ญี่ปุ่นวอนประชาชนประหยัดไฟในฤดูหนาว เลี่ยงวิกฤตขาดแคลนพลังงาน ญี่ปุ่น ประหยัดพลังงาน ประหยัดไฟ พลังงาน ไฟฟ้า อินโฟเควสท์
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นับเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีที่รัฐบาลญี่ปุ่นเรียกร้องให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจประหยัดการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูหนาว โดยมาตรการครั้งล่าสุดนี้จะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 เดือนธ.ค. 2565 จนถึงวันที่ 30 เดือนมี.ค. 2566 เนื่องจากซัพพลายก๊าซธรรมชาติเหลวที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนนั้น เผชิญกับความไม่แน่นอน อันเป็นผลกระทบของการที่รัสเซียส่งกำลังทหารเข้าทำสงครามในยูเครน
ทั้งนี้ คาดว่าญี่ปุ่นจะสามารถรักษาอัตราการผลิตไฟฟ้าสำรองไว้ที่ 3% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดที่จะประคองการใช้งานให้อยู่ในระดับที่เสถียรสำหรับฤดูหนาว แต่รัฐบาลต้องการสร้างความเชื่อมั่นว่ามีพลังงานเพียงพอสำหรับให้ความร้อนแก่ครัวเรือนและการดำเนินธุรกิจ หากเกิดภัยธรรมชาติหรือความผิดพลาดในโรงไฟฟ้า นายยาซูโตชิ นิชิมูระ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นแถลงต่อสื่อมวลชนว่า “เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการรับประกันเสถียรภาพของอุปทานพลังงาน เราจึงตัดสินใจกลับมาเปิดโรงไฟฟ้าที่เคยปิดดำเนินการไปก่อนหน้านี้ และซื้อเชื้อเพลิงเพิ่มเติม”
ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการประหยัดพลังงานในฤดูหนาว ประชาชนจะถูกขอร้องให้สวมเสื้อผ้าที่หนาขึ้นภายในบ้าน ปรับเครื่องปรับอากาศให้มีอุณหภูมิต่ำลง และปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนที่จะมอบคะแนนรางวัลให้กับครัวเรือนที่ลดการใช้ไฟฟ้ารายเดือนลง 3% หรือมากกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยประสานงานกับระบบคะแนนสะสมของสาธารณูปโภค
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
ก.ล.ต.แจงแนวทางกำกับดูแลผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลกรณีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ : อินโฟเควสท์สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชี้แจงแนวทางการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลกรณีบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ว่า ภายใต้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 (พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) ก.ล.ต.มีหน้าที่กำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลและการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงดุลยภาพระหว่างการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรมกับการคุ้มครองผู้ลงทุน รวมถึงมีหน้าที่และอำนาจในการปฏิบัติการใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ ก.ล.ต.และปฏิบัติงานอื่นตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ประกอบธุรกิจได้มีการเตรียมความพร้อมและสามารถให้บริการแก่ผู้ลงทุนได้ตามมาตรฐานการประกอบธุรกิจ จึงกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลต้องมีความพร้อมใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านเงินทุน ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีเงินทุนเพียงพอรองรับการประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สามารถคุ้มครองทรัพย์สินของลูกค้า และชดเชยความเสียหายแก่ลูกค้าได้ ด้านระบบงาน ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีระบบงานที่เหมาะสมเพียงพอให้สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความรับผิดชอบและเป็นไปตามกฎหมายกฎเกณฑ์ รวมถึงมาตรฐานการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ด้านบุคลากร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการ หรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่หลักเกณฑ์กำหนดตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ลงวันที่ 16 ก.ค.61 (ประกาศกระทรวงการคลัง) รวมถึงต้องมีบุคลากรที่เพียงพอต่อปริมาณธุรกิจ มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับหน้าที่ ตลอดจนเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ และไม่มีประวัติเสื่อมเสีย กรณีผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีบุคคลหรือนิติบุคคลเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในภายหลัง ก.ล.ต.ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่หรือมีส่วนร่วมในการพิจารณาคัดเลือกผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือนักลงทุนที่จะเข้ามาร่วมลงทุนของผู้ประกอบธุรกิจ โดยผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องยื่นขอรับความเห็นชอบบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต่อ ก.ล.ต.ตามที่ประกาศกระทรวงการ
