จับผัวเมียตั้งแก๊งลักแบตเตอรี่สำรองในเสาส่งสัญญาณของทรู ลักทรัพย์
ในหลายพื้นที่ทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา,จังหวัดลพบุรี ,จังหวัดสระบุรี,จังหวัดสุพรรณบุรี ,จังหวัดจันทบุรี,จังหวัดระยอง และในอีกหลายท้องที่สร้างความเสียหายและกระทบกับการให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ของประชาชน
พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา , พ.ต.อ.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา , พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา จึงสั่งการให้กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย พ.ต.อ.ธนกฤต กนิษฐกุล ผกก.กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา , พ.ต.ท.ทวีวงศ์ ดิษฐแย้ม , พ.ต.ท.อติชาต จันทยานี รอง ผกก.กก.สส.ภ.จว.
จากการสืบสวนยังทราบว่าสองสามีภรรยานี้พักอาศัยอยู่ในเขตจังหวัดระยอง ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์เข้ามาก่อเหตุ จึงประสานการปฎิบัติ กับ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการ กองบังคับการสืบสวนภาค 2 และได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.บัญชา คล้ายน้อย ผกก.สส.ภ.2 จัดชุดเฝ้าระวังและตรวจหารถยนต์คันดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 19 พ.ย.64 เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. ชุดตรวจค้นจับกุมได้พบเห็นคันก่อเหตุขับมา โดยมีนายอาทิตย์ ทองเพ็ง เป็นผู้ขับขี่และมีนางศิยาพร ทองเพ็ง โดยสารมาด้วย ที่บริเวณสถานีบริการน้ำมันเอสโซ่ อ.วังน้อย จ.
๑.รถยนต์กระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีขาว หมายเลขทะเบียน บษ-๑๘๐๒ พระนครศรีอยุธยา ๒. แบตเตอรี่สำรอง ติดตราสัญลักษณ์ ทรู จำนวน ๔ ลูก ๓.อาวุธปืนสั้น ไม่มีหมายเลขทะเบียน ขนาด ๙ มม.จำนวน ๑ กระบอก พร้อมแม็กกาซีนและเครื่องกระสุนปืนขนาด ๙ มม.จำนวน ๖ นัด ๔. กุญแจสำหรับไขตู้เก็บแบตเตอรี่ของเสาส่งสัญญาณ บริษัท ทรู คอเปอร์เรชั่น จำนวน ๑ ดอก ๕.เสื้อคลุมสีเทาคล้ายกับเสื้อช่างเทคนิค ทรู จำนวน ๒ ตัว ๖.
สอบถามทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าอาศัยที่มีความรู้ทางด้านช่างเทคนิคเนื่องจากเคยทำงานด้านนี้มาก่อน และเคยเป็นพนักงานของบริษัทที่รับงานจากบริษัท TRUE ตนเองกับภรรยาได้ขับรถจากระยองมาตามมอเตอร์เวย์ ข้ามเขตมาก่อเหตุแถบอยุธยา สระบุรี ลพบุรีและสุพรรณบุรี เมื่อได้แบตเตอรี่สำรองจำนวนมากพอแล้วก็จะมีคนมารับซื้อ โดยซื้อขายกันเป็นน้ำหนักกิโลกรัมละ ๒๐-๒๕ บาท ซึ่งแบตเตอรี่แต่ละลูกน้ำหนักไม่ต่ำกว่า ๕๐ กิโลกัม ซึ่งจะมีรายได้ในการก่อเหตุครั้งละไม่ต่ำกว่า หมื่นบาท...