ศาลปกครองสูงสุดนัดพิจารณาคดี รถไฟฟ้าสายสีเขียว 17 ส.ค.นี้ เคาะปม กทม.ค้างหนี้จ้างเดินรถและซ่อมบำรุงรวม 1.2 หมื่นล้านบาท อ่านต่อ: กรุงเทพธุรกิจ
ซึ่งตามสัญญาข้อ 71 กำหนดว่า หากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้ฟ้องคดีภายในวันที่ 20 ของเดือนถัดไป ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จะต้องสำหรับค่าจ้างที่ค้างชำระนั้นในอัตราดอกเบี้ยตามสัญญา เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ไม่ชำระค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงดังกล่าว จึงถือว่าผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ตกเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้แล้วโดยมิพักต้องเตือน
ดังนั้น เมื่อรวมต้นเงินและดอกเบี้ยของหนี้ค้างชำระค่าเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 ตามสัญญา จึงมีหนี้เงินรวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 2,348,659,232.74 บาท สำหรับการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2 มีข้อเท็จจริงปรากฏว่า โครงการฯ ยังไม่มีนโยบายให้เก็บค่าโดยสาร ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงไม่สามารถนำเงินค่าโดยสารไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการได้ ดังนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงไม่ได้ชำระค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าให้แก่ ผู้ฟ้องคดีตั้งแต่ที่มีการเดินรถในเดือนเมษายน 2560 ถึงเดือนพฤษภาคม 2564
ซึ่งกรณีนี้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และผู้ฟ้องคดียืนยันสอดรับกันเกี่ยวกับจำนวนต้นเงินค่าเดินรถและค่าซ่อมบำรุงที่ค้างชำระ และเมื่อสัญญากำหนดให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดไว้แล้ว กรณีจึงมีดังนั้น เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีหนี้ค้างชำระตามสัญญาในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวตามสัญญา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวกับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ให้แก่ผู้ฟ้องคดีด้วยผู้ฟ้องคดี และผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นต่อศาลปกครองสูงสุด โดยศาลปกครองสูงสุดจึงมีกำหนดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ณ...