ฉบับเต็ม! คำร้องฝ่ายค้าน 6 ประเด็นยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ 8 ปีนายกรัฐมนตรี ‘ประยุทธ์’

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

ฉบับเต็ม! คำร้องฝ่ายค้าน 6 ประเด็นยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ 8 ปีนายกรัฐมนตรี ‘ประยุทธ์’
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 isranews_agency
  • ⏱ Reading Time:
  • 306 sec. here
  • 7 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 126%
  • Publisher: 53%

ฉบับเต็ม! คำร้องฝ่ายค้าน 6 ประเด็นยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ 8 ปีนายกรัฐมนตรี ‘ประยุทธ์’ isranews สำนักข่าวอิศรา ศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2565 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมกันลงชื่อ 171 รายชื่อ ยื่นต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลง เนื่องจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมระยะเวลาเกินกว่า 8 ปี ตามมาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ ปี 2560

เมื่อ รธน.ปี 2560 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2560 พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ต่อไปโดยผลของมาตรา 264 วรรคหนึ่ง ของ รธน.ปี 2560 ซึ่งบัญญัติว่า “ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ รธน.นี้ เป็นคณะรัฐมนตรี ตามบทบัญญัติแห่ง รธน.นี้ จนกว่า ครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตาม รธน.

รวมระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ฉบับ เป็นระยะเวลากว่า 8 ปี ติดต่อกัน นับแต่วันที่ 25 ส.ค.2565 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นการบัญญัติไว้ในทำนองเดียวกันกับมาตรา 171 วรรคสี่ ของ รธน.ปี 2550 ที่บัญญัติว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่า 8 ปีมิได้” และเป็นการจำกัดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งทำนองเดียวกับการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดินและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งจำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง 7 ปีและให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียวตาม รธน.

ดังนั้น บทบัญญัติมาตรา 158 วรรคสี่ และมาตรา 170 วรรคสอง จึงใช้บังคับแก่ พล.อ.ประยุทธ์ โดยไม่คำนึงว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตาม รธน.ปี 2560 หรือไม่ หรือมีขึ้นเมื่อใด ซึ่งจะเห็นได้ว่าหากไม่มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องมา 3.คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2561 และ 7/2562 กรณี มาตรา 264 ให้รัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันประกาศใช้ รธน.ปี 2560 ต้องอยู่ในบังคับของรธน. ปี 2560 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 3-5/2550 และ 24/2564 เรื่องการบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังสามารถทำได้หากมิใช่โทษทางอาญา คำวินิจฉัยที่ 5/2561 วันที่ 31 ต.ค.2561 ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ผู้ถูกร้อง วินิจฉัยถึงสถานะความเป็นรัฐมนตรีซึ่งอยู่ใน ครม.ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ รธน.

โดยที่ รธน. มาตรา 264 เป็นบทเฉพาะกาลที่บัญญัติให้ ครม.ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ รธน.นี้เป็น ครม.ตามบทบัญญัติแห่ง รธน.นี้ จนกว่า ครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตาม รธน.นี้จะเข้ารับหน้าที่เพื่อความต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน โดย ครม.ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ รธน.นี้ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามบทหลัก ยกเว้นลักษณะต้องห้ามบางประการอันเป็นกรณีที่ใช้บังคับแก่ ครม.ซึ่งมีที่มาตาม รธน.

ประการที่สองคือ เมื่อ รธน. ปี 2560 “มาตรา 264 วรรคสอง บัญญัติยกเว้นกรณีความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตาม รธน. มาตรา 170 วรรคหนึ่ง เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการไม่ดำรงตำแหน่งหรือหน้าที่ใดในหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือตำแหน่ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามมาตรา 184 วรรคหนึ่ง เท่านั้น โดยไม่ได้ยกเว้นกรณีตามมาตรา 187” จึงต้องนำมาตรา 187 มาบังคับใช้กับนายดอน ด้วย

คำวินิจฉัยที่ 7/2562 วันที่ 27 ส.ค.2562 ระหว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ที่ 1 , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ที่ 2, นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ที่ 3, และ นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ที่ 4 ผู้ถูกร้อง วินิจฉัยถึงการนำ รธน. มาตรา 186 มาใช้บังคับกับรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ รธน.ปี 2560 ความส่วนหนึ่ง ในหน้าที่ 18 , 19 และ 21 วินิจฉัยว่า

ดังนั้น รัฐมนตรีซึ่งอยู่ใน ครม.ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ รธน. ปี 2560 จึงเป็นรัฐมนตรีตาม รธน. มาตรา 264 และต้องนำ รธน. มาตรา 186 และมาตรา 187 มาใช้บังคับแก่รัฐมนตรีดังกล่าวด้วย โดยจะต้องถือเอาวันที่ รธน.ประกาศใช้เป็นวันเริ่มต้นการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี คำวินิจฉัยที่ 7/2562 นี้วินิจฉัยในแนวบรรทัดฐานเดียวกับคำวินิจฉัยที่ 5/2561ที่กล่าวมาแล้ว คือเมื่อผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 4 ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2559 จึงเป็นรัฐมนตรีซึ่งอยู่ใน ครม.ที่ได้รับแต่งตั้งให้บริหารราชการแผ่นดินตาม รธน. ปี 2557 และเป็นรัฐมนตรีอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้ รธน.ปี 2560

ส่วนข้ออ้างทำนองว่าเป็นการใช้กฎหมายย้อนหลังให้เป็นโทษนั้น เป็นคนละเรื่องกับกรณีลักษณะต้องห้ามของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในกรณีนี้ ซึ่งเป็นเรื่องของลักษณะต้องห้ามชัดแจ้ง รธน. ปี 2560 บัญญัติขึ้นเพื่อห้ามมิให้เกิดการผูกขาดอำนาจบริหารสูงสุดของประเทศเกินระยะเวลาที่กำหนด อันเป็นเรื่องของหลักการสร้างความสมดุลที่เหมาะสมให้กับประโยชน์สาธารณะโดยแท้ มิใช่เรื่องของการลงโทษทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา

รธน.เป็นกฎหมายสูงสุดของการปกครองของประเทศไทย เพื่อธำรงคงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขและอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ในบันทึกการประชุมนี้ยังได้มีการบันทึกประเด็นการพิจารณาในเรื่องนี้โดยประธานกรรมการ ได้กล่าวว่า “ผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ก่อนวันที่รัฐ ธรรมนูญ ประกาศใช้บังคับสามารถนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีดังกล่าวเข้ากับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตาม รธน. 2560 หรือไม่”

โดย กรธ. คนอื่นมิได้โต้แย้งหรือมีความเห็นที่แตกต่างไปจากหลักการนี้และในบันทึกการประชุมฯ หน้า 5-6 ได้ระบุว่า กรธ. ได้มีมติ ดังนี้ และในระหว่างการประชุมยังมีการบันทึกประเด็นการพิจารณา ก็มีความหมายที่ชัดเจนอยู่แล้วว่า ใครก็ตามที่เข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยวิธีการใดก็ได้ ก่อนวันที่ รธน.ประกาศใช้บังคับก็สามารถนับรวมระยะเวลาดังกล่าวกับระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตาม รธน.ปี 2560 ได้

กรณีที่หนึ่งคือ การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อเข้ารับตำแหน่งในกรณีนี้ นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.เมื่อเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งทุกครั้งตามมาตรา 105 วรรคสาม และในกรณีนี้ ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป โดยเร็วตามมาตรา 106 วรรคหนึ่ง

ข้อเท็จจริงซึ่งรู้กันอยู่ทั่วไป ปรากฏว่ามีการเรียกร้องผ่านสื่อมวลชนทุกแขนงขอให้มีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินในครั้งหลังด้วย ต่อมาเมื่อมีการเรียกร้องกันมากขึ้น ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2562 ผู้บริหารระดับสูงของ ป.ป.ช.หลายคนออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เผยแพร่ต่อสาธารณชนยืนยันสอดคล้องกันว่า กรณีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ พล.อ.

