ม็อบนักศึกษาธรรมศาสตร์เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา มีเนื้อหาทั้งภาพและเสียงกระทบถึงสถาบันเบื้องสูง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังจากนั้นก็มีการชุมนุมต่อเนื่องมาอีกหลายครั้ง หลายเวทีก็ยังมีข้อความหมิ่นเหม่ โดยเฉพาะการปราศรัย ขณะที่คณาจารย์และคนทั่วไปก็แบ่งข้างเป็นฝ่ายเชียร์กับฝ่ายต่อต้าน จนสังคมกลับมาขัดแย้งและมีแนวโน้มบานปลายขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
แหล่งข่าวซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคง ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปลายทางของการเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ หนีไม่พ้นไปจบที่การเลือกตั้ง โดยมีต่างชาติร่วมกดดัน โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่ต้องการครอบงำฝ่ายการเมืองของไทย เพื่อใช้ไทยเป็นฐานในการคานอำนาจกับจีน
ที่สำคัญหากประเมินแบบเผินๆ จะพบว่า ฝ่ายที่ได้เปรียบคือฝ่ายการเมืองที่อยู่เบื้องหลังม็อบนักศึกษา เพราะหากการเคลื่อนไหวจุดติด และไปจนสุดทาง ก็จะสามารถสถาปนารูปแบบการปกครองแบบใหม่ขึ้นมาได้ ซึ่งฝ่ายการเมืองทั้งที่เป็นพรรคหรือกลุ่มการเมืองจะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ประเด็นที่หลายฝ่าย รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงกำลังให้ความสนใจอย่างมากก็คือ การประกาศสนับสนุนม็อบนักศึกษาของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย 32 คน ทั้งตามดูแลเรื่องสถานที่ ความปลอดภัย และพร้อมไปประกันตัวให้นักศึกษาหากถูกจับ ซึ่งเป็นท่าทีที่สอดคล้องกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาขอโทษม็อบนักศึกษาที่เคยให้ความเห็นเชิงห้ามปรามเรื่องการแสดงออกที่ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์