ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบ นักลงทุนวิตกเฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง ตลาดหุ้น ตลาดหุ้นยุโรป อินโฟเควสท์
หุ้นยุโรปเปิดตลาดในแดนลบวันนี้ โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางในเอเชียและตลาดวอลล์สตรีท หลังธนาคารกลางสหรัฐ ส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดวันนี้ที่ 12,531.66 จุด ลดลง 235.49 จุด หรือ -1.84% และเฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.75% สู่ระดับ 3.00-3.
25% ในการประชุมวันนี้ ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันนักเศรษฐศาสตร์ในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคาดการณ์ว่า BoE จะประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% สู่ระดับ 2.25% จากเดิมอยู่ที่ 1.75% ในเวลา 19.00 น.ของวันนี้ตามเวลาไทย ขณะที่ ตลาดเงินต่าง ๆ คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอังกฤษจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 2.50%
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบ นักลงทุนวิตกเฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าลบในวันนี้ โดยปรับตัวลงตามดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิดร่วงลงในวันอังคาร (20 ก.ย.) ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวังก่อนธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินในวันพุธนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ 27,308.66 จุด ร่วงลง 379.76 จุด หรือ -1.37% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 18,496.95 จุด ขยับลง 284.47 จุด หรือ -1.51% และ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้า 3,105.02 จุด ลดลง 17.38 จุด หรือ -0.56% ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลง 313.45 จุด หรือ 1.01% แตะที่ 30,706.23 ขณะที่ ดัชนี S&P500 ร่วง 1.13% แตะที่ 3,855.93 …
อ่านเพิ่มเติม »
ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบ นักลงทุนวิตก 'ปูติน' สั่งระดมกำลังพล : อินโฟเควสท์หุ้นยุโรปเปิดตลาดเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากการสั่งระดมกำลังพลบางส่วนของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย รวมทั้งความวิตกกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 403.80 จุด เพิ่มขึ้น 0.38 จุด หรือ +0.09% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดวันนี้ที่ 12,555.31 จุด ลดลง 115.52 จุด หรือ -0.91% % และ ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 5,928.50 จุด ลดลง 50.97 จุด หรือ -0.85% หุ้นเกือบทุกกลุ่มปรับตัวลดลง โดยกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยร่วง 1.2% ขณะที่ หุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 1% ท่ามกลางการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน โดยได้แรงหนุนจากข่าวระดมกำลังพลของรัสเซีย ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศระดมกำลังพลบางส่วนในรัสเซีย …
อ่านเพิ่มเติม »
บลจ.เกียรตินาคินภัทร แนะลงทุนอสังหานอกตลาดรับมือตลาดหุ้นผันผวน-เงินเฟ้อขาขึ้น : อินโฟเควสท์นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บลจ. เกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า ตลาดการลงทุนในปี 2565 ทั้งตลาดตราสารหนี้โลกและตลาดหุ้นโลกโดยรวม มีความผันผวนสูงและยังคงมีอัตราผลตอบแทนติดลบ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากทั้งปัญหาห่วงโซ่อุปทานติดขัดและความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และต้นทุนการผลิตต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้นและอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นมาก ธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจหลักต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดเงินเฟ้อ จนภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอาจกลับเข้าสู่ภาวะถดถอย ทั้งนี้ ราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางของประเทศเศรษฐกิจหลัก คือปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้ทั้งตลาดตราสารหนี้โลกและตลาดหุ้นโลกยังมีความผันผวนสูงในระยะข้างหน้า “บลจ.เกียรตินาคินภัทร มองเห็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจในสภาวะตลาดการลงทุนที่ผันผวนสูงในปัจจุบัน ได้แก่ การลงทุนใน Private Real Estate หรือ อสังหาริมทรัพย์นอกตลาด ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนมีความผันผวนน้อยเมื่อเทียบกับตลาดการลงทุนทั่วไป และสร้างโอกาสรับกระแสเงินสดในระยะยาว นอกจากนี้ Private Real Estate ยังเป็นสินทรัพย์ที่เหมาะเลือกลงทุนในช่วงอัตราเงินเฟ้อเป็นขาขึ้นเพราะผลการดำเนินงานมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ตามอัตราเงินเฟ้อ” ทั้งนี้ บลจ.เกียรตินาคินภัทร ได้เปิดเสนอขายกองทุน KKP PREIT-UI FUND แก่ผู้ลงทุนไทยเพื่อเป็นทางเลือกการลงทุน ผสมผสานกับพอร์ตการลงทุนในตลาด (Public Assets) ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดการลงทุนโดยรวมและสภาวะเงินเฟ้อสูง เมื่อวันที่ 9- 16 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี มียอดจองซื้อกว่า 600 ล้านบาท สำหรับ …
