เบื้องหลังการพยากรณ์อากาศบนหน้าจอ คือการแข่งขันของซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ดาวเทียม แบบจำลองฟิสิกส์ และเอไอจากทั่วโลก แต่คำว่า “แม่นที่สุด” อาจไม่มีผู้ชนะเพียงรายเดียว เพราะแต่ละระบบมีจุดแข็งแตกต่างกันทั้งด้านการคาดการณ์และการเตือนภัย | เดลินิวส์
ทุกเช้าที่เราหยิบสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตขึ้นมาเพื่อดูหน้าจอ ว่าวันนี้ฝนจะตกหรือไม่ ตัวเลขและสัญลักษณ์ไม่กี่ตัวบนหน้าจอ ล้วนเป็นผลลัพธ์จากระบบพยากรณ์อากาศที่มีความซับซ้อนอย่างมาก เบื้องหลังข้อมูลเหล่านั้นมีทั้งซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ดาวเทียม ทุ่นตรวจวัดกลางมหาสมุทร บอลลูนตรวจอากาศ และสมการทางฟิสิกส์จำนวนมหาศาลที่ทำงานร่วมกัน เพื่อพยายามตอบคำถามง่าย ๆ ว่า ในอีกไม่กี่ชั่วโมงหรืออีกหลายวันข้างหน้า สภาพอากาศจะเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า ประเทศหรือองค์กรใดสามารถพยากรณ์อากาศได้ดีที่สุด คำตอบกลับไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่คิด เพราะคำว่า “ดีที่สุด” ในโลกอุตุนิยมวิทยามีหลายความหมาย ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังวัดความแม่นยำของแบบจำลองระดับโลก ความสามารถในการพยากรณ์ระยะสั้น หรือประสิทธิภาพในการแจ้งเตือนประชาชนให้รับมือกับภัยพิบัติ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ยังมีระบบตรวจสอบและเปรียบเทียบผลการพยากรณ์ของศูนย์ต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างเป็นทางการ ทำให้การวัดความแม่นยำไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกหรือความเห็นของผู้ใช้งานเพียงอย่างเดียว เกณฑ์ที่สองคือ “ระยะเวลาที่พยากรณ์ได้อย่างมีประโยชน์” เพราะการพยากรณ์ที่แม่นยำไม่ได้มีความหมายเพียงแค่วันนี้หรือพรุ่งนี้ หากแบบจำลองหนึ่งยังสามารถให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือไปถึงวันที่ 10 ขณะที่อีกแบบจำลองเริ่มคลาดเคลื่อนตั้งแต่วันที่ 6 แบบจำลองแรกก็ย่อมมีประโยชน์สำหรับการวางแผนระยะกลางมากกว่า ความสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ธรรมชาติของบรรยากาศ ซึ่งเป็นระบบที่มีความอลวนสูง ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยในสภาพเริ่มต้นสามารถขยายตัวจนกลายเป็นความผิดพลาดขนาดใหญ่ในอีกหลายวันต่อมา การทำให้ “จุดเริ่มต้น” ถูกต้องที่สุดจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการพยากรณ์ที่แม่นยำ แนวคิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการพยากรณ์อากาศไม่สามารถให้คำตอบที่แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ การรู้ว่าผลลัพธ์มีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประเมินความเสี่ยงและเตรียมตัวได้ดีขึ้น เสาที่สามคือ “ความต่อเนื่องของการลงทุน” อีซีเอ็มดับเบิลยูเอฟพัฒนาและปรับปรุงแบบจำลองอย่างต่อเนื่อง โดยการอัปเกรดระบบในรอบ Cycle 49r1 เมื่อเดือนพ.
ย. 2567 ช่วยขยายขีดความสามารถของการพยากรณ์ที่ใช้งานได้จริงให้เกินกว่า 10 วัน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอังกฤษ ก่อตั้งเมื่อปี 2937 และพัฒนาแบบจำลอง Unified Model ซึ่งมีจุดเด่นคือใช้แกนฟิสิกส์เดียวกันสำหรับการพยากรณ์อากาศรายวันและการจำลองสภาพภูมิอากาศในระยะยาว ข้อได้เปรียบของระบบดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่กำลังประมวลผลเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความยืดหยุ่นในการเพิ่มหรือลดทรัพยากรตามความต้องการของโครงการวิจัย สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ต้องรับมือกับภัยธรรมชาติหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ไต้ฝุ่น แผ่นดินไหว สึนามิ ภูเขาไฟ ไปจนถึงหิมะตกหนัก จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบตรวจวัดและแจ้งเตือนที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ระบบเตือนภัยแผ่นดินไหวล่วงหน้าของญี่ปุ่น ซึ่งเริ่มใช้งานเมื่อปี 2550 อาศัยเครือข่ายเครื่องวัดความไหวสะเทือนจำนวนมาก เพื่อตรวจจับคลื่น P ซึ่งเดินทางเร็วกว่าคลื่น S ที่สร้างความเสียหายรุนแรงกว่า จากนั้นจึงส่งสัญญาณเตือนไปยังโทรทัศน์ วิทยุ และโทรศัพท์มือถือในพื้นที่เสี่ยงภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ในกรณีสึนามิ เจเอ็มเอสามารถออกคำเตือนได้ภายใน 3 นาทีหลังเกิดแผ่นดินไหว โดยประสบการณ์จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ เมื่อปี 2554 นำไปสู่การปรับปรุงระบบครั้งใหญ่ในปี 2556 เพื่อให้สามารถประเมินความรุนแรงและผลกระทบได้ดีขึ้น สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจึงอาจไม่ใช่คำถามว่า ประเทศใดจะเป็นผู้ชนะ แต่เป็นการที่องค์ความรู้ ข้อมูล และเทคโนโลยีจากหลายประเทศสามารถเชื่อมต่อกันได้ การพยากรณ์อากาศเป็นตัวอย่างหนึ่งของศาสตร์ที่ความร่วมมือระหว่างประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะข้อมูลจากดาวเทียมของประเทศหนึ่ง แบบจำลองของอีกประเทศหนึ่ง และระบบเตือนภัยของอีกประเทศหนึ่ง สามารถนำมารวมกันเพื่อประโยชน์ของผู้คนทั่วโลก
