข้ามาติดกับดัก ดังเช่นข่าวของการให้ความสนับสนุนด้านอาวุธของจีนต่อกัมพูชา และกลายเป็น “กระแสต้านจีน” อย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์ของไทยในความเป็นจริงของการแข่งขันระหว่างจีนกับตะวันตกนั้น จีนไม่สามารถทิ้งกัมพูชาเพื่อเลือกไทย ในทำนองเดียวกัน จีนก็ไม่สามารถทิ้งไทยเพื่อเลือกกัมพูชา เนื่องจากในทางยุทธศาสตร์แล้ว จีนต้อง “ดึง” ทั้ง 2 ประเทศให้อยู่ในค่ายของตนเองให้ได้ การสูญเสียประเทศใดประเทศหนึ่งในทางการเมือง ย่อมไม่เป็นผลดีต่อผลประโยชน์ของจีนอย่างแน่นอน ผู้นำไทยอาจต้องเลิกจินตนาการด้วยความเชื่อเอาเองว่า “จีนรักไทยมากกว่าเขมร” จินตนาการเช่นนี้ไม่ใช่มุมมองของรัฐมหาอำนาจใหญ่อย่างแน่นอนดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไทยกับกัมพูชาต้องถูกทำให้ “อยู่กับจีน” เท่านั้น และจีนไม่มีทางปล่อยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเป็นอื่นในพื้นที่ “หลังบ้าน” ของตน เนื่องจากผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์นั้น ใหญ่เกินกว่าจีนจะปล่อยให้ “ไทยตีกับเขมรไม่หยุด” จนกลายเป็นวิกฤตการณ์ใหญ่อีกชุดของภูมิภาค เพราะในอีกด้าน วิกฤตการณ์ใหญ่ชุดเดิมคือ สงครามกลางเมืองเมียนมา ก็ยังไม่มีทิศทางที่จะจบลงได้จริง ถ้าผู้นำจีนสามารถ “กดดัน” ให้ผู้นำทั้งไทยและกัมพูชา กลับสู่การประนีประนอมด้วยการเจรจาได้จริง ก็ยังมีคำถามอย่างมากว่า แล้วกระแสชาตินิยมที่ถูกปลุกในสังคมจนไม่สามารถลดเพดานได้นั้น จะทำอย่างไร เพราะข้อมูลต่างๆ ในเรื่องของเส้นเขตแดนถูกสร้างให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน มากกว่าจะเป็นความเข้าใจที่จะช่วยแก้ปัญหา อีกทั้งบทบาทของสื่อและบรรดาผู้นำ “ปีกขวาจัด” ทั้งหลาย ที่อาจไม่ตอบรับทิศทางเช่นนั้นเลย ประกอบกับตัวนายกฯ ก็ชอบที่จะแสดงบทบาทเป็น “นักชาตินิยม” ในการเรียกเสียงสนับสนุนทางการเมืองด้วย ภาวะเช่นนี้ส่งผลให้เวทีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ยังไม่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้น การ “ถอดชนวนสงคราม” ชายแดนไทย-กัมพูชา จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก และทั้งยังต้องจับตามองบทบาทของผู้นำจีนในเรื่องนี้ด้วย เพราะถ้าปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ถูกลากไปเรื่อยๆ ปัญหานี้จะมีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ของรัฐมหาอำนาจ เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต คำถามคือ ชนชั้นนำและผู้นำไทยพร้อมเพียงใดกับการรับมือกับสถานการณ์เช่นนั้น.