อ่านเพิ่มเติม »
GRAMMY กางแผนสร้าง Ecosystem หนุนธุรกิจเพลงโตยั่งยืน-หวังเป็น Soft Power : อินโฟเควสท์นางนรมน ชูชีพชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) กล่าวถึงอุตสาหกรรมเพลงไทยว่า คนไทยยังนิยมฟังเพลงไทยมากถึง 78% ส่วน 22% เป็นเพลงต่างชาติ โดยมีสัดส่วนประเภทเพลงลูกทุ่งถึง 48% และ 34% เป็นเพลงกระแสหลัก อย่าง ป๊อป, ร็อค, เรโทร, เพลงเก่า ที่เหลือ 18% จะเป็นเพลงกระแสใหม่ที่กำลังมาแรงประเภทไอดอล ฮิปฮอป อินดี้ สำหรับมาร์เก็ตแชร์ในตลาดเพลงไทยตามประเภทแนวเพลง GRAMMY มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50% ในทุกประเภท โดยเฉพาะเพลงร็อคเรามีสัดส่วนถึง 91% ส่วนประเภทอื่นๆอย่าง เพลงในกระแส ประเภท ป๊อป, เรโทร และเพลงเก่าอยู่ที่ 58% ส่วนเพลงลูกทุ่งอยู่ที่ 63% แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจเพลงของแกรมมี่ยังได้รับความนิยมและสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง GRAMMY จึงเดินหน้าสร้าง Ecosystem ให้กับธุรกิจเพลงตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ดังนี้ …
อ่านเพิ่มเติม »
โบรกฯ แนะ 4 หลักเลือกลงทุนหุ้น Deep Value มองโอกาส SET ปลายปีไปถึง 1,730 : อินโฟเควสท์นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวในการสัมมนาหัวข้อ “Deep Value คัดหุ้นไทยสุดแกร่งติดพอร์ต Q4” ว่า Deep Value คือหุ้นที่มีราคาถูกมากในเชิงพื้นฐาน โดยจะต้องพิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลัก คือ 1.ราคาหุ้นปัจจุบันเทียบกับราคาเหมาะสมที่นักวิเคราะห์ประเมิน โดยมี Upside เกินกว่า 20% ขึ้นไป 2.ราคาหุ้นนับจากต้นปีถึงปัจจุบันมีการปรับตัวลดลงไปค่อนข้างมาก 3.ผลประกอบการมีการเติบโต และ ในปี 66 ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 4.นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีคำแนะนำ “ซื้อ” โดยเมื่อได้หุ้นที่ผ่านการพิจารณาปัจจัยหลักทั้ง 4 ข้อแล้ว ให้เลือกจากหุ้นที่ได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การเปิดเมือง การบริโภคในประเทศ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และกลุ่มสถาบันทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ สำหรับหุ้น Deep Value แนะนำให้มองใน กลุ่มค้าปลีก คือ HMPRO กลุ่มสื่อสาร คือ PLANB และสุดท้ายคือ สถาบันทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ คือ TIDLOR และ …
อ่านเพิ่มเติม »
บริษัทยุโรปลังเลทำธุรกิจในจีน เหตุนโยบายโควิดไม่ยืดหยุ่น-ไม่ต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์หอการค้ายุโรปออกรายงานเตือนในวันนี้ (21 ก.ย.) ว่า บริษัทต่าง ๆ ของยุโรปเริ่มขาดความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจในประเทศจีน และปรับลดมุมมองที่เคยยกให้จีนเป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่จีนใช้นโยบายควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ขาดความยืดหยุ่นและไม่มีความต่อเนื่อง ทั้งนี้ หอการค้ายุโรปประกอบด้วยบริษัทที่เป็นสมาชิกจำนวน 1,800 แห่งที่เข้าไปทำธุรกิจในประเทศจีน โดยบริษัทเหล่านี้มีฐานธุรกิจอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) และทวีปยุโรป รายงานดังกล่าวซึ่งครอบคลุมหลากหลายประเด็นตั้งแต่ประเด็นไต้หวันไปจนถึงการค้านั้นระบุว่า จีนควรหลีกเลี่ยงการดำเนินนโยบายที่ไม่แน่นอน อีกทั้งควรเพิ่มความร่วมมือกับ EU และเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศ “นโยบายของจีนและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกมีความขัดแย้งกันอย่างมากในปีที่ผ่านมา โดยประเทศอื่น ๆ ยังคงยึดมั่นในระบบโลกาภิวัตน์ ในขณะที่จีนสนใจแต่กิจการภายในประเทศตนเอง” “ขณะนี้คนทั่วโลกใช้ชีวิตด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ แต่จีนจะรอจนกว่าทั่วโลกขจัดไวรัสโอมิครอนให้หมดไป ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้” นายยอร์ก วุตต์เก ประธานหอการค้ายุโรปกล่าวกับผู้สื่อข่าว โดยเขาหมายถึงการที่จีนยึดมั่นในนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero-COVID Policy) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้จีนต้องทำการล็อกดาวน์บ่อยครั้งและปิดพรมแดนเป็นส่วนใหญ่ไม่ให้มีการเดินทางระหว่างประเทศ หอการค้ายุโรปยังระบุด้วยว่า นอกเหนือจากมาตรการคุมโควิด-19 แล้ว การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจที่หยุดชะงัก, การที่ชาวยุโรปจำนวนมากเดินทางออกจากจีน รวมทั้งการที่จีนควบคุมการเดินทางเพื่อไม่ให้พนักงานชาวจีนเดินทางไปต่างประเทศ ตลอดจนการใช้ภาคธุรกิจเป็นเครื่องมือด้านการเมืองนั้น ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ขาดความน่าดึงดูดใจในการทำธุรกิจ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »