จีนจ่อปรับปรุงสถานีตำรวจทั่วประเทศ จีน ตำรวจ อินโฟเควสท์
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ทางกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน ได้เปิดเผยแผนการดำเนินงานสำหรับสถานีตำรวจทั่วประเทศ ระยะ 3 ปี โดยมุ่งเน้นที่การปรับปรุงงานในระดับปฐมภูมิ รวมถึงยกระดับคุณภาพงานและขีดความสามารถพื้นฐานด้วย
แผนการดังกล่าวกำหนดข้อบังคับงานสถานีตำรวจตั้งแต่ปี 2566-2568 ทั้ง 7 ด้าน ซึ่งรวมถึงระบบที่มีความแข็งแรงขึ้น การกระจายกำลังบุคลากรตำรวจอย่างเหมาะสมมากขึ้น และการดำเนินงานพื้นฐานอย่างละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น ทางกลุ่มสถานีตำรวจควรให้ความสำคัญกับรูปการณ์จริงในระดับปฐมภูมิ และปฏิบัติงานเชิงป้องกันด้วยการหันไปให้ความสำคัญกับงานพื้นฐานมากขึ้น อย่างการลดจำนวนเหตุการณ์และคดีความต่าง ๆ และการคลี่คลายอันตราย
ทั้งนี้ แผนการได้ระบุเพิ่มเติมว่าภายในสิ้นปี 2568 นั้น หมู่บ้านและชุมชนระดับปฐมภูมิต่าง ๆ ควรมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มมากขึ้น พร้อมเน้นย้ำเรื่องการเสริมสร้างการคุ้มครองเยาวชน และการใช้งานระบบสำหรับการแจ้งเตือนและจัดการความรุนแรงในครอบครัว
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
TKS ลุ้นงานบัตรเลือกตั้ง-แย้มดีลลงทุนผ่าน Next Ventures จัดงบรอ 100 ลบ.จ่อออกหุ้นกู้ 2 พันล้าน : อินโฟเควสท์นายจุติพันธุ์ มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ที.เค.เอส. เทคโนโลยี (TKS) เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจของ TKS ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ คาดว่ารายได้จะเติบโตใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ผลกำไรจะปรับตัวลดลงบ้างจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่แนวโน้มความต้องการสิ่งพิมพ์ของภาครัฐและภาคเอกชนกลับมามากขึ้น โดยจะเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/66 เป็นต้นไป ภายหลังดีล บมจ.แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี (AIT) เสร็จสิ้น ซึ่งบริษัทเข้าไปถือหุ้น AIT 21.21% สำหรับภาพรวมธุรกิจในปี 66 เชื่อว่ายังเห็นการเติบโตที่ดีของ TKS แม้จะมียอดขายบางส่วนลดลง แต่บางกลุ่มก็เพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่ารายได้จะเติบโตได้ราว 10% ซึ่งยังเดินหน้าในการขยายการลงทุนใหม่ๆ ตามกลยุทธ์การเป็น Tech Ecosystem Builder ที่ผ่านมาได้สร้าง Ecosystem ไว้จำนวนมาก ซึ่งการมีธุรกิจใหม่ยิ่งเข้ามาช่วยเสริม ดังนั้นน่าจะเห็นการลงทุนใหม่ๆ ต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทลุ้นงานประมูลบัตรเลือกตั้ง บริษัทอยู่ระหว่างติดตามงานประมูลพิมพ์บัตรเลือกตั้งปี 66 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างใกล้ชิดหลังจากได้ไทม์ไลน์ชัดเจนแล้ว โดยบริษัทมีความพร้อมทั้งในแง่ประสบการณ์ กำลังการผลิต ระยะเวลาการส่งมอบ ซึ่ง […]
อ่านเพิ่มเติม »
ตลาดเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ปีนี้โตชะลอ แข่งขันรุนแรง-พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว : อินโฟเควสท์ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มูลค่าการบริโภคเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ในปี 2566 จะเติบโตที่ 4-6% ซึ่งเป็นทิศทางที่ชะลอลงจากฐานที่สูงในปีก่อนหน้า ที่เติบโต 7.4% โดยการบริโภคผ่านร้านค้าปลีกต่างๆ อาจยังเพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมนอกบ้าน และการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว แต่การเพิ่มขึ้นของราคาน่าจะชะลอลง อีกทั้งผู้บริโภคบางส่วน อาจหันไปบริโภคเครื่องดื่มผ่าน Food service มากขึ้น จึงทำให้คาดว่าตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ น่าจะโตในอัตราที่ชะลอลง ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า นอกจากจังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จะช่วยหนุนตลาดสินค้ากลุ่มนี้ในภาพรวมแล้ว การฟื้นตัวของการทำแคมเปญการตลาดและโฆษณา จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายด้วย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ออกใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะเพิ่ม Value-added ให้กับสินค้า เช่น การเติมสารสกัดต่างๆ ที่มีประโยชน์ลงไปในเครื่องดื่ม การปรับรูปแบบของแพคเกจจิ้ง ซึ่งการจะทำให้ผู้บริโภครับรู้ถึงสารอาหารหรือคุณค่าทางโภชนาการที่มีอยู่ในตัวสินค้านั้น ผู้ประกอบการเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ จำเป็นจะต้องอาศัยการทำตลาดและโฆษณา เพื่อจูงใจหรือกระตุ้นให้เกิดการบริโภค สะท้อนได้จากรายได้ของธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ทุกๆ 100 บาท จะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ (รวมค่าโฆษณาหรือทำการตลาด) ราว 20 บาท (ค่าเฉลี่ยปี 2561-2564) สูงกว่าธุรกิจอาหารที่ที่มีค่าใช้จ่ายดังกล่าว ราว 12 บาท ดังนั้น […]
อ่านเพิ่มเติม »
ตลาดหุ้นไทย-เซี่ยงไฮ้ เชื่อมโยงโอกาสการลงทุนร่วมจัดทำข้อมูลดัชนีเผยแพร่ใน 2 ตลาด : อินโฟเควสท์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Stock Exchange: SSE) เชื่อมโยงข้อมูลการลงทุนให้หลักทรัพย์ไทยและจีนเป็นที่รู้จัก โดยนำเสนอดัชนีหลักที่สะท้อนถึงหลักทรัพย์ที่มีศักยภาพและคุณภาพผ่านช่องทางของแต่ละประเทศ ได้แก่ www.settrade.com และwww.csindex.com.cn เป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าถึงข้อมูลหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 2 ประเทศ ติดตามข้อมูลได้แล้ววันนี้ นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ เชื่อมโยงข้อมูลการลงทุนให้หลักทรัพย์ไทยและจีนเป็นที่รู้จัก โดยความร่วมมือนี้อยู่ภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านดัชนี (Index Cross-border Cooperation) ที่จัดทำขึ้นระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัท China Securities Index Company Limited (CSI) ซึ่งเป็นบริษัทผู้จัดทำและเผยแพร่ดัชนีในเครือตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ เพื่อแลกเปลี่ยนการเผยแพร่ข้อมูลดัชนี โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้นำข้อมูลดัชนีของตลาดทุนไทยไปเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของ CSI เพื่อชูศักยภาพและความน่าสนใจลงทุนของตลาดทุนไทย และเพื่อให้ผู้ลงทุนในประเทศจีนได้นำข้อมูลไปวิเคราะห์ก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ CSI มีเครือข่ายผู้ใช้ข้อมูลเฉลี่ย 8,000 รายต่อวัน ความร่วมมือด้านดัชนีครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งในแผนงานสำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนในต่างประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้เป็นผลจากการหารือเชิงลึกระหว่างตลาดหลักทรัพย์ฯ และ […]
อ่านเพิ่มเติม »
'ชัชชาติ' สั่งสอบจนท.กทม. ปมเอื้อแสนสิริเก็บค่าขึ้นสะพานพระโขนง : อินโฟเควสท์นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ได้รับทราบเรื่องราวร้องทุกข์จาก นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ยื่นคำร้องต่อผู้ว่าฯ กทม. เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนเอาผิดพนักงานเจ้าหน้าที่ กทม. ที่เกี่ยวข้องกับการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้ บมจ. แสนสิริ (SIRI) ได้ก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระโขนง เขตวัฒนา และมีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) นายชัชชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นทางสะพานที่ถูกร้องเรียนดังกล่าว เป็นทางสาธารณะที่ใช้ข้ามคลอง ซึ่งต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายในการผ่านทาง เรื่องนี้ทาง กทม. ขอรับไปตรวจสอบ ซึ่งตรวจสอบได้ไม่ยาก เนื่องจากการดำเนินการทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบของทางราชการ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การขออนุญาตก่อสร้าง การปฏิบัติตามระเบียบ EIA ซึ่งการบังคับใช้ตามกฎหมายกทม. อย่างไรก็ดี ตามหลักการ หากก่อสร้างบนที่ดินของเอกชนนั้น เอกชนสามารถดำเนินการเก็บค่าผ่านทางได้ ดังนั้นจึงต้องขอตรวจสอบในแง่ของการอนุญาตก่อสร้างสะพาน และจุดประสงค์ของการสร้างสะพานดังกล่าวว่ามีจุดประสงค์อย่างไร ซึ่งการขออนุญาตก่อสร้างสะพาน จะต้องมีการขออนุญาตจาก กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ราชการกำหนด “ดังนั้น ต้องตรวจสอบว่า เงื่อนไขในการก่อสร้างสะพาน มีจุดประสงค์เพื่ออะไร เพื่อสาธารณะ […]
