ตลท.จับมือ ตลาดหุ้นเซินเจิ้น นำ บจ.ไทยพบสถาบันจีนชูศักยภาพธุรกิจพลังงานทดแทน ตลาดหุ้นจีน อินโฟเควสท์
นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลท.ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น จัดสัมมนา “2022 China – Thailand Green Energy Cooperation Seminar and Roadshow” ขึ้นในรูปแบบ virtual conference ในวันที่ 20 กันยายน 2565 ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 เพื่อให้ข้อมูลการขับเคลื่อนธุรกิจด้านพลังงานทดแทนของไทย และศักยภาพของ บจ.
“แผนงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งเสริมให้ บจ. นำหลักการที่ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ มาบูรณาการในกระบวนการดำเนินงานให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง บจ.
ทั้งนี้ ตลท.และตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกันตั้งแต่ปี 2562 เพื่อขยายโอกาสให้หลักทรัพย์ไทยและจีนเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาสการเชื่อมโยงทั้งสองตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกในการระดมทุน อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้ามตลาด และความร่วมมือด้านดัชนี เป็นต้น รวมถึงการจัดกิจกรรมโรดโชว์ร่วมกันอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
'โกลด์แมน แซคส์' หั่นคาดการณ์ GDP สหรัฐปีหน้า คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง : อินโฟเควสท์นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐในปี 2566 เพราะคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ จนส่งผลกระทบต่อการเติบโตและการจ้างงาน โกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของ GDP สหรัฐในปี 2566 ลงเหลือ 1.1% จากเดิมที่เคยคาดไว้ว่าจะขยายตัว 1.5% ขณะที่คงตัวเลขคาดการณ์ GDP ปี 2565 ไว้ว่าจะอยู่ที่ 0% การปรับลดตัวเลขคาดการณ์ GDP สหรัฐนี้มีขึ้น หลังโกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.75% ในการประชุมเดือนนี้ และคาดว่าภายในปลายปีนี้ อัตราดอกเบี้ยของเฟดจะเพิ่มขึ้นแตะ 4-4.25% โดยหลังพ้นเดือนก.ย.ไปแล้ว เฟดมีประชุมนโยบายอีก 2 ครั้ง ได้แก่เดือนพ.ย. และธ.ค. นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ เปิดเผยว่า การที่เฟดมีแนวโน้มเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยพร้อมกับคุมเข้มนโยบายการเงินนั้น คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตและการจ้างงานในปีหน้า โดยโกลด์แมน แซคส์ คาดว่าอัตราว่างงานจะอยู่ที่ 3.7% ภายในปลายปี 2565 เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ …
อ่านเพิ่มเติม »
PROEN เซ็นสัญญา ลาวเทเลคอมฯ พัฒนาธุรกิจบริการคลาวด์ในลาว ระยะเวลา 2 ปี : อินโฟเควสท์บมจ.โปรเอ็น คอรป์ (PROEN) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565 ได้ลงนามสัญญาการร่วมมือกับ Lao Telecommunication Public Company (LTC) ร่วมพัฒนาธุรกิจคลาวด์ซึ่งเป็นบริษัทตั้งอยู่ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ซึ่งราคาและเงื่อนไขเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญา LaoTelecommunication Public Company ผู้ดำเนินการเครือข่ายโทรศัพท์พื้นฐาน บริการศูนย์ข้อมูล และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับโทรคมนาคมในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้ตกลงร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจของบริการคลาวด์กับบมจ. โปรเอ็น คอร์ป (PROEN) โดยสรุปการดำเนินงานของ PROEN ดังนี้ 1. ให้คำปรึกษาแนะนำและออกแบบระบบ Cloud Services เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าของทาง LTC 2. ดูแลระบบ Cloud Services พรอ้มที่จะให้บริการ “Quick Win” 3. ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาหรือข้อบกพร่องใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบ Cloud Services ตลอด 24 …
อ่านเพิ่มเติม »