สำหรับปัญหาไทย-กัมพูชานั้น ยังเกิดคำถามต่อเนื่องว่า แล้วจะมีสงครามครั้งที่ 3 ในปี 2569 หรือไม่ ซึ่งการใช้กำลังครั้งที่ 3 มีโอกาสที่จะเป็นการรบที่ใหญ่ขึ้นกว่าที่เห็นใน 2 ครั้งที่แล้ว ดังปรากฏในสื่อให้เห็นถึงภาพของการเตรียมกำลังรบของทั้ง 2 ฝ่าย ดังนั้น ทางออกในเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อจีนคือ ชาติพันธมิตรของจีนทั้ง 2 ประเทศในภูมิภาคนี้ จะต้องไม่หันกลับมาสู่เวทีสงครามอีกครั้ง เพราะการแทรกแซงของรัฐมหาอำนาจตะวันตก ย่อมไม่เป็นสิ่งที่ดีต่อจีน อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่จะต้องป้องกันให้ได้ รวมทั้งผลประโยชน์ของจีนในเมียนมาด้วยในวันนี้ชัดเจนว่า ถ้าลาตินอเมริกาเป็น “หลังบ้าน” ของสหรัฐฉันใด เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็อาจถูกตีความจากจีนว่า พื้นที่ภูมิภาคนี้เป็น “หลังบ้าน” ของจีนเช่นกันความเป็นหลังบ้านจากการตีความทางยุทธศาสตร์ของจีนเช่นนี้ จึงไม่ใช่เพียงจีนจะต้องหาทางให้ทั้งไทยและกัมพูชา มีลู่ทางที่จะประนีประนอมกันได้เท่านั้น หากยังรวมถึงการผ่อนคลายสถานการณ์ที่จีนเอง ก็ไม่อยากเข้ามาติดกับดัก ดังเช่นข่าวของการให้ความสนับสนุนด้านอาวุธของจีนต่อกัมพูชา และกลายเป็น “กระแสต้านจีน” อย่างมากในสื่อสังคมออนไลน์ของไทยในความเป็นจริงของการแข่งขันระหว่างจีนกับตะวันตกนั้น จีนไม่สามารถทิ้งกัมพูชาเพื่อเลือกไทย ในทำนองเดียวกัน จีนก็ไม่สามารถทิ้งไทยเพื่อเลือกกัมพูชา เนื่องจากในทางยุทธศาสตร์แล้ว จีนต้อง “ดึง” ทั้ง 2 ประเทศให้อยู่ในค่ายของตนเองให้ได้ การสูญเสียประเทศใดประเทศหนึ่งในทางการเมือง ย่อมไม่เป็นผลดีต่อผลประโยชน์ของจีนอย่างแน่นอน ผู้นำไทยอาจต้องเลิกจินตนาการด้วยความเชื่อเอาเองว่า “จีนรักไทยมากกว่าเขมร” จินตนาการเช่นนี้ไม่ใช่มุมมองของรัฐมหาอำนาจใหญ่อย่างแน่นอนดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไทยกับกัมพูชาต้องถูกทำให้ “อยู่กับจีน” เท่านั้น และจีนไม่มีทางปล่อยให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเป็นอื่นในพื้นที่ “หลังบ้าน” ของตน เนื่องจากผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์นั้น ใหญ่เกินกว่าจีนจะปล่อยให้ “ไทยตีกับเขมรไม่หยุด” จนกลายเป็นวิกฤตการณ์ใหญ่อีกชุดของภูมิภาค เพราะในอีกด้าน วิกฤตการณ์ใหญ่ชุดเดิมคือ สงครามกลางเมืองเมียนมา ก็ยังไม่มีทิศทางที่จะจบลงได้จริง ถ้าผู้นำจีนสามารถ “กดดัน” ให้ผู้นำทั้งไทยและกัมพูชา กลับสู่การประนีประนอมด้วยการเจรจาได้จริง ก็ยังมีคำถามอย่างมากว่า แล้วกระแสชาตินิยมที่ถูกปลุกในสังคมจนไม่สามารถลดเพดานได้นั้น จะทำอย่างไร เพราะข้อมูลต่างๆ ในเรื่องของเส้นเขตแดนถูกสร้างให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน มากกว่าจะเป็นความเข้าใจที่จะช่วยแก้ปัญหา อีกทั้งบทบาทของสื่อและบรรดาผู้นำ “ปีกขวาจัด” ทั้งหลาย ที่อาจไม่ตอบรับทิศทางเช่นนั้นเลย ประกอบกับตัวนายกฯ ก็ชอบที่จะแสดงบทบาทเป็น “นักชาตินิยม” ในการเรียกเสียงสนับสนุนทางการเมืองด้วย ภาวะเช่นนี้ส่งผลให้เวทีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ยังไม่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้น การ “ถอดชนวนสงคราม” ชายแดนไทย-กัมพูชา จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก และทั้งยังต้องจับตามองบทบาทของผู้นำจีนในเรื่องนี้ด้วย เพราะถ้าปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ถูกลากไปเรื่อยๆ ปัญหานี้จะมีปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ของรัฐมหาอำนาจ เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต คำถามคือ ชนชั้นนำและผู้นำไทยพร้อมเพียงใดกับการรับมือกับสถานการณ์เช่นนั้น

GooglePlease follow us on Google to support us
เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

NationTV22 /  🏆 35. in TH

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประเทศจีน เยือนจีน ไทยกัมพูชา ความมั่นคง ดีลเศรษฐกิจ

 

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว



Render Time: 2026-08-13 21:15:29