ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าบวกเป็นส่วนใหญ่ อานิสงส์สหรัฐบรรลุเพิ่มเพดานหนี้ ตลาดหุ้น ตลาดหุ้นเอเชีย อินโฟเควสท์
ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าบวกเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน และนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการปรับเพิ่มเพดานหนี้ ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐสามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ครั้งประวัติศาสตร์
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และนายเควิน แมคคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการปรับเพิ่มเพดานหนี้แล้วในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งถือเป็นย่างก้าวสำคัญในการผลักดันร่างกฎหมายการปรับเพิ่มเพดานหนี้เข้าสู่สภาคองเกรส ก่อนที่จะถึงกำหนดเส้นตายในการผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐ หรือ X-date ในวันที่ 5 มิ.ย.
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
'เจพีมอร์แกน' สั่งปลดพนักงานราว 500 ตำแหน่งในหลายแผนกสัปดาห์นี้ : อินโฟเควสท์ธนาคารเจพีมอร์แกน เชสของสหรัฐปลดพนักงานราว 500 ตำแหน่งในสัปดาห์นี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพนักงานฝ่ายเทคโนโลยีและฝ่ายปฏิบัติการ แหล่งข่าวเปิดเผยกับซีเอ็นบีซีว่า การปรับลดตำแหน่งงานดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงแผนกหลัก ๆ ด้วย เช่นแผนกธนาคารรายย่อยและพาณิชย์, แผนกบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่ง รวมถึงแผนกธนาคารองค์กรและวาณิชธนกิจ แหล่งข่าวระบุว่า เจพีมอร์แกนได้ทำการปรับลดพนักงานเป็นระยะ ๆ ในระหว่างปี เช่นเดียวกับบริษัทด้านการเงินอื่น ๆ จำนวนมาก ในขณะเดียวกัน เจพีมอร์แกนได้เปิดรับสมัครงานใหม่ราว 13,000 ตำแหน่ง ภายใต้การบริหารงานของนายเจมี ไดมอน ซีอีโอนั้น เจพีมอร์แกนยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ โดยล่าสุดได้เข้าซื้อกิจการของธนาคารเฟิร์สต์ รีพับลิกโดยทำข้อตกลงที่รัฐบาลสหรัฐให้การสนับสนุน และในสัปดาห์นี้ เจพีมอร์แกนได้เสนอตำแหน่งงานประมาณ 85% ให้กับพนักงานของเฟิร์สต์ รีพับลิกที่มีอยู่ราว 7,000 คน ทั้งนี้ เจพีมอร์แกนมีพนักงานรวม 296,877 คน ณ วันที่ 31 มี.ค. 2566 โดยเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน ด้านเจพีมอร์แกนนั้นปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวนี้ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 66) […]
อ่านเพิ่มเติม »
ก้าวไกล นัดถกพรรคร่วม 30 พ.ค. คาดหารือยุติศึกประธานสภาฯ : อินโฟเควสท์พรรคก้าวไกล ได้นัดพรรคร่วมรัฐบาลวันที่ 30 พ.ค. ในเวลา 14.30 น. ที่พรรคประชาชาติ เพื่อพูดคุยแนวทางและแผนงานการทำงานร่วมกันหลังการลงนาม MOU ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการหารือถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วย หลังจากที่เป็นปัญหายังไม่สามารถตกลงกันได้และมีการตอบโต้กันไปมาระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล วานนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว มองว่าจากความเห็นที่ไม่ตรงกันเรื่องเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แนะตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลไปถกกันในวงเจรจาดีกว่าออกมาตอบโต้กันรายวัน โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
สรรหาเลขาธิการกสทช.คนใหม่ส่อแววยืดเยื้อ! : อินโฟเควสท์พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ) กล่าวถึงการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการกสทช.ว่า หลังไม่มีตัวแทนกรรมการเข้าร่วมตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครรับการสรรหา โดยก่อนหน้านี้ ประธานบอร์ดกสทช. ได้ขอให้กรรมการเสนอตัวแทนเข้ามาเป็นกรรมการตรวจสอบ แต่ตนไม่เห็นด้วยกับกระบวนการนี้ตั้งแต่ต้นจึงไม่ขอส่งตัวแทน และเท่าที่ทราบบอร์ดหลายคนก็ไม่ได้ส่งตัวแทนด้วยเช่นกัน “ถ้าส่งเท่ากับเป็นการไปร่วมทำกับสิ่งที่ไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น โดยสิ่งที่ไม่เห็นด้วยเพราะกระบวนการที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำตามมติบอร์ดกสทช. แต่เป็นการทำโดยประธานกสทช.ท่านเดียว ประกาศที่ออกมาแม้แต่ประกาศให้บอร์ดส่งตัวแทนไปเป็นกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติก็เป็นประกาศของประธานเท่านั้น” โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