ฮ่องกงอาจประกาศยุติมาตรการกักตัวในโรงแรมสัปดาห์นี้เพื่อฟื้นเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์หนังสือพิมพ์โอเรียลทัล เดลีรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า รัฐบาลฮ่องกงอาจประกาศจะยุติมาตรการกักตัวที่โรงแรมสำหรับนักเดินทางขาเข้า เพื่อพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจของฮ่องกง รายงานระบุว่า การประกาศดังกล่าวอาจมีขึ้นได้เร็วสุดในสัปดาห์นี้ จากเดิมที่นักเดินทางขาเข้าต้องทำการกักตัวเพื่อสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุวันที่แน่นอนที่จะบังคับใช้ เนื่องจากจะส่งผลต่อการดำเนินงานตามกำหนดที่มีอยู่แล้วของสายการบินและโรงแรมต่าง ๆ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ได้ใช้มาตรการคุมโควิด-19 ที่เข้มงวดที่สุดในโลก แม้ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคจะยกเลิกมาตรการควบคุมและเปิดพรมแดนต้อนรับนักเดินทางต่างชาติอีกครั้งก็ตาม โดยการที่นักเดินทางที่เดินทางเข้าฮ่องกงต้องกักตัว 3 วันในโรงแรมที่กำหนด ตามด้วยการถูกสั่งห้ามเข้าบาร์และร้านอาหารอีก 4 วัน ทำให้เกิดคำถามว่า จะมีผู้เดินทางมาฮ่องกงเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านการเงินของฮ่องกง และการแข่งรักบี้ 7 คนรายการ Hong Kong Sevens ในเดือนพ.ย.ปีนี้หรือไม่ ทั้งนี้ ฮ่องกงดำเนินมาตรการโควิด-19 เป็นศูนย์ (Covid Zero) ตามจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นนโยบายที่มุ่งเน้นการกำจัดโควิด-19 ให้หมดไป สวนทางกับประเทศอื่น ๆ ที่อนุญาตให้ประชาชนใช้ชีวิตร่วมกับโควิด-19 โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
รัฐบาล เดินหน้าขับเคลื่อนโครงข่ายระบบราง เตรียมเปิดให้บริการอีก 5 เส้นทางภายในปี 65 : อินโฟเควสท์นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งพัฒนาขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศ ตามนโยบายเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับการเดินทางให้สะดวกรวดเร็ว และแก้ปัญหาการจราจรที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้ โครงข่ายรถไฟทางไกลรองรับการขนส่งจากถนนสู่ระบบราง และจากทางเดี่ยวสู่ทางคู่ ประกอบด้วยโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 7 เส้นทาง ระยะทาง 985 กิโลเมตร มีความคืบหน้าเป็นอย่างดี ประกอบด้วย เส้นทางที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว จำนวน 2 เส้นทาง ได้แก่ 1) ช่วงชุมทางฉะเชิงเทรา – ชุมทางคลองสิบเก้า – ชุมทางแก่งคอย ระยะทาง 106 กิโลเมตร เปิดให้บริการแล้วเมื่อปี 2562 2) ช่วงชุมทางถนนจิระ – ขอนแก่น ระยะทาง 187 กิโลเมตร เปิดให้บริการแล้วเมื่อปี 2563 ส่วนอีก 5 เส้นทางที่คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2565 นี้ โดยอยู่ในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างและเตรียมเปิดให้บริการได้แก่ 1) ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 145 …
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งลงตามภูมิภาค กังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง-บาทอ่อนกดดัน Flow : อินโฟเควสท์นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งไซด์เวย์ลงตามตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับลงในช่วงเช้านี้ รับความกังวลการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเฟดสัปดาห์นี้ปรับขึ้น 0.75% หรือมากกว่า พร้อมกับรอติดตามการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในครั้งต่อไป ประกอบกับค่าเงินบาทอ่อนค่า ทำให้ระยะสั้นยังเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ พร้อมให้แนวต้าน 1,640-1,650 จุด แนวต้าน 1,620-1,610 จุด นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์ลงตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้ โดยที่ยังมีปัจจัยกดดันจากความกังวลในเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ว่าจะปรับขึ้น 0.75% หรือมีโอกาสมากกว่า ประกอบกับการติดตามท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในการส่งสัญญาณในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป ขณะเดียวกันค่าเงินบาทยังคงอยู่ในทิศทางอ่อนค่า ทำให้ในระยะสั้นยังเผชิญแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ขาดแรงหนุนดังกล่าวเข้ามาช่วยพยุงดัชนี โดยให้แนวต้าน 1,640-1,650 จุด แนวต้าน 1,620-1,610 จุด โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »