ตำรวจเผยพิกัด 'เบน สมิธ' ขอออกหมายแดงจับตัวแล้ว

United States News News

ตำรวจเผยพิกัด 'เบน สมิธ' ขอออกหมายแดงจับตัวแล้ว
United States Latest News,United States Headlines

พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ในฐานะหนึ่งในพนักงานสอบสวนกล่าวถึงดำเนินคดีกับ นายเบน สมิธ นักธุรกิจชาวต่างชาติ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงหลอกลงทุนธุรกิจหลายโครงการ ที่ทางทนายความผู้ต้องหาออกโต้แย้งว่าคดีนี้เป็นเพียง

4 มีนาคม 2569 - ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ในฐานะหนึ่งในพนักงานสอบสวนกล่าวถึงดำเนินคดีกับ นายเบน สมิธ นักธุรกิจชาวต่างชาติ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงหลอกลงทุนธุรกิจหลายโครงการ ที่ทางทนายความผู้ต้องหาออกโต้แย้งว่าคดีนี้เป็นเพียงเรื่องทางแพ่งและอ้างว่าลูกความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไทยจึงไม่ยอมกลับมาสู้คดี ว่า ทางพนักงานสอบสวนยืนยันว่าไม่ได้มีความหนักใจต่อการเคลื่อนไหวดังกล่าว เนื่องจากชุดคลี่คลายคดีมีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ถึงแผนประทุษกรรมอย่างชัดเจน พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้มีการนำเงินของผู้เสียหายไปลงทุนซื้อหุ้นบริษัทตามที่กล่าวอ้างจริง แต่เป็นการกุเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเงินโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญาที่มีเจตนาทุจริตชัดเจนไม่ใช่เพียงข้อพิพาททางแพ่งตามที่ทนายความพยายามกล่าวอ้าง สำหรับการติดตามตัวผู้ต้องหา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบพิกัดแน่ชัดแล้วว่า นายเบน สมิธ พำนักอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนเตรียมทำหนังสือประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการขอออกหมายแดง ติดตามจับกุมตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งยืนยันว่าพนักงานสอบสวนทำงานอย่างรอบคอบและสืบสวนรวบรวมหลักฐานมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่อยากให้ประชาชนเกิดความสับสนกับคำแถลงของฝั่งผู้ต้องหาที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง นอกจากนี้ตำรวจยังเตรียมขยายผลเรียกสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มกรรมการบริษัทต่างๆ ที่นายเบน สมิธ นำชื่อไปแอบอ้างกับเหยื่อ เพื่อพิสูจน์ทราบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับผลประโยชน์จากการกระทำความผิดหรือไม่ หากพบว่ามีเจตนาร่วมกระทำผิดหรือให้การสนับสนุน จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันไม่มีข้อยกเว้น เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากขบวนการนี้.

4 มีนาคม 2569 - ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. ในฐานะหนึ่งในพนักงานสอบสวนกล่าวถึงดำเนินคดีกับ นายเบน สมิธ นักธุรกิจชาวต่างชาติ และ น.ส.แคทรียา บีเวอร์ ภรรยา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงหลอกลงทุนธุรกิจหลายโครงการ ที่ทางทนายความผู้ต้องหาออกโต้แย้งว่าคดีนี้เป็นเพียงเรื่องทางแพ่งและอ้างว่าลูกความไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมไทยจึงไม่ยอมกลับมาสู้คดี ว่า ทางพนักงานสอบสวนยืนยันว่าไม่ได้มีความหนักใจต่อการเคลื่อนไหวดังกล่าว เนื่องจากชุดคลี่คลายคดีมีพยานหลักฐานที่บ่งชี้ถึงแผนประทุษกรรมอย่างชัดเจน พบว่ากลุ่มผู้ต้องหาไม่ได้มีการนำเงินของผู้เสียหายไปลงทุนซื้อหุ้นบริษัทตามที่กล่าวอ้างจริง แต่เป็นการกุเรื่องขึ้นมาเพื่อหลอกลวงเงินโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญาที่มีเจตนาทุจริตชัดเจนไม่ใช่เพียงข้อพิพาททางแพ่งตามที่ทนายความพยายามกล่าวอ้าง สำหรับการติดตามตัวผู้ต้องหา ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบพิกัดแน่ชัดแล้วว่า นายเบน สมิธ พำนักอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนเตรียมทำหนังสือประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดำเนินการขอออกหมายแดง ติดตามจับกุมตัวกลับมาดำเนินคดีในไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งยืนยันว่าพนักงานสอบสวนทำงานอย่างรอบคอบและสืบสวนรวบรวมหลักฐานมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่อยากให้ประชาชนเกิดความสับสนกับคำแถลงของฝั่งผู้ต้องหาที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง นอกจากนี้ตำรวจยังเตรียมขยายผลเรียกสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติม โดยเฉพาะกลุ่มกรรมการบริษัทต่างๆ ที่นายเบน สมิธ นำชื่อไปแอบอ้างกับเหยื่อ เพื่อพิสูจน์ทราบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับผลประโยชน์จากการกระทำความผิดหรือไม่ หากพบว่ามีเจตนาร่วมกระทำผิดหรือให้การสนับสนุน จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกันไม่มีข้อยกเว้น เพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากขบวนการนี้

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

thaipost /  🏆 62. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-29 20:40:31