แสดงให้เห็นว่า พ.ร.ป.ป.ป.ช.ปี 2561 ถือเช่นเดียวกันว่าคุณสมบัติความเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ เริ่มต้นเมื่อวันที่ 24 ส.ค.2557 ติดต่อมาจนถึงปัจจุบัน และความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จะะสิ้นสุดลงตาม รธน.ปี 2560 มาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ เมื่อดำรงตำแหน่งครบ 8 ปี ในวันที่ 24 สิงหาคม 2565

เมื่อ รธน. ปี 2560 มาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่ บัญญัติลักษณะต้องห้ามไว้ชัดแจ้งว่า นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ ซึ่งประชาชนทุกภาคส่วนรับรู้กันทั่วไป จึงมีความจำเป็นต้องตีความและใช้กฎหมาย รธน.

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

isranews_agency /  🏆 38. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

ฝ่ายค้านยื่นศาล รธน.ปม 8 ปีนายกฯ'ประยุทธ์'ขอสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยฝ่ายค้านยื่นศาล รธน.ปม 8 ปีนายกฯ'ประยุทธ์'ขอสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวม 171 รายชื่อ ยื่นประธานสภาขอส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปม 8 ปีนายกรัฐมนตรี ‘ประยุทธ์’ พร้ออขอให้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในการบริหารราชการแผ่นดิน
อ่านเพิ่มเติม »

'วิษณุ'เผยแค่เวลาเหมาะสมประกาศระเบียบ กกต. ยันยังไม่มีเลือกตั้ง'วิษณุ'เผยแค่เวลาเหมาะสมประกาศระเบียบ กกต. ยันยังไม่มีเลือกตั้ง'วิษณุ'เผยไทม์ไลน์นี้เหมาะสมประกาศระเบียบ กกต. ย้ำยังไม่เข้าใกล้โหมดเลือกตั้ง ชี้เหลืออีก 6-7 เดือน สภาหมดวาระ ปัดส่งซิกโยงปม 8 ปีนายกรัฐมนตรี
อ่านเพิ่มเติม »

ทักษิณแนะประยุทธ์วางมือครบ 8 ปี ไปอยู่บ้านดีกว่า เตือนยิ่งยื้อยิ่งเสื่อมศรัทธาทักษิณแนะประยุทธ์วางมือครบ 8 ปี ไปอยู่บ้านดีกว่า เตือนยิ่งยื้อยิ่งเสื่อมศรัทธาอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร แนะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา วางมือครบ 8 ปี ไปอยู่บ้านดีกว่า เตือนยิ่งยื้อยิ่งเสื่อมศรัทธา
อ่านเพิ่มเติม »

สามแยกวัดใจ 'บิ๊กตู่' ไปต่อหรือพอแค่นี้! | เดลินิวส์สามแยกวัดใจ 'บิ๊กตู่' ไปต่อหรือพอแค่นี้! | เดลินิวส์ภาพอนาคตการเมืองเกี่ยวกับการอยู่ในอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกล็อกสเปกเหลือเพียงทาง 3 แพร่ง คือ ยุบสภา-ลากยาว-ลาออก เดลินิวส์ ประยุทธ์
อ่านเพิ่มเติม »

ฝ่ายค้าน ยื่น ชวน ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ประยุทธ์ เป็นนายกฯ 8 ปีแล้ว - ข่าวสดฝ่ายค้าน ยื่น ชวน ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ ประยุทธ์ เป็นนายกฯ 8 ปีแล้ว - ข่าวสดฝ่ายค้าน ยื่น ชวน ส่งศาลรธน.ตีความ ประยุทธ์ เป็นนายกฯ 8 ปีแล้ว ชลน่านภาวนาอย่ายุบสภาช่วงนี้ เชื่อหากยุบตอนนี้เกิดสุญญากาศแน่
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-03-28 21:11:12