ค่าเงินเอเชียจ่อพุ่งแกร่งสุดในรอบ 6 ปี เก็งเฟดใกล้ยุติวงจรขึ้นดอกเบี้ย ค่าเงิน สกุลเงิน เอเชีย อินโฟเควสท์
สกุลเงินของประเทศต่าง ๆ ในเอเชียอาจปรับตัวขึ้นรายเดือนแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 6 ปี โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ ใกล้จะยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ดัชนี Bloomberg JPMorgan Asia Dollar Index ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์ในเอเชียซึ่งเจพีมอร์แกนจัดทำร่วมกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก พุ่งขึ้น 2.7% ในเดือนพ.ย. และมีแนวโน้มที่จะทำสถิติรายเดือนที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2559 โดยเงินวอนของเกาหลีใต้ทำผลงานได้ดีที่สุดด้วยการพุ่งขึ้น 7% ตามด้วยเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้น 6.8%
ยูจีเนีย วิกโทริโน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ประจำภูมิภาคเอเชียจากบริษัท Skandinaviska Enskilda Banken AB ในสิงคโปร์กล่าวว่า “แม้ว่าเฟดสื่อสารอย่างชัดเจนกับตลาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป แต่การปรับตัวขึ้นของดอลลาร์เริ่มส่งสัญญาณว่ากำลังจะสิ้นสุดลง สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียมีโอกาสที่จะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังจากที่อ่อนค่าลงอย่างมากในปีนี้”
ทั้งนี้ แม้ว่าเจ้าหน้าที่เฟดหลายราย ซึ่งรวมถึงนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก และนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ได้ออกมาสนับสนุนให้เฟดเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า คณะกรรมการเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.50% ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.นี้ หลังจากที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงถึง 0.75% ในการประชุม 4 ครั้งติดต่อกันก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ดี สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียยังคงมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีน หลังจากที่ชาวจีนในเมืองต่าง ๆ พากันประท้วงต่อต้านมาตรการควบคุมโควิด-19 ขณะที่เทรดเดอร์ต่างก็จับตาท่าทีของรัฐบาลเพื่อประเมินสถานการณ์ว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในครั้งนี้จะยิ่งทำให้จีนเพิ่มความเข้มงวดในการใช้มาตรการล็อกดาวน์ หรือจะสามารถกดดันให้รัฐบาลจีนยุติการใช้นโยบายโควิดเป็นศูนย์
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
SCBEIC ชี้ศก.โลกเริ่มพ่นพิษ ส่งออกต.ค.ร่วงในรอบ 2 ปี แนวโน้มปีหน้ายังไม่สดใส : อินโฟเควสท์ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า แนวโน้มการส่งออกสินค้าของไทยในระยะถัดไป อาจดูไม่ค่อยสดใสนัก เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีทิศทางชะลอลงมาก โดย EIC ได้ปรับลดประมาณการส่งออกไทยในปี 66 เหลือ 1.2% จากเดิมที่เคยคาดไว้ 2.5% เนื่องจากประเมินว่า เศรษฐกิจบางประเทศหลักมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยสหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร จะเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่ปลายปีนี้ ตามด้วยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงครึ่งหลังของปี 66 ทั้งนี้ สัญญาณอุปสงค์โลกชะลอตัวลงมากขึ้น สะท้อนจาก 1. ข้อมูลดัชนี Manufacturing PMI ของประเทศคู่ค้าสำคัญ รวมถึงข้อมูล Exports order ที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 50 2. ข้อมูลการส่งออก 20 วันแรกของเกาหลีใต้ในเดือนพฤศจิกายนหดตัว -16.7% ซึ่งหดตัวสูงสุดในรอบ 30 เดือน โดยในเดือนนี้การส่งออกของเกาหลีใต้ หดตัวรุนแรงในตลาดจีน (-28.3%) และฮ่องกง (-35.6%) ขณะที่การนำเข้าของเกาหลีใต้หดตัว -5.5% นับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี 3. …
อ่านเพิ่มเติม »
SIRI บวก 4.76% คาดกำไร Q4/65 นิวไฮจากยอดโอน 2 โครงการใหญ่-ปี 66 โตต่อเนื่อง : อินโฟเควสท์SIRI ปรับตัวขึ้น 4.76% หรือ เพิ่มขึ้น 0.07 บาท มาที่ 1.54 บาท มูลค่าซื้อขาย 315.60 ล้านบาท เมื่อเวลา 12.29 น. จากราคาเปิด 1.48 บาท ราคาสูงสุด 1.54 บาท ราคาต่ำสุด 1.48 บาท นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ราคาหุ้นของบมจ.แสนสิริ (SIRI) ที่ปรับตัวขึ้น คาดมาจากแนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/65 อยู่ในเส้นทางจะทำสิถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากการโอนกรรมสิทธิ์ใน 2 โครงการใหญ่ เว้นแต่จะมีการตั้งสำรองจำนวนมาก ส่งผลให้ทั้งปี 65 มีโอกาสสูงที่กำไรจะทำสถิติสูงสุดใหม่ด้วย ขณะที่แนวโน้มกำไรในปี 66 คาดจะมีการเติบโตต่อเนื่องได้ จากการเปิดตัวโครงการใหม่ ซึ่งน่าจะมีมูลค่าสูงกว่า 6 หมื่นล้านบาท และโครงการใหม่จะอยู่ในหลากหลายกลุ่มมากขึ้น เช่น จะมีการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์และระดับหรูมากขึ้น รวมถึงมีผลิตภัณฑ์แนวราบที่ครบวงจรมากขึ้น แนะนำ …
อ่านเพิ่มเติม »
SAF เลื่อนยาวขาย IPO อ้างลีดอันเดอร์ไรท์เตรียมพร้อมกระจายหุ้นรายย่อยไม่ทัน : อินโฟเควสท์นายพิศิษฐ์ อริยเดชวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอส.เอ.เอฟ. สเปเชียล สตีล (SAF) เปิดเผยว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ได้อนุมัติแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และหนังสือชี้ชวน (แบบไฟลิ่ง) ให้มีผลบังคับใช้แล้ว เพื่อเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 80 ล้านหุ้น ที่ราคาเสนอขาย 1.93 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดจองซื้อในวันที่ 29-30 พ.ย. และ 1 ธ.ค.65 ทั้งนี้ บริษัทเห็นควรว่ายังไม่พร้อมที่จะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้นในช่วงนี้ เนื่องจาก บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Lead Underwriter) เข้ามาหารือถึงระยะเวลาการเตรียมตัวที่ไม่เพียงพอในการกระจายหุ้นให้แก่นักลงทุนรายย่อย ทางบริษัทฯ จึงมีความเห็นที่จะปรับเปลี่ยนช่วงเวลาจองซื้อหุ้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามามีส่วนร่วมกับการเติบโตของบริษัทฯ ดังนั้น บริษัทฯ จึงตัดสินใจขยับวันเปิดจองซื้อหุ้น IPO ของ SAF ออกไปก่อน โดยได้พิจารณาปัจจัยต่างๆ อย่างรอบด้าน พร้อมทั้งคำนึงถึงความเหมาะสมในการกระจายหุ้นสู่นักลงทุนรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และขอยืนยันว่าบริษัทฯ ยังคงมีความพร้อมที่เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม …
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้นไทยปิดเช้าบวก 7.90 จุดฟื้นตามภูมิภาค-บาทแข็งค่าต่อ จับตาบ่ายนี้ครม.เคาะมาตรการกระตุ้นศก. : อินโฟเควสท์ตลาดหลักทรัพย์ ปิดช่วงเช้าวันนี้ที่ 1,624.81 จุด เพิ่มขึ้น 7.90 จุด (+0.49%) มูลค่าการซื้อขายราว 33,332.88 ล้านบาท การซื้อขายในช่วงเช้านี้ ดัชนีฟื้นตัวตามตลาดภูมิภาค โดยทำระดับสูงสุด 1,625.67 จุด และต่ำสุด 1,613.87 จุด นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย (PI) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ผ่านมาฟื้นตัวขึ้น รับ Sentiment บวกจากตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะตลาดหุ้นฮ่องกง และจีน ที่ปรับตัวขึ้นได้ดี ขณะเดียวกันยังรับปัจจัยหนุนจากค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง หรืออยู่ที่ระดับ 35.60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จากรายงานขาดดุลการค้าติดลบน้อยกว่าคาดการณ์ แนวโน้มการลงทุนช่วงบ่ายคาดตลาดฯ น่าจะยังอยู่ในแดนบวกได้ต่อ โดยแนะนักลงทุนติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ว่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีอย่างไรบ้าง ให้แนวรับไว้ที่ 1,613 จุด และแนวต้าน 1,630 จุด ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ AURA มูลค่าการซื้อขาย 3,797.90 …
