ตลท. ร่วมวงถกนายกฯ เร่งสกัด “นอมินีข้ามชาติ-คุมเข้มบจ.ผิดปกติ” ล่าสุด กางปีกป้องนักลงทุนเปิดตัวนิทรรศการ “Investigard” หวังสกัดสแกมเมอร์
ซึ่งทำให้กระบวนการบังคับใช้กฎหมายมีความรวดเร็วขึ้น จะเห็นได้ว่า ทาง ก. ล. ต.
มีการประกาศความคืบหน้าติดตามในเคสต่างๆ แทบทุกสัปดาห์ ขณะเดียวกัน จำนวนการออกหนังสือตักเตือนนักลงทุนในครึ่งปีหลังปีก่อนจนถึงต้นปีนี้ จำนวนเคสมีแนวโน้มลดลง สะท้อนให้เห็นว่า พฤติกรรมการซื้อขายฉ้อฉลในตลาดทุนเริ่มไปในทิศทางที่ดีขึ้นล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์ฯ รุกสร้างเกราะป้องกันภัยการเงิน หลังพบสถิติ “การหลอกลวงออนไลน์ทางด้านการลงทุน” ถูกจัดให้เป็น อันดับ 1 ของการหลอกลวงทั้งหมด และข้อมูลจาก กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่า การหลอกลงทุนออนไลน์ มีมูลค่าความเสียหายถึง 30,000 ล้านบาท เป็นความเสียหายอันดับ 3 จากรูปแบบหลอกลวงออนไลน์ 14 ประเภท ที่มีความเสียหายทั้งสิ้น 100,000 ล้านบาท นายอัสสเดช กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับทราบข้อมูลนี้และแสดงความกังวลอย่างมาก เนื่องจากมิจฉาชีพมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นในการหลอกลวงประชาชน ซึ่งปัญหาการหลอกลงทุนออนไลน์เป็นภัยคุกคามที่รุนแรงที่สุดเมื่อเทียบกับการหลอกลวงประเภทอื่น ๆ ในปัจจุบัน ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ เร่งดำเนินการสื่อสารเพื่อป้องกันภัยนี้อย่างต่อเนื่อง และได้เปิดตัว จัดนิทรรศการ “INVESTiGUARD นักสืบกัน” มุ่งสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเพื่อลดความเสียหายต่อสังคมและภาพรวมตลาดทุน สำหรับในงานนิทรรศการ “INVESTiGUARD นักสืบกัน” ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เน้นย้ำให้ประชาชนระมัดระวังการชักชวนลงทุนผ่านสื่อออนไลน์ที่มีการแอบอ้างชื่อ โลโก้ และภาพผู้บริหารของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการตลาดทุน และมุ่งเน้นให้ความรู้พื้นฐานทางการเงิน โดยย้ำเตือนให้ประชาชนมีสติและตั้งคำถามกับทุกการลงทุนที่เสนอผลกำไรมหาศาลในระยะเวลาอันสั้นว่า “ดีเกินจริง” หรือไม่ ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้มีมาตรการเชิงรุกในการจ้างหน่วยงานภายนอก เพื่อตรวจสอบโซเชียลมีเดียและเร่งปิดเพจปลอมให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้คนหลงเชื่อเข้าไปคลิกหรือให้ข้อมูล โดยเฉพาะหากพบเพจหรือโฆษณาที่มีการแอบอ้างชื่อ โลโก้ หรือภาพผู้บริหาร ทั้งคนในองค์กรและบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการ พร้อมเปิดช่องทาง SET Contact Center เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้โดยตรงก่อนตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะขยายผลนิทรรศการนี้ในรูปแบบหน่วยเคลื่อนที่เพื่อกระจายความรู้สู่พื้นที่ต่าง ๆ ต่อไปนายอัสสเดช กล่าวว่า ภายหลังจากการประชุมตลาดหลักทรัพย์ในระดับภูมิภาค ที่ฮ่องกง ที่ผ่านมาในที่ประชุมมีการหารือถึงผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความกังวลว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในรูปแบบใด แม้ในปัจจุบันตลาดโดยรวมทั่วโลกจะยังไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงมากนักก็ตามยังต้องเฝ้าระวังและติดตามหลังจากนี้ โดยมองสถานการณ์ตลาดทุนไทยหลังจากนี้ว่ายังคงมีความแข็งแกร่ง ด้วยพื้นฐานของ “ตลาดทุนไทย” ยังถือว่าเป็นตลาดที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยติดอันดับ 3 หรือ 4 ของภูมิภาคเอเชีย และยังมีความน่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ สะท้อนจากความยืดหยุ่น ทางด้านระดับราคา และปันผล ของตลาดหุ้นไทย ประกอบกับมีพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่ดี สอดรับจากการที่รัฐบาลเริ่มมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน ทั้งมาตรการเร่งการลงทุนและการเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ ดังนั้น เชื่อมั่นว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการเติบโตในระยะยาวได้เป็นอย่างดี “เรามองว่าเป็นปัจจัยบวกทั้งหมดมีความสำคัญและสร้างเรื่องราวที่ดี หรือเป็น Good Story เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งต่างชาติและไทยในระยะข้างหน้า แม้จะมีความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศก็ตาม” พร้อมกันนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เกาะติดผลกระทบในการปรับน้ำหนักของดัชนี MSCI ที่จะเกิดขึ้น โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นไทย โดยขอรอความชัดเจนก่อนที่จะให้ความเห็นอย่างเป็นทางการในการแถลงภาวะตลาดหุ้นไทยในเร็วนี้ นอกจากนี้ ความคืบหน้าการผลักดันโครงการTISA ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลและนโยบายเพื่อเข้าหารือกับกระทรวงการคลัง แม้ยังไม่มีกำหนดการนัดหมายที่แน่ชัดในขณะนี้
หุ้นไทย ตลท. หลอกลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)




