จีน-อินโดนีเซียยืนยันจะร่วมมือกันมากขึ้นในด้านการพัฒนาวัคซีนโควิด : อินโฟเควสท์

ประเทศไทย ข่าว ข่าว

จีน-อินโดนีเซียยืนยันจะร่วมมือกันมากขึ้นในด้านการพัฒนาวัคซีนโควิด : อินโฟเควสท์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด,ประเทศไทย หัวข้อข่าว
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 51 sec. here
  • 2 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 24%
  • Publisher: 68%

จีน-อินโดนีเซียยืนยันจะร่วมมือกันมากขึ้นในด้านการพัฒนาวัคซีนโควิด จีน วัคซีนโควิด19 สีจิ้นผิง อินโดนีเซีย โควิด19 โจโกวิโดโด อินโฟเควสท์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน และประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซียให้คำมั่นสัญญาซึ่งกันและกันในการหารืออย่างเป็นทางการที่เกาะบาหลีเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า จีนและอินโดนีเซียจะกระชับความร่วมมือเพื่อการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

รายงานของกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ปธน.สีกล่าวกับปธน.วิโดโดว่า จีนจะส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาร่วมกันในด้านวัคซีนและเดินหน้าสนับสนุนอินโดนีเซียในการจัดตั้งศูนย์ผลิตวัคซีนระดับภูมิภาค โดยปธน.วิโดโดได้แสดงความพึงพอใจและขอบคุณสำหรับความร่วมมือระหว่างทั้งสองชาติในด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงการผลิตวัคซีนโควิด-19 และยินดีจะสานต่อความร่วมมือที่แข็งแกร่งในภาคการดูแลสุขภาพต่อไป

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อินโดนีเซียเป็นผู้ซื้อวัคซีนโควิด-19 รายใหญ่จากจีนนับตั้งแต่การระบาดเริ่มต้นขึ้น ซึ่งจนถึงขณะนี้ อินโดนีเซียยังคงใช้วัคซีนจำนวนหลายร้อยล้านโดสภายใต้การผลิตและดูแลโดยบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค ของจีน ในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา อินโดนีเซียได้อนุญาตให้ใช้วัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ในกรณีฉุกเฉินที่พัฒนาโดยบริษัทจีน และกลายเป็นประเทศแรกที่อนุญาตให้ใช้วัคซีนดังกล่าวในลักษณะนี้ก่อนประเทศผู้ผลิตอย่างจีนด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ การพบปะกันระหว่างปธน.สีและปธน.วิโดโดนั้นเป็นการปิดฉากกิจกรรมทางการทูตของปธน.สีในการประชุมสุดยอด G20 ซึ่งนับเป็นการหวนคืนสู่เวทีการเมืองระหว่างประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดของผู้นำจีน

เราได้สรุปข่าวนี้มาให้อ่านอย่างรวดเร็ว หากสนใจข่าว สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ อ่านเพิ่มเติม:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว

Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ นลท.จับตาข้อมูลศก.จีน : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ นลท.จับตาข้อมูลศก.จีน : อินโฟเควสท์ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ ก่อนจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจ และหลังการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐและประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งประเทศจีนเมื่อวานนี้ (14 พ.ย.) ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 27,940.26 จุด ลดลง 23.21 จุด หรือ -0.08%, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 17,665.80 จุด เพิ่มขึ้น 46.09 จุด หรือ +0.26% และ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,081.14 จุด ลดลง 2.26 จุด หรือ -0.07% หุ้นโตเกียวปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า เศรษฐกิจหดตัวแบบไม่คาดคิดที่ 1.2% ในไตรมาส 3/2565 เทียบเป็นรายปี สวนทางกับผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่คาดว่าจะมีการขยายตัว 1.1% ขณะที่จีนเตรียมเปิดเผยข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีก บริษัทเบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ อิงค์ของนายวอร์เรน …
อ่านเพิ่มเติม »

