Ready to Cook ปลุกศึกเครื่องปรุงรสไทย ผู้เล่นใหญ่เร่งออกสินค้าใหม่ 'ภูเขาทอง-XO-ฉั่วฮะเส็ง-โกกิ” ปรับเกมจากขายเครื่องปรุง สู่ขายไลฟ์สไตล์อาหาร
สะท้อนภาพนี้ชัดเจน ผ่านการเปิดตัวสินค้าใหม่พร้อมกันถึง 16 รายการ โดยแกนหลักไม่ใช่แค่เพิ่ม SKU แต่คือการที่แบรนด์พยายามเข้าไปอยู่ในทุกโมเมนต์การทำอาหาร ของผู้บริโภคยุคใหม่หากสังเกตประเภทสินค้า จะพบว่าหลายรายการถูกออกแบบมาเพื่อย่นขั้นตอนการทำอาหาร เช่น ซอสผัดกะเพรา ซอสสามเกลอ ซอสพะโล้ หรือซอสต้มยำ ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคจำนวนมากยังอยากทำอาหารเองแต่ไม่ต้องการใช้เวลาหรือเตรียมวัตถุดิบจำนวนมากเหมือนในอดีตขณะเดียวกัน การเพิ่มไลน์ซอสสไตล์เกาหลี ญี่ปุ่น หรือหม่าล่า ก็สะท้อนอีกด้านว่า รสนิยมผู้บริโภคคนไทยกำลังผสมผสานอาหารข้ามวัฒนธรรมมากขึ้นวรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด เปิดเผยว่า เห็นเทรนด์การเติบโตของ Home cooking และ Fusion food ที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะอิทธิพลจากโซเชียลมีเดีย และเหล่า food creator ทำให้ผู้คนสนุกกับการสร้างสรรค์เมนู mix & match รสชาติใหม่ๆ สะท้อนตัวตนผ่านอาหาร ทำให้ไทยเทพรสพัฒนาสินค้าใหม่ถึง 16 รายการ เพื่อเข้าไปอยู่ในทุกโมเมนต์การทำอาหารของผู้บริโภคและร้านอาหารทั่วประเทศ“หนึ่งในโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน คือ การทำให้แบรนด์ยังคง relevant และเข้าถึงคนรุ่นใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไทยเทพรสใช้แนวคิด Culture Food Experience และ Collaboration Marketing มากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับ ไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรมอาหาร และประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน”คอนเซ็ปต์หลักของการพัฒนาสินค้าใหม่ คือ “ใครๆก็ทำอาหารได้” ภายใต้รูปแบบ “Ready to cook” ซึ่งได้รับความนิยมสูงเพราะตอบโจทย์ความสะดวกสบายโดยเฉพาะ คนเมือง สำหรับแบรนด์ภูเขาทอง เปิดตัวซอสสไตล์ไทยสตรีทฟู้ด 8 รสชาติ ประกอบด้วย ซอสผัดกระเพรา ซอสสามเกลอ ซอสกะปิสำเร็จรูป ซอสผัดผงกะหรี่ ซอสก๋วยเตี๋ยว ซอสปลานึ่งซีอิ้ว ซอสพะโล้ และซอสต้มยำขณะที่ แบรนด์ซอสพริกศรีราชาพานิช นำเสนอซอสสไตล์ไทยฟิวชั่นนานาชาติ 8 รสชาติ ประกอบด้วย ซอสหม่าล่า ซอสพริกศรีราชา ซอสยากินิคุ สูตรเผ็ด ซอสบาร์บีคิว ซอสบูโกกิ ซอสเทริยากิ ซอสผัดไทย และซอสเซซามิ โดยเตรียมวางจำหน่ายช่วงเดือนตุลาคม นี้ด้าน เอ็กโซติค ฟู้ด หรือ XO กำลังสะท้อนอีกมิติของการแข่งขันในตลาด เครื่องปรุงรส ไทย คือ การขยับจากการขายสินค้าแบบ Commodity ไปสู่การสร้าง “Premium Brand” ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ผ่านแบรนด์ Flying Goose ซึ่งสามารถเจาะชั้นวางซูเปอร์มาร์เก็ตในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก และสร้างยอดขายกว่า 2,000 ล้านบาทในปี 