ชาวสิงคโปร์แห่ซื้อของก่อนภาษีมูลค่าเพิ่มจะปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 15 ปี มีผล 1 ม.ค.นี้... อ่านต่อ efinanceThai
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ภาษีมูลค่าเพิ่มของทุกประเภท ตั้งแต่สินค้าในร้านขายของชำจนถึงแหวนเพชร จะปรับเพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 8% โดยไม่สนใจภาวะเศรษฐกิจทั้่วโลกชะลอตัวลงในปีหน้า และจะปรับเพิ่มขึ้นไปที่ 9% ในปี 2567 ทั้งนี้ เมืองที่มีประชากร 5.6 ล้านคนนี้ ต้องการเพิ่มรายได้เพื่อช่วยเหลือประชากรผู้สูงอายุ
การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มของสิงคโปร์มาที่ 8% ทำให้สิงคโปร์มีภาษีดังกล่าวสูงกว่าของไทยที่ 7% แต่ยังต่ำกว่าอินโดนีเซียที่ 11% และต่ำกว่าภาษีของประเทศอื่นๆ ในยุโรปที่คิดภาษีประมาณ 20% และญี่ปุ่นที่เรียกเก็บ 10% โดยการขึ้นภาษีนี้ของสิงคโปร์ ดำเนินการขณะที่บางประเทศ เช่นไทย และอิตาลี พยายามช่วยเหลือประชาชนเรื่องภาษีการบริโภคเพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น
Selena Ling นักเศรษฐศาสตร์จาก OCBC กล่าวว่า การแห่เข้าซื้อของผู้บริโภคนี้ส่งผลดีต่อภาคค้าปลีก แต่ผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจนั้นแทบจะไม่มี ทั้งนี้ การขายหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ ได้รับการยกเว้นภาษี ขณะที่ผลกระทบต่อการขายรถยนต์ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากราคาขายรถยนต์ในปีนี้ทำสถิติสูงสุด จากรายงานของธนาคารกลาง ยอดค้าปลีกยังเติบโตได้ดี โดยเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 11.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และมาขยายตัว 10.4% ในเดือนต.ค.
สิงคโปร์จำเป็นที่จะต้องเพิ่มรายได้ของรัฐเพื่อรับมือกับจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่จะพุ่งขึ้น โดยรัฐบาลคาดว่า 1 ใน 4 ของประชากรจะมีอายุ 65 ปี และมากกว่านั้นในปี 2573 โดยรัฐบาลให้คำมั่นว่าจะให้เงินสดประชากรชาวสิงคโปร์เกือบ 3 ล้านคนอย่างน้อย 700 ดอลลาร์สิงคโปร์ในช่วง 5 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ”แพคเกจหลักประกัน” 8 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ พร้อมย้ำจะทบทวนการขึ้นภาษีหากเศรษฐกิจหลักทั่วโลกชะลอตัวปีหน้า