GDP ญี่ปุ่นหดตัว 1.2% ใน Q3/65 จากผลกระทบเยนอ่อน-การบริโภคชะลอตัว : อินโฟเควสท์GDP ญี่ปุ่นหดตัว 1.2% ใน Q3/65 จากผลกระทบเยนอ่อน-การบริโภคชะลอตัว : อินโฟเควสท์สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นรายงานในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2565 หดตัวลง 1.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 1 ปี และสวนทางกับการคาดการณ์ของตลาด เนื่องจากการอุปโภคบริโภคชะลอตัวลง และยอดการนำเข้ามีปริมาณสูงกว่าการส่งออก เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ตัวเลข GDP ไตรมาส 3 หดตัวลง 0.3% สวนทางกับที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะขยายตัว 0.3% รายงานระบุว่า การอุปโภคบริโภคซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่าครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 0.3% ซึ่งแม้ว่าดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 0.2% แต่ก็ชะลอตัวลงอย่างมากจากไตรมาส 2 ที่มีการขยายตัว 1.2% นอกจากนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังได้รับแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานซึ่งไม่รวมราคาในหมวดอาหารสด พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปีในเดือนก.ย. ขณะที่การอ่อนค่าของเงินเยนส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าของญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนเชื้อเพลิงและวัตถุดิบ นอกจากนี้ ยังทำให้กลุ่มผู้ผลิตเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นและต้องผลักภาระต้นทุนไปให้กับผู้บริโภค ต้นทุนที่สูงขึ้นยังส่งผลให้บริษัทต่าง ๆ ลดการใช้จ่าย โดยข้อมูลในวันนี้ระบุว่า การใช้จ่ายด้านทุนของบริษัทญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นเพียง 1.5% ในไตรมาส 3 ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะขยายตัว 2.1% …
อ่านเพิ่มเติม »

คิงส์ฟอร์ด เสียหายกว่า 300 ลบ.จากกรณี MORE ยันชำระราคาแล้ว-NCR ตามเกณฑ์ : อินโฟเควสท์คิงส์ฟอร์ด เสียหายกว่า 300 ลบ.จากกรณี MORE ยันชำระราคาแล้ว-NCR ตามเกณฑ์ : อินโฟเควสท์บล.คิงส์ฟอร์ด ชี้แจงข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ที่เกิดจากรายการซื้อขายหลักทรัพย์ บล.มอร์ รีเทิร์น (MORE) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 10 พ.ย.65 บริษัทมียอดผิดนัดชำระราคาในหลักทรัพย์ MORE ของลูกค้ารายหนึ่ง ซึ่งเป็นรายเดียวกับโบรกเกอร์อื่นกว่า 11 โบรกเกอร์ โดยมียอดผิดนัดชำระราคาประมาณ 300 กว่าล้านบาท จากทั้งหมดประมาณ 4,500 ล้านบาท โดยยอดดังกล่าวบริษัทชำระราคาให้กับ บริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2565 และได้ร่วมมือกับสมาชิกในสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการไม่ปล่อยค่าขายหลักทรัพย์ MORE ตามเงื่อนไข ร่วมกับโบรกเกอร์ทั้งหมด โดยยอดผิดนัดชำระดังกล่าวไม่มีผลต่อการดำเนินกิจการและการบริการลูกค้าใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากบริษัทมีกำไรสะสม และมีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ระดับ NCR ของบริษัทอยู่ในเกณฑ์ปกติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทรัพย์สินของลูกค้าที่ฝากอยู่กับบริษัท เช่น เงินหรือหุ้น ถูกแยกเก็บไว้ในบัญชีต่างหาก ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.ล.ต. …
อ่านเพิ่มเติม »

FBI กังวลจีนใช้ติ๊กต๊อกเป็นเครื่องมือสอดแนมข้อมูลพลเมืองสหรัฐ : อินโฟเควสท์FBI กังวลจีนใช้ติ๊กต๊อกเป็นเครื่องมือสอดแนมข้อมูลพลเมืองสหรัฐ : อินโฟเควสท์นายคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ของสหรัฐได้แถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันอังคาร (15 พ.ย.) ว่า เขามีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับการดำเนินงานของติ๊กต๊อกในสหรัฐ “เรามีความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติจากกรณีของติ๊กต๊อก ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่ว่า รัฐบาลจีนอาจใช้ติ๊กต๊อกเป็นเครื่องมือเพื่อควบคุมการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานในสหรัฐจำนวนหลายล้านคน หรือควบคุมการกำหนดอัลกอริทึม ซึ่งจะถูกใช้เพื่อการขยายอิทธิพล หากจีนเลือกที่จะทำ นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่าจีนจะควบคุมซอฟต์แวร์ที่ใช้กับอุปกรณ์หลายล้านตัว ซึ่งจะทำให้จีนมีโอกาสที่จะควบคุมอุปกรณ์ส่วนบุคคลได้ในทางเทคนิค” นายเรย์กล่าว สำนักซีเอ็นบีซีรายงานว่า การแสดงความเห็นของนายเรย์สอดคล้องกับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ของรัฐบาล รวมทั้งสมาชิกสภาคองเกรสที่ต่างก็ตั้งข้อสงสัยว่า ติ๊กต๊อกซึ่งเป็นแอปวิดีโอสั้นของจีนจะสามารถปกป้องข้อมูลผู้ใช้งานในสหรัฐไม่ให้ถูกกระทบจากรัฐบาลจีนได้หรือไม่ ขณะที่ติ๊กต๊อกยังคงยืนยันว่าไม่ได้เก็บข้อมูลผู้ใช้งานสหรัฐไว้ในจีนซึ่งเป็นประเทศที่กฎหมายอนุญาตให้รัฐบาลสามารถสั่งการให้บริษัทต่าง ๆ ส่งมอบข้อมูลภายในให้กับรัฐบาลได้ ทั้งนี้ นายเรย์กล่าวว่า เฉพาะกฎหมายของจีนเพียงอย่างเดียวก็ถือเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้ FBI วิตกกังวลอย่างมาก เมื่อไม่นานมานี้ นายเบรนแดน คาร์ หนึ่งในสมาชิกคณะกรรมการด้านการสื่อสารของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FCC) ได้ออกมาสนับสนุนให้รัฐบาลสหรัฐแบนการใช้งานติ๊กต๊อก พร้อมกับเรียกร้องให้บริษัทแอปเปิลและกูเกิล ลบแอปพลิเคชันติ๊กต๊อกออกจากแอปสโตร์ของทั้งสองบริษัท เนื่องจากมีความวิตกเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานชาวสหรัฐ “ตัวตนที่แท้จริงของติ๊กต๊อกไม่ใช่สิ่งที่เราเห็น ไม่ใช่แค่แอปแชร์วิดีโอตลกขบขันหรือมีม แต่เป็นสุนัขป่าในคราบแกะ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ติ๊กต๊อกเป็นเครื่องมือสอดแนมที่ก้าวล้ำ ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่อ่อนไหวได้เป็นจำนวนมาก” นายคาร์กล่าว ทางด้านคณะกรรมการด้านการลงทุนของต่างชาติในสหรัฐ (CFIUS) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐ กำลังทบทวนว่าติ๊กต๊อกปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความมั่นคงของสหรัฐหรือไม่ เมื่อพิจารณาจากการที่ติ๊กต๊อกเป็นธุรกิจในเครือของไบต์แดนซ์ซึ่งเป็นบริษัทของจีน ทางด้านติ๊กต๊อกยังคงยืนย
อ่านเพิ่มเติม »

หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งตัวลง กังวลทิศทางดอกเบี้ยเฟด-จีนจะกลับมาล็อกดาวน์ : อินโฟเควสท์หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งตัวลง กังวลทิศทางดอกเบี้ยเฟด-จีนจะกลับมาล็อกดาวน์ : อินโฟเควสท์นักวิเคราะห์คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัว Sideway down ตามตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงหลังกังวลทิศทางแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด เนื่องจากเจ้าหน้าที่เฟดมีความเห็นแตกต่างกันทำให้ตลาดไม่สามารถจับทิศทางได้ คืนนี้รอติดตามตัวเลข PPI เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจน หากออกมาลดลงก็จะเป็นตัวชี้ให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนธ.ค.นอกจากนี้ตลาดกังวลจีนกลับมามีผู้ติดเชื้อโควิดมากขึ้นทำให้ราคาน้ำมันร่วงแรง 3.5% อย่างไรก็ตามเงินบาทยังแข็งค่า เชื่อว่าเม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทย พร้อมให้แนวรับ 1,618, 1,613 จุด แนวต้านที่ 1,630, 1,635 จุด นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์-รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัว Sideway down ตามตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวลงหลังคณะผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)มีความเห็นแตกต่างกัน โดยรองประธานเฟดระบุมีแนวโน้มชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่อีกรายระบุว่าตราบใดที่เงินเฟ้อยังปรับตัวขึ้นก็ต้องขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ตลาดไม่สามารถจับทิศทางแนวโน้มดอกเบี้ย ดังนั้นตลาดรอดูดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนต.ค.ของสหรัฐในวันนี้ เพื่อหาสัญญาญที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยตลาดคาด PPI จะอยู่ที่ 8.3% ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 8.5% หากตัวเลข PPI ลดลงก็จะเป็นตัวชี้ให้เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.นี้ 0.50% และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่า ทำให้เทขายสินทรัพย์เสี่ยง แต่มองว่าเป็นการปรับฐานระยะสั้น ประกอบกับรับแรงกดดันจากประเด็นหุ้นบมจ.มอร์ รีเทิร์น …
อ่านเพิ่มเติม »

อุ๊งอิ๊ง หวังรัฐบาลใช้ APEC เป็นเวทีสำคัญส่งเสริมฟื้นศก.เหมือนสมัยไทยรักไทย : อินโฟเควสท์อุ๊งอิ๊ง หวังรัฐบาลใช้ APEC เป็นเวทีสำคัญส่งเสริมฟื้นศก.เหมือนสมัยไทยรักไทย : อินโฟเควสท์น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า สิ่งสำคัญของการประชุม APEC 2022 ที่เราคาดหวัง ไม่ใช่แค่การแสดงศักยภาพว่าประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพเชิญใครมาบ้าง จัดงานยิ่งใหญ่ตระการตาแค่ไหนอย่างไร แต่เป็นการทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองระหว่างประเทศที่ประชาชนคนไทยทุกคนจะได้รับผลประโยชน์จากสิ่งนั้น เนื่องจากในยามประเทศเกิดวิกฤต ทั้งเศรษฐกิจ และโรคระบาด ทุกงบประมาณ ทุกภาษีที่ประชาชนจ่าย ทุกสรรพกำลังของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้คนอีกจำนวนมากมหาศาลอยู่เบื้องหลังงานครั้งนี้ เราควรทำให้ APEC 2022 เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ดังนั้น เราในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง จึงคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์อะไรจากการประชุม APEC ครั้งนี้ เหมือนครั้งเมื่อ 19 ปีที่แล้วที่รัฐบาลยึดถือ และมีหัวใจคือประชาชนเป็นสำคัญ โดยเมื่อ 19 ปีที่แล้ว รัฐบาลไทยรักไทย ใช้ APEC เป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศไทยที่กำลังฟื้นฟูหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง และโรคระบาดซาร์ส เพราะถ้าประเทศไทยเราทำข้อตกลงต่างๆ ได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงทางเศรษฐกิจ และการเมืองระหว่างประเทศ ก็จะเกิดการจ้างงาน สร้างโอกาส สร้างรายได้ เกษตรกรมีรายได้ ผู้ส่งออกได้ส่งออกสินค้า มีเงินตราไหลเข้าประเทศ …
อ่านเพิ่มเติม »



Render Time: 2025-04-05 17:15:31