2568สิ่งที่น่าสนใจ คือ XO ใช้กลยุทธ์สร้าง “Brand Value” ผ่านการพัฒนาสินค้าและสร้างความหลากหลายของรสชาติ โดย Flying Goose มีซอสพริกศรีราชามากกว่า 50 รสชาติ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในตลาด ขณะที่แบรนด์ Exotic Food มีสินค้า เครื่องปรุงรส ไทยรวมมากกว่า 700 SKUs และแม้ปัจจุบันตลาดหลักของ XO จะยังอยู่ในยุโรป แต่กำลังเร่งขยายฐานลูกค้าไปยังแอฟริกา อเมริกา และเอเชีย เพื่อรองรับความนิยมอาหารไทยและรสชาติเอเชียที่เติบโตต่อเนื่องในตลาดโลก และยังเดินหน้าลงทุนในระบบ Automation และการวิจัยพัฒนา มากขึ้น ตามที่โพสต์ทูเดย์เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ส่วนฝั่งของ “ฉั่วฮะเส็ง” แบรนด์น้ำพริกเผาในตำนานที่อยู่คู่ครัวไทยมากว่า 75 ปี ยุทธศาสตร์ปีนี้กำลังยกระดับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านภาพลักษณ์จากนายคณัฎพงษ์ วัฒนเสรีวงกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฉั่วฮะเส็ง ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา แบรนด์ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยการรักษาตำแหน่งแบรนด์น้ำพริกเผายอดขายอันดับ 1 ของประเทศไทย ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน และเติบโตในตลาดต่างประเทศกว่า 55 ประเทศทั่วโลก โดยในปี 2026 บริษัทฯ มุ่งยกระดับองค์กรแบบ 360 องศา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบการทำงาน บุคลากร และมาตรฐานการผลิตการเปลี่ยนแปลงนี้ครอบคลุมการลงทุนในระบบ ERP และนำเทคโนโลยีบริหารจัดการข้อมูลมาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในกระบวนการผลิตและซัพพลายเชนทั้งระบบ มุ่งเน้นความคล่องตัว เพื่อรองรับดีมานด์จากตลาดส่งออกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ฉั่วฮะเส็ง ได้ปรับโครงสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเจาะเซกเมนต์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น ประกอบด้วยแบรนด์ 'ฉั่วฮะเส็ง' แบรนด์น้ำพริกเผาและ เครื่องปรุงรส ที่เน้นกลุ่มครัวเรือนและร้านอาหารทั่วไป 'เทศไทย' ผลิตภัณฑ์ เครื่องปรุงรส ระดับพรีเมียม เน้นความสะดวก พร้อมใช้งาน และตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ การทำอาหารยุคใหม่ และ 'ตะหลิวทอง' ซอสและน้ำจิ้มคุณภาพที่เน้นความคุ้มค่าเพื่อช่วยบริหารต้นทุนสำหรับกลุ่ม ผู้ประกอบการ ตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันระดับนานาติ ผ่านการรับรองมาตรฐานสูงสุด อาทิ BRCGS, HACCP, GHPs และ ISO 9001 เพื่อปักหมุดขยายส่วนแบ่งตลาดโลกอย่างเต็มตัวในมิติของผลิตภัณฑ์ ฉั่วฮะเส็งรุกนวัตกรรมอาหารที่เน้นความสะดวกและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Chili Crisp” ซึ่งเป็นการนำอินไซต์ความชอบรสชาติจัดจ้านและเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบแบบไทยตามเทรนตลาดโลก มาพัฒนาเป็น เครื่องปรุงรส อเนกประสงค์ ที่สามารถนำไปใช้คลุกเคล้าได้ทั้งอาหารเอเชีย เวสเทิร์น ฟิวชั่น และเมนูสากลร่วมสมัย ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร นอกจากนี้ ได้เดินหน้ากลยุทธ์สร้างประสบการณ์ร่วมผ่านแคมเปญมหาชน “ฉั่วฮะเส็ง รสชาติที่มหาชนเลือกใช้” โดยเป็นครั้งแรกที่มีการทำ Collaboration ครั้งใหญ่ร่วมกับพันธมิตรร้านอาหารนำร่องกว่า 30 ร้าน ในโซนกรุงเทพและปริมณฑล เพื่อสร้าง Touchpoints ให้ผู้บริโภคได้รู้จัก ชิม และสัมผัส สื่อสารทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โกกิ ผู้ผลิตแป้งทอดเทมปุระที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 40 ปี นับตั้งแต่ปี 2521 เตรียมรุกตลาดใหม่ด้วยการเปิดตัวเป็นครั้งแรก เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคเมืองที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และทำอาหารได้ง่ายขึ้น จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ที่การใส่เนื้อสัตว์และผักแบบฟรีซดราย มาในซองสำเร็จรูป เช่น ผงกะเพราที่มีใบกะเพราอบแห้งรวมอยู่ภายใน ช่วยเพิ่มทั้งกลิ่นและรสชาติให้ใกล้เคียงอาหารปรุงสดมากขึ้นขณะเดียวกัน ยังออกแบบการใช้งานให้ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์ คนเมือง โดยสามารถฉีกซองแล้วนำไปทำเป็นซุป หรืออุ่นผ่านไมโครเวฟได้ทันที ลดขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบและไม่จำเป็นต้องมีทักษะการทำอาหารมากนัก เหมาะกับผู้บริโภคกลุ่มคอนโด คนอยู่คนเดียว หรือคนที่มีเวลาจำกัดในชีวิตประจำวันอย่างไรก็ตาม จากที่กล่าวมาทั้งหมด ต้องจับตาว่าตลาด เครื่องปรุงรส ไทยจะไม่ได้แข่งขันกันแค่ “ใครอร่อยกว่า” แต่กำลังเข้าสู่เกมใหม่ที่วัดกันทั้งความเร็วในการออกสินค้า ความเข้าใจ ไลฟ์สไตล์ คนเมือง และความสามารถในการสร้างแบรนด์ไทยให้เติบโตในตลาดโลก ท่ามกลางเทรนด์ Home Cooking อาหารฟิวชัน และวัฒนธรรมการกินข้ามชาติที่เติบโตต่อเนื่อง.
สะท้อนภาพนี้ชัดเจน ผ่านการเปิดตัวสินค้าใหม่พร้อมกันถึง 16 รายการ โดยแกนหลักไม่ใช่แค่เพิ่ม SKU แต่คือการที่แบรนด์พยายามเข้าไปอยู่ในทุกโมเมนต์การทำอาหาร ของผู้บริโภคยุคใหม่หากสังเกตประเภทสินค้า จะพบว่าหลายรายการถูกออกแบบมาเพื่อย่นขั้นตอนการทำอาหาร เช่น ซอสผัดกะเพรา ซอสสามเกลอ ซอสพะโล้ หรือซอสต้มยำ ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคจำนวนมากยังอยากทำอาหารเองแต่ไม่ต้องการใช้เวลาหรือเตรียมวัตถุดิบจำนวนมากเหมือนในอดีตขณะเดียวกัน การเพิ่มไลน์ซอสสไตล์เกาหลี ญี่ปุ่น หรือหม่าล่า ก็สะท้อนอีกด้านว่า รสนิยมผู้บริโภคคนไทยกำลังผสมผสานอาหารข้ามวัฒนธรรมมากขึ้นวรัญญา วิญญรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเทพรส จำกัด เปิดเผยว่า เห็นเทรนด์การเติบโตของ Home cooking และ Fusion food ที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะอิทธิพลจากโซเชียลมีเดีย และเหล่า food creator ทำให้ผู้คนสนุกกับการสร้างสรรค์เมนู mix & match รสชาติใหม่ๆ สะท้อนตัวตนผ่านอาหาร ทำให้ไทยเทพรสพัฒนาสินค้าใหม่ถึง 16 รายการ เพื่อเข้าไปอยู่ในทุกโมเมนต์การทำอาหารของผู้บริโภคและร้านอาหารทั่วประเทศ“หนึ่งในโจทย์สำคัญของแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมายาวนาน คือ การทำให้แบรนด์ยังคง relevant และเข้าถึงคนรุ่นใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไทยเทพรสใช้แนวคิด Culture Food Experience และ Collaboration Marketing มากขึ้น เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ วัฒนธรรมอาหาร และประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน”คอนเซ็ปต์หลักของการพัฒนาสินค้าใหม่ คือ “ใครๆก็ทำอาหารได้” ภายใต้รูปแบบ “Ready to cook” ซึ่งได้รับความนิยมสูงเพราะตอบโจทย์ความสะดวกสบายโดยเฉพาะคนเมือง สำหรับแบรนด์ภูเขาทอง เปิดตัวซอสสไตล์ไทยสตรีทฟู้ด 8 รสชาติ ประกอบด้วย ซอสผัดกระเพรา ซอสสามเกลอ ซอสกะปิสำเร็จรูป ซอสผัดผงกะหรี่ ซอสก๋วยเตี๋ยว ซอสปลานึ่งซีอิ้ว ซอสพะโล้ และซอสต้มยำขณะที่ แบรนด์ซอสพริกศรีราชาพานิช นำเสนอซอสสไตล์ไทยฟิวชั่นนานาชาติ 8 รสชาติ ประกอบด้วย ซอสหม่าล่า ซอสพริกศรีราชา ซอสยากินิคุ สูตรเผ็ด ซอสบาร์บีคิว ซอสบูโกกิ ซอสเทริยากิ ซอสผัดไทย และซอสเซซามิ โดยเตรียมวางจำหน่ายช่วงเดือนตุลาคม นี้ด้าน เอ็กโซติค ฟู้ด หรือ XO กำลังสะท้อนอีกมิติของการแข่งขันในตลาดเครื่องปรุงรสไทย คือ การขยับจากการขายสินค้าแบบ Commodity ไปสู่การสร้าง “Premium Brand” ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ผ่านแบรนด์ Flying Goose ซึ่งสามารถเจาะชั้นวางซูเปอร์มาร์เก็ตในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก และสร้างยอดขายกว่า 2,000 ล้านบาทในปี 2568สิ่งที่น่าสนใจ คือ XO ใช้กลยุทธ์สร้าง “Brand Value” ผ่านการพัฒนาสินค้าและสร้างความหลากหลายของรสชาติ โดย Flying Goose มีซอสพริกศรีราชามากกว่า 50 รสชาติ ซึ่งถือว่ามากที่สุดในตลาด ขณะที่แบรนด์ Exotic Food มีสินค้าเครื่องปรุงรสไทยรวมมากกว่า 700 SKUs และแม้ปัจจุบันตลาดหลักของ XO จะยังอยู่ในยุโรป แต่กำลังเร่งขยายฐานลูกค้าไปยังแอฟริกา อเมริกา และเอเชีย เพื่อรองรับความนิยมอาหารไทยและรสชาติเอเชียที่เติบโตต่อเนื่องในตลาดโลก และยังเดินหน้าลงทุนในระบบ Automation และการวิจัยพัฒนา มากขึ้น ตามที่โพสต์ทูเดย์เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้ ส่วนฝั่งของ “ฉั่วฮะเส็ง” แบรนด์น้ำพริกเผาในตำนานที่อยู่คู่ครัวไทยมากว่า 75 ปี ยุทธศาสตร์ปีนี้กำลังยกระดับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญเพื่อเปลี่ยนผ่านภาพลักษณ์จากนายคณัฎพงษ์ วัฒนเสรีวงกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฉั่วฮะเส็ง ฟู้ดโปรดักส์ จำกัด กล่าวว่า ปีที่ผ่านมา แบรนด์ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ด้วยการรักษาตำแหน่งแบรนด์น้ำพริกเผายอดขายอันดับ 