อ่านเพิ่มเติม »
จีนลั่นคุมเข้มบริษัทตรวจสอบบัญชี 4 บ.ยักษ์ใหญ่โดนด้วย : อินโฟเควสท์จีนประกาศว่าจะกำกับดูแลผู้ตรวจสอบบัญชีระหว่างประเทศและท้องถิ่นให้เข้มงวดยิ่งขึ้น เนื่องจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนพยายามจะขจัดความเสี่ยงในระบบการเงินของประเทศ หลังบริษัทยักษ์ใหญ่ในด้านอสังหาริมทรัพย์และการธนาคารล้มละลายไปหลายแห่ง กระทรวงการคลังจีนระบุว่า นายจู จงหมิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังจีนกล่าวกับนางชารอน ธอร์น ประธานระดับโลกของดีลอยท์ (Deloitte) ว่า จีนจะบังคับใช้กฎระเบียบทางการเงินอย่างเข้มงวด และเพิ่มความเข้มงวดในการสอดส่องดูแลบริษัทตรวจสอบบัญชีในจีน ซึ่งรวมถึงกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง 4 แห่ง คำเตือนดังกล่าวมีขึ้นขณะที่นายจูพบปะกับนางธอร์น ณ กรุงปักกิ่ง โดยเป็นการส่งสัญญาณว่าจีนจะเริ่มต้นคุมเข้มภาคการตรวจสอบบัญชี ซึ่งจะเพิ่มความไม่แน่นอนในอุตสาหกรรมการตรวจสอบบัญชีและการให้คำปรึกษาในอนาคตของบริษัทดีลอยท์, พีดับบลิวซี (PwC), เคพีเอ็มจี (KPMG) และอีวาย (EY) ในจีน ในเดือนนี้ กระทรวงการคลังจีนได้สั่งปรับเงินดีลอยท์สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 31 ล้านดอลลาร์และระงับการดำเนินกิจการในกรุงปักกิ่งเป็นเวลา 3 เดือน หลังตรวจพบ “ข้อบกพร่องขั้นร้ายแรง” ในการประเมินคุณภาพสินทรัพย์ของไชน่า หัวหรง แอสเซต แมเนจเมนต์ (China Huarong Asset Management) บริษัทจัดการหนี้เสียของรัฐบาล ซึ่งร้องขอเงินอุดหนุนจำนวน 6.6 พันล้านดอลลาร์จากภาครัฐในปี 2564 โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 […]
อ่านเพิ่มเติม »
เลือกตั้ง'66: 'สกลธี' ไม่หวั่นผลโพล 'บิ๊กป้อม' หลุดโผนายกฯ แนะจับตาโค้งสุดท้าย : อินโฟเควสท์นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมดูแลการเลือกตั้ง ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยืนยันว่า ไม่กังวลต่อผลการสำรวจความเห็นของนิด้าโพล ที่ไม่มีรายชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ติด 1 ใน 10 ที่คนกรุงเทพฯ อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงผลโพล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และส.ส.แบบแบ่งเขต ก็อยู่อันดับ 8 โดยมองว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่พล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคที่เป็นพรรครัฐบาลหลัก จะไม่ติดอันดับในโพล นายสกลธี กล่าวว่า การทำโพลในช่วงนี้ จะต้องพิจารณาด้วยว่าใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวนเท่าใด ซึ่งอาจจะไม่สามารถวัดได้ทั้งหมด เพราะคงทำไม่ทั่วถึง เพราะทางพรรคก็มีการทำโพลเช่นกัน แต่ผลสำรวจก็ออกมาต่างกัน โดยมีการสำรวจทั้งในแบบออนไลน์ และให้คนเดินไปสำรวจ เพื่อนำมาประเมินปรับเกมหาเสียงและแก้ไขสถานการณ์ พร้อมยอมรับว่า โพลมีผลต่อการชี้นำ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องดูเรื่องความน่าเชื่อถือของโพลด้วย แต่ยืนยันว่า ผลโพลไม่มีผลต่อขวัญและกำลังใจของคนในพรรค เพราะการนำในหน้ากระดาษโพล แต่ในความเป็นจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น ยกตัวอย่างสมัยที่เคยลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพลระบุว่าได้เพียง 1% แต่ผลออกมาได้ถึง 9% นายสกลธี ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงในกรุงเทพฯ ว่า ได้ให้แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ลงไปช่วยว่าที่ผู้สมัคร […]
อ่านเพิ่มเติม »