นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ภาพรวม 3 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการส่งออกน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมจากไทยไปจีนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เกิดปัญหาการระงับการนำเข้าน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมจากไทยของจีน เนื่องจากมีการร้องเรียนว่ามีโรงงานบางแห่งผลิตน้ำเชื่อมและน้ำตาลผสมที่ไม่ได้มาตรฐาน ยังมีการนำเข้าน้ำตาลทรายดิบและขาวจากประเทศอื่นผสมกับน้ำตาลไทย เพื่อเข้ามาใน中國โดยใช้สิทธิภาษีศุลกากร ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งทางการค้าและชื่อเสียงในฐานะแหล่งผลิตอาหาร
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ภาพรวมช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการ ส่งออก นํ้าเชื่อมจาก ไทย ไป จีน เพิ่มขึ้นตามลำดับ จากปี 2564 ที่ 475,604 ตัน ปี 2565 เพิ่มเป็น 917,186 ตัน ปี 2566 เป็น 1.63 ล้านตัน และในปี 2567 (ม.ค.-พ.ย.) เพิ่มเป็น 1.98 ล้านตัน และยังมีการ ส่งออก นํ้าตาลผสมอีกประมาณ 700,000 ตัน รวมแล้วกว่า 2.
5 ล้านตัน โดยนํ้าเชื่อมและนํ้าตาลผสมส่วนใหญ่ที่ส่งไปจีนจะออกจากเขตประกอบการเสรีและเขตปลอดอากร (EPZ) เป็นหลัก มีส่วนของโรงงานนํ้าตาลในประเทศจำนวน 7 โรงงาน ที่ส่งออกเองกว่า 180,000 ตัน โดยปริมาณเพิ่มขึ้นมากในช่วงปี 2566 และ 2567 ส่งผลกระทบต่อการบริหารระบบนํ้าตาลภายในของจีน โดยเฉพาะราคาอ้อยและราคานํ้าตาลทรายภายในประเทศที่ปรับตัวลดลงจากการนำเข้านํ้าเชื่อมที่มีแหล่งกำเนิดสินค้าจากไทย ที่ได้สิทธิทางภาษีศุลกากรที่ 0% ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ประเทศนอกกลุ่มเสียภาษี 30%) ต่อมามีรายงานว่ามีการนำเข้านํ้าตาลทรายดิบ และนํ้าตาลทรายขาวจากประเทศนอกเขตการค้าเสรีอาเซียน -จีน เช่น บราซิล อินเดีย และปากีสถาน มาผลิตนํ้าเชื่อมและนํ้าตาลผสม โดยผสมกับนํ้าตาลทรายของไทยจนได้แหล่งกำเนิดสินค้าไทย และได้สิทธิการลดภาษีเหลือ 0% กรณีส่งออกไปประเทศจีน ตามพันธกรณีเขตการค้าเสรี อาเซียน - จีน ประเด็นนี้อาจจะก่อให้เกิดความไม่สบายใจกับรัฐบาลจีนเนื่องจากนํ้าตาลทรายที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศนอกกลุ่มอาเซียนกลับเข้ามาได้สิทธิพิเศษทางภาษี (ตามพันธกรณีใน WTO จีนอนุญาตให้นำเข้านํ้าตาลทราย In Quota ปีละ 1.94 ล้านตัน ที่อัตราภาษี 15% นํ้าตาลทรายนำเข้า Out Quota อัตราภาษี 50% ส่วนนํ้าเชื่อมอัตราภาษี 30%) นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ผู้ประกอบการผลิตนํ้าเชื่อมและนํ้าตาลผสม จำนวน 78 ราย ที่ สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ขอให้ฝ่ายไทยตรวจประเมินผู้ประกอบการผลิตอาหารประเภทนํ้าตาลส่งออกไปยังประเทศจีนเนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่า โรงงานทั้ง 78 ราย ที่ส่งออกผลิตภัณฑ์นํ้าตาล จำนวน 2 พิกัด ได้แก่ 1702901100 (นํ้าเชื่อม) และ 1702901200 (นํ้าตาลผสม) ของไทยบางส่วน มีสุขอนามัยไม่ได้เกณฑ์มาตรฐานและมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางอาหารอย่างไรก็ตามคาดว่าปริมาณการส่งออกนํ้าตาลทรายดิบน่าจะเพิ่มมากขึ้นในปีนี้ ทั้งอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และจีน ทั้งนี้ ในปี 2567 ไทยส่งออกนํ้าตาลทรายดิบรวม 1.94 ล้านตัน ขณะที่ปี 2566 ส่งออกได้มากถึง 3.57 ล้านตัน เหตุผลที่ไทยส่งออกได้ลดลงเป็นผลจากการลดการนำเข้าของอินโดนีเซีย และโรงงานเพิ่มการผลิตนํ้าตาลทรายขาวเพื่อส่งไปป้อนโรงงานผลิตนํ้าเชื่อมและนํ้าตาลผสมในเขต EPZสำหรับความคืบหน้าล่าสุด ภาครัฐทั้งสำนักงานที่ปรึกษาด้านการเกษตรไทยประจำกรุงปักกิ่ง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและนํ้าตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 3 สมาคมโรงงานนํ้าตาลทราย และผู้ประกอบการบางรายใน EPZ ได้เข้ามาร่วมกันประชุมเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและการวางมาตรฐานในระยะยาว เนื่องจากการระงับการนำเข้าสินค้าทั้งสองก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างทั้งทางการค้าและชื่อเสียงของประเทศในฐานะแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ มกอช. ได้รวบรวมข้อมูลแนวทางการควบคุมความปลอดภัยอาหารในระบบการผลิตอาหารของไทย พร้อมทั้งรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองจาก อย. ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตอาหารของไทยส่งให้กับ GACC ของจีนเพื่อให้พิจารณายกเลิกการระงับการนำเข้าสินค้าดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ในช่วงรอท่าทีของฝ่ายจีนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งคาดว่าระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาน่าจะใช้เวลา 2-3 เดือน และหวังว่าจีนจะพิจารณายกเลิกการห้ามการนำเข้าให้กับโรงงานที่มีความพร้อมก่อน ส่วนผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทรายที่ส่งออกน้ำเชื่อม ได้รับการกำกับดูแลจาก สอน. และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ มีการทำมาตรฐานการผลิตที่หลากหลายและครอบคลุม จึงมีความมั่นใจและพร้อมร่วมรับการตรวจสอบจากหน่วยงานทั้งไทยและจีน ที่จะเข้ามาตรวจสอบสถานที่ผลิต กระบวนการผลิต และการขนส่ง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทางการจีนและผู้บริโภคของจีน นายภัทรพงศ์ ระบุอีกว่า จากสถิติการส่งออกน้ำตาลไปเขต EPZ (เขตประกอบการเสรีและเขตปลอดอากร) ของไทยจะเห็นว่า ในปี 2567 มีตัวเลขมากถึง 1.13 ล้านตัน ซึ่งถือว่าเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 1 แทนที่อินโดนีเซียซึ่งปกติจะเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 1 ของไทย การที่ตลาดกลุ่ม EPZ หายไปย่อมมีผลกระทบกับตลาดและพรีเมี่ยมน้ำตาลไทยค่อนข้างมาก (มูลค่าน้ำตาลที่ล้านกว่าตัน ประมาณ 20,000 ล้านบาท)สำหรับในปี 2568 คาดว่าปริมาณอ้อยของไทยโดยรวมอยู่ที่ 92-93 ล้านตัน ผลิตน้ำตาลทรายได้รวม 10.5 - 11 ล้านตัน มีน้ำตาลทรายส่งออกประมาณ 7
อาหาร จีน ไทย น้ำเชื่อม น้ำตาล ส่งออก ระงับการนำเข้า เขตการค้าเสรี มกอช GACC EPZ
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
จีนระงับนำเข้าน้ำเชื่อม-น้ำตาลผสมไทย 74 รายGACC หน่วยงานด้านความปลอดภัยทางอาหารจีน ออกคำสั่งระงับการนำเข้าน้ำเชื่อม-น้ำตาลผสมที่ส่งออกจากโรงงานผู้ผลิตไทย 74 ราย อ้างได้รับการร้องเรียนน้ำเชื่อมไทยไม่ปลอดภัย ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มน้ำตาล
อ่านเพิ่มเติม »
ขุนคลัง'การันตีเศรษฐกิจไทยปี 68 โตฉลุยทะลุ 3%นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง กล่าวว่า ปี 2568 จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจไทย โดยมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะมีโอกาสขยายตัวได้มากกว่า 3%. สะท้อนจากตัวเลขการบริโภคภาคเอกชน ในช่วง 3 ไตรมาสของปีที่ผ่านมา ขยายตัวถึง 5.1% และการลงทุนภาคเอกชนสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
อ่านเพิ่มเติม »
ทนายอั๋น ยื่นฟ้อง เลขาธิการ กกต. กรณียุบพรรคภูมิใจไทยนายภัทรพงศ์ หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ กล่าวว่า ยื่นฟ้องนายแสวงบุญมี เลขาธิการ กกต.และในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้ลงนามในคำสั่งเด็ดขาดไม่ยุบพรรคภูมิใจไทย กรณีที่ร้องเรียนว่าพรรคภูมิใจไทยต้องถูกยุบ เนื่องมาจากประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญว่า การเป็นสมาชิกสภาของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ สิ้นสุดลงหรือไม่อย่างไรตามรัฐธรรมนูญ
อ่านเพิ่มเติม »
ไทย กำลังจะมีรถไฟความเร็วสูงแล้ว หลังคมนาคมรายงานคืบหน้าใน ครม. ยันปี 2573 วิ่งฉิวจากกรุงเทพ-หนองคาย ผ่านลาวถึงจีนแน่นอนกระทรวงคมนาคมรายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าเส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย-เวียงจันทน์-จีน จะเปิดให้บริการในปี 2573
อ่านเพิ่มเติม »
ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีนนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่ประชุมครม. วันที่ 28 มกราคม 2568 รายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
อ่านเพิ่มเติม »
นายกฯแพทองธาร ชินวัตร เยือนจีน 5-8 ก.พ.68นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร นำคณะรัฐมนตรี 8 คน เดินทางเยือนจีนระหว่างวันที่ 5-8 ก.พ.68 เพื่อขับเคลื่อนความสัมพันธ์ไทย-จีน ในโอกาสครบรอบ 50 ปี สถาปนาความสัมพันธ์ไทย-จีน คาดลงนาม MOU 15 ฉบับ, หนุนความร่วมมือ AI และเทคโนโลยีขั้นสูง
อ่านเพิ่มเติม »