อ่านเพิ่มเติม »
บราซิลเปิดหีบเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสอง คาดผลสูสี : อินโฟเควสท์บราซิลเปิดหีบเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบสองในวันนี้ หลังจากที่ได้เลือกตั้งรอบแรกไปเมื่อวันที่ 2 ต.ค. โดยคาดว่าผลการนับคะแนนจะเป็นไปอย่างสูสี ระหว่างนายลูอิส อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้ท้าชิง กับนายฌาอีร์ โบลโซนารู ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของบราซิล ในการเลือกตั้งรอบแรกนั้น นายลูลา อดีตปธน.บราซิลปี 2546-2553 ได้คะแนนโหวตไปประมาณ 48% ส่วนนายโบลโซนารู นักการเมืองฝ่ายขวาจัดได้ไปประมาณ 43% ส่งผลให้ต้องมีการเลือกตั้งรอบที่ 2 ในวันที่ 30 ต.ค. เนื่องจากไม่มีใครได้คะแนนเกิน 50% ผลการเลือกตั้งรอบแรกที่ออกมาสูสีเกินคาดแสดงถึงความแตกแยกทางการเมืองแบบฝังลึกในสังคมบราซิล และทำลายความหวังของนายลูลาที่จะชนะผลการเลือกตั้งได้โดยเร็ว รายงานข่าวระบุว่า ชาวบราซิลราว 120 ล้านคนจะลงคะแนนเสียงแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเลือกผู้นำคนใหม่ในวันนี้ โดยนายโบลโซนารูเคยวิจารณ์ไว้ว่าการลงคะแนนแบบอิเล็กทรอนิกส์เสี่ยงที่จะเกิดการโกงคะแนน ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่า นายโบลโซนารูอาจไม่ยอมรับความพ่ายแพ้หากผลการเลือกตั้งรอบสองปรากฏว่าเขาเป็นฝ่ายแพ้ เหมือนกับที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เคยทำไว้ โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ต.ค. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
รัฐบาล แจงความสามารถชำระหนี้ของรัฐบาลอยู่ในเกณฑ์ดี หนี้สาธารณะต่ำกว่าเกณฑ์ : อินโฟเควสท์นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลขณะนี้ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยภาระดอกเบี้ยต่อรายได้ของรัฐบาลในระยะปานกลางอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และจากประมาณการภายใต้แผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2566-2569) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.64 คาดการณ์ว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ณ สิ้นปีงบประมาณ 2565 จะอยู่ที่ 62.69% ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะที่กำหนดให้สัดส่วนดังกล่าวต้องไม่เกิน 70% นอกจากนี้ ภายใต้แผนการคลังระยะปานกลางดังกล่าวได้มีการประมาณการสถานะการคลังในระยะปานกลางในช่วงปีงบประมาณ 2566-2569 จากการประเมินการจัดเก็บรายได้และการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐในภาวะที่รัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้มีการคาดการณ์ว่า ระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นจาก 64.02% ในปีงบประมาณ 2566 เป็น 67.15% ในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบการบริหารหนี้สาธารณะที่กำหนดให้สัดส่วนดังกล่าวต้องไม่เกิน 70% เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ หนี้สาธารณะเป็นเครื่องชี้เศรษฐกิจแบบสะสมไม่ได้เกิดจากรัฐบาลปัจจุบันเพียงชุดเดียว และการเปรียบเทียบหนี้สาธารณะควรพิจารณาเทียบสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี เนื่องจากแต่ละประเทศมีขนาดเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน จากสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีล่าสุด ณ เดือนส.ค.65 ที่มีสัดส่วน 60.72% แสดงให้เห็นว่า …
อ่านเพิ่มเติม »
ดีอีเอส แจงผลงานรัฐบาล 8 ปีดึงเม็ดเงินลงทุนในอุตฯยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 8 หมื่นลบ. : อินโฟเควสท์น.ส.นพวรรณ หัวใจมั่น โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายการเมือง (ดีอีเอส) กล่าวว่า กรณีมีประเด็นข่าวปลอมจากสังคมออนไลน์ว่าในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาไม่มีการลงทุนใหม่ในประเทศ นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นนั้น รัฐบาลขอยืนยันว่า ในช่วงระยะเวลา 8 ที่ผ่านมา นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศมีการลงทุนเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนี้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า ณ วันที่ 12 ต.ค.65 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้มีการอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งสิ้น 26 โครงการ จาก 17 บริษัท คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 80,208 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) จำนวนยานยนต์ที่ได้รับอนุมัติ 838,775 คัน และบีโอไอได้ออกบัตรส่งเสริมการลงทุนแล้วจำนวน 16 โครงการ ได้แก่ โครงการผลิตรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน จำนวน 6 ราย, รถยนต์กระบะ จำนวน 2 ราย และรถจักรยานยนต์ จำนวน 3 ราย …