1 ของประเทศไทย ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน และเติบโตในตลาดต่างประเทศกว่า 55 ประเทศทั่วโลก โดยในปี 2026 บริษัทฯ มุ่งยกระดับองค์กรแบบ 360 องศา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบการทำงาน บุคลากร และมาตรฐานการผลิตการเปลี่ยนแปลงนี้ครอบคลุมการลงทุนในระบบ ERP และนำเทคโนโลยีบริหารจัดการข้อมูลมาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในกระบวนการผลิตและซัพพลายเชนทั้งระบบ มุ่งเน้นความคล่องตัว เพื่อรองรับดีมานด์จากตลาดส่งออกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ฉั่วฮะเส็ง ได้ปรับโครงสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเจาะเซกเมนต์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น ประกอบด้วยแบรนด์ 'ฉั่วฮะเส็ง' แบรนด์น้ำพริกเผาและเครื่องปรุงรส ที่เน้นกลุ่มครัวเรือนและร้านอาหารทั่วไป 'เทศไทย' ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสระดับพรีเมียม เน้นความสะดวก พร้อมใช้งาน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำอาหารยุคใหม่ และ 'ตะหลิวทอง' ซอสและน้ำจิ้มคุณภาพที่เน้นความคุ้มค่าเพื่อช่วยบริหารต้นทุนสำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ ตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันระดับนานาติ ผ่านการรับรองมาตรฐานสูงสุด อาทิ BRCGS, HACCP, GHPs และ ISO 9001 เพื่อปักหมุดขยายส่วนแบ่งตลาดโลกอย่างเต็มตัวในมิติของผลิตภัณฑ์ ฉั่วฮะเส็งรุกนวัตกรรมอาหารที่เน้นความสะดวกและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “Chili Crisp” ซึ่งเป็นการนำอินไซต์ความชอบรสชาติจัดจ้านและเนื้อสัมผัสที่กรุบกรอบแบบไทยตามเทรนตลาดโลก มาพัฒนาเป็นเครื่องปรุงรสอเนกประสงค์ ที่สามารถนำไปใช้คลุกเคล้าได้ทั้งอาหารเอเชีย เวสเทิร์น ฟิวชั่น และเมนูสากลร่วมสมัย ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร นอกจากนี้ ได้เดินหน้ากลยุทธ์สร้างประสบการณ์ร่วมผ่านแคมเปญมหาชน “ฉั่วฮะเส็ง รสชาติที่มหาชนเลือกใช้” โดยเป็นครั้งแรกที่มีการทำ Collaboration ครั้งใหญ่ร่วมกับพันธมิตรร้านอาหารนำร่องกว่า 30 ร้าน ในโซนกรุงเทพและปริมณฑล เพื่อสร้าง Touchpoints ให้ผู้บริโภคได้รู้จัก ชิม และสัมผัส สื่อสารทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โกกิ ผู้ผลิตแป้งทอดเทมปุระที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 40 ปี นับตั้งแต่ปี 2521 เตรียมรุกตลาดใหม่ด้วยการเปิดตัวเป็นครั้งแรก เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคเมืองที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และทำอาหารได้ง่ายขึ้น จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ที่การใส่เนื้อสัตว์และผักแบบฟรีซดราย มาในซองสำเร็จรูป เช่น ผงกะเพราที่มีใบกะเพราอบแห้งรวมอยู่ภายใน