คดีแอร์โฮสเตส ถูกจับจากการหิ้วกระเป๋าซุกเฮโรอีนข้ามประเทศ ชัดเจนว่าเป็นขบวนการใหญ่ข้ามชาติ มีผู้เกี่ยวข้องแยกบทบาทหน้าที่ ซึ่งน่าสนใจเมื่อเส้นทางลักลอบขนส่งไปประเทศปลายทางมีทั้งคนที่“รู้” และอาจ“ไม่รู้” แต่ตกเป็นเครื่องมือทำให้การขนส่งไปประเทศปลายทางสำเร็จ |...
ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบซื้อขายเคมีภัณฑ์นำไปใช้ผลิตยาเสพติด และมีความเชื่อมโยงกลุ่มทุนจีนเทา ผลการตรวจค้นยังพบหลักฐานเป็นเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขาย-ส่งออกสารเคมีหลายรายการ ขบวนการใช้จ่ายผ่านระบบการผันเงินในลักษณะดังกล่าว พบสาระสำคัญว่าคริปโตฯที่ใช้จ่ายผ่านเพย์เมนท์ ไม่เกี่ยวข้องแค่ยาเสพติดแต่ยังเชื่อมโยงอาชญากรรมเศรษฐกิจระดับสากล ทั้งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงลงทุน ไฮบริดสแกม การค้ามนุษย์ และพนันออนไลน์ด้วย “รูปแบบบรรจุภัณฑ์หีบห่อซุกซ่อนยาเสพติดเปลี่ยนแปลงอยู่ต่อเนื่อง ตนเจอมาตั้งแต่ยัดในพรมเช็ดเท้า เสื้อผ้า และกระเป๋า หรือหากย้อนไปเดิมทีคือให้คนกลืนลงท้อง ทำให้เกิดเครื่องเอ็กซเรย์ที่ติดตั้งท่าอากาศยานทั่วโลก แต่เมื่อพัฒนาสู่การซุกซ่อนในพัสดุส่งออก ซึ่งแนบเนียนสุดคือตั้งบริษัทนิติบุคคลให้บริการส่งออกพัสดุโดยเฉพาะ แต่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทผี นำชื่อชาวไร่ชาวนามาเป็นกรรมการ และใช้บัญชีม้าทำธุรกรรม ทำให้จับตัวการหลักยาก และเครือข่ายมักปิดบังอำพราง แบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อไม่ให้ขยายผลเจอ” นายพงษธร ยังระบุ วิวัฒนาการที่ใช้ลูกเรือเป็นหนึ่งในขบวนการร่วม เป็นเรื่องน่าห่วงกังวลเพราะคือช่องว่าง แต่หากต้องขยายผลพุ่งเป้าโฟกัสจริงๆ จะเป็นเรื่องชำระเงินอย่างเพย์เมนท์ฯที่เป็นระบบชำระรวมศูนย์ให้เครือข่าย ทั้งค่าหิ้ว ค่าบรรจุพัสดุ ค่าจัดส่ง การจะพบเจ้าของกระเป๋าคริปโตฯตัวจริงต้องใช้เครื่องมือพิเศษตรวจสอบ เพราะปลายทางที่ตรวจเจอในการรับค่าจ้างและถูกจับ ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นเงินบาทไปแล้ว นอกจากนี้ เผยว่า เจ้าหน้าที่ไทยไม่ได้ตั้งประเด็นเพียงแค่สอบสวนแหล่งที่มาของยาเสพติดประเทศเพื่อนบ้าน อย่างลาว หรือเมียนมาร์เพียงอย่างเดียว เพราะยุทธศาสตร์สำคัญคือ พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำที่อยู่ในป่า และมีพรมแดนธรรมชาติติดกับไทยในหลายจังหวัด จึงมักลักลอบลำเลียงในลักษณะนี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญว่าประเทศไทยกำลังตกเป็น 1 ในประเทศทางผ่าน ซึ่งล่าสุดยังพบพื้นที่ด่านเจดีย์สามองค์ จ.
กาญจนบุรี ก็ตกเป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายทางผ่านนำส่งยาเสพติดเช่นกัน