อ่านเพิ่มเติม »
พาณิชย์ ร่วมถกแผนพัฒนากลุ่มแม่โขง-ล้านช้าง 5 ปี ดันตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษไทย-จีน-สปป.ลาว : อินโฟเควสท์นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการร่วมประชุมคณะทำงานสาขาความร่วมมือเศรษฐกิจข้ามพรมแดน ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 4 ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อจัดทำแผนพัฒนาระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจข้ามพรมแดน และพัฒนายกระดับความสามารถทางการแข่งขันของประเทศสมาชิกแม่โขง-ล้านช้าง โดยการประชุมครั้งนี้ได้หารือถึงการจัดทำแผนพัฒนาฯ สาขาความร่วมมือเศรษฐกิจข้ามพรมแดน ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือสาขาต่างๆ ได้แก่ การค้าสินค้าเกษตร มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช การท่องเที่ยว เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พลังงาน อุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน การขนส่งและโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งตั้งเป้าจะเสนอแผนดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้นำแม่โขง-ล้านช้างในช่วงปลายปีนี้ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับไทยได้ให้ความสำคัญกับแนวคิดการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมระหว่างสมาชิกแม่โขง-ล้านช้าง โดยเฉพาะการจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมระหว่างอำเภอเชียง จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีพรมแดนติดกับเมืองห้วยทรายของ สปป.ลาว ให้สามารถเชื่อมโยงกับเขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อหาน-บ่อเต็นของจีน และ สปป.ลาว เพื่อให้ไทยได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ ได้แก่ สิทธิพิเศษทางภาษี การค้า การลงทุน …
อ่านเพิ่มเติม »
ตุรกีเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ของตนเองแห่งแรกของประเทศ : อินโฟเควสท์ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ได้เปิดตัวโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกของประเทศ รวมถึงรถยนต์ที่ผลิตในประเทศคันแรก เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 99 ปี การก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี แอร์โดอันกล่าว ณ พิธีเปิดโรงงานของท็อกก์ (Togg) กิจการร่วมค้ายานยนต์ของรัฐตุรกีว่า ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์เชิงพาณิชย์แถวหน้าของยุโรป และหนึ่งในผู้ส่งออกรถยนต์ชั้นนำของโลก การไม่มีแบรนด์รถยนต์ในประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้ชาวตุรกีปวดใจมาเป็นเวลานาน พร้อมกล่าวว่าตนคอยกระตุ้นเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เสมอตั้งแต่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะรู้ว่าประเทศมีผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่จะทำได้ และในที่สุดก็เป็นจริงแล้ว รายงานของสำนักข่าวอานาโดลู (Anadolu agency) สำนักข่าวรัฐของตุรกี ระบุว่ารถยนต์รุ่นแรกของท็อกก์ ได้แก่รถยนต์ไฟฟ้าเอนกประสงค์ประเภทซี (C-Segment) จะเริ่มพรีเซลในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยโมเดลรถรุ่นนี้ได้รับการออกแบบโดยพินินฟารินา (Pininfarina) บริษัทออกแบบยานยนต์สัญชาติอิตาลี สื่อท้องถิ่นรายงานว่า โรงงานมีแผนการผลิตรถยนต์เอนกประสงค์ (SUV) รถยนต์ซีดาน (Sedan) รถแฮทช์แบ็กประเภทซี (C-hatchback) รถยนต์อเนกประสงค์ประเภทบี (B-SUV) และรถอเนกประสงค์ประเภทบี (B-MPV) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ท็อกก์เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2561 โดยเป็นกิจการร่วมค้าของหลายบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ ได้แก่อานาโดลู กรุ๊ป (Anadolu Group) บีเอ็มซี ทูร์เคีย (BMC Turkiye) …
อ่านเพิ่มเติม »