ช่วยเพิ่มทั้งกลิ่นและรสชาติให้ใกล้เคียงอาหารปรุงสดมากขึ้นขณะเดียวกัน ยังออกแบบการใช้งานให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยสามารถฉีกซองแล้วนำไปทำเป็นซุป หรืออุ่นผ่านไมโครเวฟได้ทันที ลดขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบและไม่จำเป็นต้องมีทักษะการทำอาหารมากนัก เหมาะกับผู้บริโภคกลุ่มคอนโด คนอยู่คนเดียว หรือคนที่มีเวลาจำกัดในชีวิตประจำวันอย่างไรก็ตาม จากที่กล่าวมาทั้งหมด ต้องจับตาว่าตลาดเครื่องปรุงรสไทยจะไม่ได้แข่งขันกันแค่ “ใครอร่อยกว่า” แต่กำลังเข้าสู่เกมใหม่ที่วัดกันทั้งความเร็วในการออกสินค้า ความเข้าใจไลฟ์สไตล์คนเมือง และความสามารถในการสร้างแบรนด์ไทยให้เติบโตในตลาดโลก ท่ามกลางเทรนด์ Home Cooking อาหารฟิวชัน และวัฒนธรรมการกินข้ามชาติที่เติบโตต่อเนื่อง
ธุรกิจอาหาร THAIFEX ผู้ประกอบการ เทรนด์ธุรกิจ ไลฟ์สไตล์ เทรนด์การตลาด คนเมือง
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ส่อง 3 หนุ่มฮอต ซีรีส์ 'XO, Kitty' ร้อนแรงจนต้องเปิดวาร์ปกันให้วุ่นส่อง 3 หนุ่มฮอต ซีรีส์ 'XO, Kitty' ร้อนแรงจนต้องเปิดวาร์ปกันให้วุ่น XOkitty ชเวมินยอง ซังฮอนลี แอนโทนีย์เคย์วาน คมชัดลึกบันเทิง
Read more »
XO เผย ซอสส่งออกอเมริกาขายดีเกินคาด – ค่าเงินบาทหนุนบริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO เผยว่า แผนการเจาะตลาดอเมริกาเหนือประความสำเร็จ ตลาดตอบรับดีจนสินค้าไม่พอขาย นอกจากนี้ XO ยังมีออเดอร์ที่เตรียมทยอยส่งออกต่อเนื่อง เป็นแรงหนุนปิดสิ้นปีนี้
Read more »
กิจกรรมช่อง 7 : 10 ผู้เข้าแข่งขัน..กระเสือกกระสนหนีตาย สติหลุด!!เจอโจทย์โคตรหินของ “เชฟพลอย”กลับมาสร้างความสนุกความมันส์กันอีกครั้งกับรายการ มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย ซีซั่น 6 'อาหารไทย” (MasterChef Thailand Season 6)ของบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัดกับสุดยอดการแข่งขันการทำอาหารของเหล่าบรรดา HOME COOK เพื่อเฟ้นหาเพียงหนึ่งเดียวเป็น มาสเตอร์เชฟ ประเทศไทย คนใหม่พร้อมรับเงินรางวัล 1 ล้านบาท เหลือกันเพียง 10 คนแล้วสำหรับบรรดา HOME COOK…
Read more »
XO ลุ้นหนัก | ออฟเรคคอร์ดกระแส ซอสแพง และ ขาดตลาด เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกจนเข็นราคาหุ้น XO ไปนิวไฮที่ 36.25 บาท
Read more »
4 ร้านอาหารไทยให้ความสำคัญกับ 'แม่ไก่' สนับสนุนการเลี้ยงแบบไม่ขังกรง เนื่องใน 'วันไข่โลก'Akiyoshi รีน่าเบเกอรี ร้านอาหารรสฤดี และร้านอาหารในเครือ Tap Home Cook ได้หันมาใช้ไข่ไก่จากระบบการเลี้ยงแบบไม่ขังกรง เพื่อความมีมนุษยธรรมที่มากกว่า วันที่ 11 ต.ค.
Read more »
ไมเร็กซ์ เสริมแกร่งตลาดเครื่องครัว ปลุกกระแส Home Cooking ดันยอดขาย 15%ไมเร็กซ์ เสริมแกร่งตลาดเครื่องครัว ปลุกกระแส Home Cooking ศึกษาพฤติกกรมคนไทย อัดแคมเปญ เจาะกลุ่มลูกค้าฐานใหม่ หวังดันยอดขายโต 15% สิ้นปี
Read more »




