ดัชนีดอลลาร์ผันผวนรับข่าวความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังทรัมป์ขู่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน ขณะที่อิหร่านปฏิเสธเจรจาสันติภาพรอบใหม่ ชี้สหรัฐฯ ขาดความจริงใจและผิดสัญญาต่อเนื่อง
สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อ ตลาดการเงิน โลกอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ดัชนี ดอลลาร์ สหรัฐซึ่งทำหน้าที่เป็นดัชนีวัดมูลค่าของ ดอลลาร์ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลเงินในตะกร้าเงิน ได้เกิดความผันผวนอย่างหนักในระหว่างการซื้อขาย โดยในช่วงแรกของวัน ดัชนี ดอลลาร์ พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ ที่ระดับ 98.
470 เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกต่างพากันเข้าถือครองดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่สงบที่รุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์เริ่มมีความชัดเจนในระดับหนึ่ง แรงซื้อเก็งกำไรดังกล่าวก็เริ่มชะลอตัวลง ทำให้ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 98.080 หรือติดลบประมาณ 0.02% ตามเวลาประเทศไทยในช่วงค่ำ ความผันผวนนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังจับตาดูท่าทีของผู้นำสหรัฐและอิหร่านอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ทางด้านความเคลื่อนไหวทางการเมือง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Fox News โดยมีการตั้งข้อสังเกตถึงการลงนามในข้อตกลงกับอิหร่านที่อาจเกิดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน แม้จะยังมีความคลุมเครือในเรื่องของกรอบเวลาที่แน่ชัด แต่สิ่งที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาคมโลกคือการที่ผู้นำสหรัฐฯ ได้ประกาศเตือนว่าจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการทำลายโรงไฟฟ้าและสะพานสำคัญทุกแห่งในอิหร่านหากการเจรจาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ยิ่งไปกว่านั้น ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ดำเนินมาอย่างเปราะบาง กำลังจะสิ้นสุดลงในไม่ช้านี้ ซึ่งสร้างความกดดันอย่างมหาศาลให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศและการจัดการความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นใจของนักลงทุนในตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก ในขณะเดียวกัน นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ได้ออกมาตอบโต้ท่าทีของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยระบุว่าอิหร่านไม่มีแผนที่จะจัดการเจรจาสันติภาพรอบที่สองในขณะนี้ เนื่องจากมองว่าการกระทำของสหรัฐฯ ไม่มีความจริงใจในการดำเนินกระบวนการทางการทูต และมีการผิดคำสัญญามาโดยตลอดนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ นอกจากประเด็นการหยุดยิงแล้ว อิหร่านยังประณามการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ในช่องแคบฮอร์มุซว่าเป็นพฤติกรรมรุกรานที่ขัดต่อมติของสหประชาชาติ โดยอิหร่านยืนยันว่าจะยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ รวมถึงการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงที่จะนำประเด็นเรื่องการเคลื่อนย้ายยูเรเนียมเสริมสมรรถนะมาเป็นข้อต่อรองในการเจรจา เนื่องจากอิหร่านถือว่าความสำเร็จทางด้านนิวเคลียร์และวิทยาศาสตร์เป็นหัวใจสำคัญของประเทศที่ไม่อาจยอมแลกได้ ภายใต้สถานการณ์นี้ ตลาดการเงินยังคงต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ส่งผลให้ดอลลาร์ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความสำคัญในสายตานักลงทุนที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในภาวะวิกฤตเช่นนี
ดอลลาร์ สหรัฐอเมริกา อิหร่าน สงครามตะวันออกกลาง ตลาดการเงิน