ปชป.ปัดคุยดีลลับจัดตั้งรัฐบาล ย้ำไม่ก้าวล่วง : อินโฟเควสท์นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ไปร่วมวางแผนพูดคุยเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งนั้นว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นข่าวที่บิดเบือนเพื่อให้เกิดความเสียหายกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาลนั้นถือเป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำ และพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ไปก้าวล่วงในเรื่องดังกล่าว ส่วนที่มีการโต้เถียงถึงตำแหน่งประธานรัฐสภา และมีการพาดพิงถึงการทำหน้าที่ประธานรัฐสภาของนายชวน หลีกภัยนั้น นายราเมศ กล่าวว่า หน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีหน้าที่ไปช่วยเหลือพรรคการเมืองใดในการไปผลักดันร่างกฎหมายต่างๆ ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะไปวินิจฉัย หรือสั่งการใดที่อยู่นอกเหนือไปจากที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุม ซึ่งประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม ที่สำคัญทั้งรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับการประชุม ทั้งของสภาผู้แทนราษฎร และของที่ประชุมร่วมรัฐสภา ยังระบุอีกว่า จะต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย สำหรับหน้าที่ในการผลักดันผ่านร่างกฎหมายนั้น เป็นหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกรัฐสภา ดังนั้นการให้ความเห็นใดๆ ควรยึดหลักความถูกต้อง นอกจากนี้ยังยืนยันว่าที่ผ่านมาการทำหน้าที่ประธานรัฐสภาของนายชวนนั้น สามารถทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล ยึดหลักความเป็นกลางในการวินิจฉัยในที่ประชุมทุกครั้ง การจะมากล่าวหาว่าไม่ร่วมผลักดันกฎหมายบางฉบับนั้น ประธานสภาฯไม่สามารถทำได้ “ส่วนร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับ การยกเลิก ม.112 การยกเลิกความผิดดูหมิ่นเจ้าพนักงาน การยกเลิกความผิดฐานดูหมิ่นศาล ทั้งหมดเหล่านี้ มีการวินิจฉัยว่าขัดและแย้งต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ จึงไม่ถูกนำมาบรรจุในระเบียบวาระการประชุม ถ้าประธานสภาฯไปทำหน้าที่ตามอำเภอใจเพื่อสนับสนุนหรือผลักดัน ก็จะทำให้มีปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ได้” นายราเมศ กล่าว นอกจากนี้การที่พาดพิงว่าประธานชวน ไม่ให้ความสำคัญกับร่างกฎหมายที่มาจากภาคประชาชนเสนอนั้น […]
อ่านเพิ่มเติม »
เวียดนามเล็งปรับลดส่งออกข้าวรายปีลง 44% สู่ 4 ล้านตันภายในปี 2573 : อินโฟเควสท์เวียดนามระบุในเอกสารเกี่ยวกับกลยุทธ์การส่งออกข้าวว่า เวียดนามตั้งเป้าที่จะลดการส่งออกข้าวลงเหลือ 4 ล้านตันต่อปีภายในปี 2573 ลดลงจาก 7.1 ล้านตันในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เวียดนามเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลกรองจากอินเดียและไทย เอกสารระบุว่า แผนการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อที่จะเพิ่มการส่งออกข้าวคุณภาพสูง, รับประกันความมั่นคงทางด้านอาหารภายในประเทศ, ปกป้องสิ่งแวดล้อม และปรับตัวตามการเปลี่ยนของสภาพอากาศ รายได้จากการส่งออกข้าวจะลดลงเหลือ 2.62 พันล้านดอลลาร์ต่อปีภายในปี 2573 โดยลดลงจาก 3.45 พันล้านดอลลาร์ในปี 2565 โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »
กทม. เผยพบติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น ชี้ภาพรวมยังไม่น่าห่วง เตียงยังมีเพียงพอ : อินโฟเควสท์น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่กทม.ว่า ขณะนี้พบผู้ป่วยวันละ 1,300-1,500 คน สูงสุดคือวันละ 1,900 คน ซึ่งเป็นข้อมูลจากโรงพยาบาลสังกัดกทม. และศูนย์บริการสาธารณสุขของกทม.เท่านั้น จึงทำให้คาดการณ์ได้ว่าผู้ป่วยจะมากกว่านี้ 2-3 เท่า ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยที่มีอาการในระดับเหลือง/ส้ม 1-2% บางรายอาจเปลี่ยนเป็นผู้ป่วยวิกฤติ โดยเฉพาะในกลุ่ม 608 และผู้ที่ห่างจากการรับวัคซีนเข็มสุดท้ายมานานเกินกว่า 3 เดือนแล้ว อัตราการครองเตียงอยู่ที่ 50% ทั้งนี้ประชาชนสามารถไปรับวัคซีนได้ที่รพ.ของกทม. ศูนย์บริการสาธารณสุข และจุดฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาลตามศูนย์การค้าได้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง กทม.ยังคงร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี ซึ่งกทม.มีแนวคิดที่จะแบ่งเป็น 7 โซน แต่ละโซนจะมีรพ.แม่ และมีรพ.เครือข่าย ซึ่งอาจมีหลายสังกัด ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกันและจะทำให้เรื่องการสาธารณสุขในกรุงเทพฯมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยในเรื่องนี้กทม.จะได้เสนอกับรัฐบาลใหม่ด้วยเช่นกัน โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 66) Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLine
อ่านเพิ่มเติม »