อ่านเพิ่มเติม »
ตำรวจจีนระดมพลป้องกันเหตุประท้วงต้านโควิดในเซี่ยงไฮ้-ปักกิ่ง : อินโฟเควสท์ตำรวจจีนระดมกำลังออกลาดตระเวนในกรุงปักกิ่งและนครเซี่ยงไฮ้ในวันนี้ (29 พ.ย.) เพื่อป้องกันการชุมนุมประท้วงต่อต้านมาตรการสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งสร้างความยากลำบากให้กับการใช้ชีวิตของประชาชนจำนวนมาก และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศ จนนำไปสู่การเรียกร้องให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ลาออกจากตำแหน่ง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจได้ระดมกำลังกันออกลาดตระเวนตามพื้นที่ต่าง ๆ ในนครเซี่ยงไฮ้และกรุงปักกิ่งในช่วงเช้าวันนี้ โดยมุ่งเน้นไปยังพื้นที่ที่กลุ่มคนจำนวนหนึ่งส่งสัญญาณจัดการประท้วงขึ้นอีกครั้งผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์เทเลแกรม โดยตำรวจได้เข้าประจำการในพื้นที่สุ่มเสี่ยงตลอดคืนวันจันทร์ (28 พ.ย.) เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีการรวมตัวประท้วงอีกรอบ ประชาชนในพื้นที่เปิดเผยว่า ตำรวจได้ขอดูโทรศัพท์ของผู้ที่สัญจรผ่านพื้นที่สุ่มเสี่ยง เพื่อตรวจสอบว่ามีการใช้เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPNs) และแอปพลิเคชันเทเลแกรมหรือไม่ ซึ่งทั้งคู่เป็นเครื่องมือที่ผู้ประท้วงใช้ติดต่อสื่อสารกันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย VPNs ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในจีน ส่วนเทเลแกรมนั้นถูกปิดกั้นจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจีน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากคลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า มีประชาชนอย่างน้อย 1 รายถูกจับกุมตัวที่เมืองหางโจวเมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ หลังจากสื่อตีข่าวว่า ตำรวจได้ใช้รถนำตัวผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งออกจากพื้นที่ชุมนุมในเซี่ยงไฮ้เมื่อช่วงค่ำของวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย. โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »
ซาอุฯอาจหั่นราคาขายน้ำมันให้เอเชียต่ำสุดรอบ 10 เดือน เหตุดีมานด์จีนลด : อินโฟเควสท์ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกอาจปรับลดราคาน้ำมันดิบสำหรับส่งออกไปยังตลาดเอเชียในเดือนม.ค. หลังจากการซื้อขายในตลาดสปอตของตะวันออกกลางซบเซาลงจากความกังวลด้านอุปสงค์ที่ชะลอตัวในจีนและปริมาณน้ำมันดิบรัสเซียที่เพิ่มสูงขึ้นในเอเชียหลังวันที่ 5 ธ.ค. ผลสำรวจของรอยเตอร์ระบุว่า ซาอุดีอาระเบียอาจลดราคาขายน้ำมันอย่างเป็นทางการ (OSP) สำหรับราคาน้ำมันดิบประเภท Arab Light ลงประมาณ 2 ดอลลาร์/บาร์เรลจากเดือนที่แล้ว ตามการเปลี่ยนแปลงราคาของตลาดน้ำมันดูไบ ซึ่งการปรับลดราคาน้ำมันในครั้งนี้จะทำให้ราคาน้ำมันในเดือนม.ค. 2566 แตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน ผู้ตอบแบบสำรวจรายหนึ่งกล่าวว่า “อุปสงค์จากจีนที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากการดำเนินมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นวงกว้าง และแนวโน้มที่น้ำมันดิบจากรัสเซียจะหลั่งไหลเข้าสู่ตลาดเอเชียมากขึ้นนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อตลาด” ทั้งนี้ ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นของจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดในโลก ได้กระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นดำเนินมาตรการคุมเข้มโควิด-19 เพื่อสกัดกั้นการระบาด ซึ่งได้บดบังแนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์ด้านพลังงาน นอกจากนี้ เหล่านักวิเคราะห์ต่างพากันปรับลดคาดการณ์การบริโภคน้ำมันในจีน และคาดการณ์กันว่า อุปสงค์จะกลับฟื้นตัวขึ้นหลังจากเดือนมี.ค. 2566 โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 พ.ย. 65) FacebookTwitterLine
อ่านเพิ่มเติม »