Beyond the Breaking News

คดีพลิก! บังหล่าไม่ใช่ผู้ต้องหา ม.๑๑๒ แต่เป็นผู้เสียหาย

ข่าวสังคม News

คดีพลิก! บังหล่าไม่ใช่ผู้ต้องหา ม.๑๑๒ แต่เป็นผู้เสียหาย
บังหล่ามาตรา ๑๑๒ผู้เสียหาย

ข้อมูลล่าสุดเผย บังหล่าไม่ได้ถูกดำเนินคดีมาตรา ๑๑๒ แต่เป็นผู้เสียหายที่ถูกนำภาพไปตัดต่อเสียหายและแจ้งความเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ กรณีนี้เกิดจากการถูกแซวหน้าตาคล้ายบุคคลสำคัญจนมีคนไม่หวังดีนำภาพไปใช้ล้อเลียนสถาบันฯ

อัปเดตข่าวเพิ่มเติม: คดีพลิก!

“บังหล่า” ไม่ได้โดนคดี ม.๑๑๒ แต่เป็นฝ่ายไปแจ้งความเอง หลังถูกนำภาพไปตัดต่อเสียหาย คดีนี้เริ่มพลิกชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อข้อมูลที่ออกมาตรงกันว่า “บังหล่า” หรือพี่รุ่งอรุณ ไม่ใช่ผู้ต้องหาคดีมาตรา ๑๑๒ อย่างที่บางกระแสพยายามปั่นกันในโลกออนไลน์ แต่กลับเป็น “ผู้เสียหาย” ที่ถูกคนอื่นนำภาพไปตัดต่อในลักษณะเสียหาย จนเจ้าตัวตกใจและรีบเดินทางไปแจ้งความเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยตัวเอง เรื่องเดิมที่ถูกแชร์กันคือ บังหล่าเป็นพนักงาน รปภ.

คนธรรมดา ใช้ชีวิตหาเช้ากินค่ำ และเล่น TikTok ตามประสาคนทั่วไป แต่เพราะหน้าตาของแกถูกบางคนแซวว่าคล้ายบุคคลสำคัญ จึงกลายเป็นช่องให้มีคนไม่หวังดีแคปภาพไปตัดต่อ แล้วนำไปใช้ในทางล้อเลียนสถาบันฯ จนเรื่องบานปลายในโลกออนไลน์ พอเจ้าตัวรู้เรื่อง สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่การหนี ไม่ใช่การโต้เถียงทางการเมือง แต่คือการไปแจ้งความกับตำรวจ เพื่อยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ทำภาพ ไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่ และไม่ได้มีเจตนาเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ต่อมาเจ้าหน้าที่ก็ได้ลงพื้นที่ไปสอบถามข้อมูลถึงที่ทำงานของบังหล่า ซึ่งเป็นขั้นตอนของการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ หลังจากนั้นกลับมีกระแสในโลกออนไลน์บิดเบือนว่า “บังหล่าโดนแจ้งจับ ม.๑๑๒” ทั้งที่ข้อเท็จจริงตามที่เล่ากันมา คือบังหล่าเป็นคนไปแจ้งความเอง เรื่องจึงกลายเป็น “คดีพลิก” เพราะคนที่ถูกทำให้ดูเหมือนเป็นผู้ต้องหา แท้จริงแล้วอาจเป็นคนที่ถูกนำภาพไปใช้เป็นเครื่องมือโดยไม่รู้ตัว ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะบังหล่าเป็นเพียงคนทำงานธรรมดา ไม่ใช่นักการเมือง ไม่ใช่นักเคลื่อนไหว และไม่ได้มีพื้นที่สื่อมากพอจะอธิบายตัวเอง เมื่อข่าวถูกปั่นซ้ำๆ เจ้าตัวจึงเกิดความเครียด หวาดกลัว และไม่สบายใจอย่างหนัก ถึงขั้นต้องลบโพสต์ใน TikTok และหลบหน้าผู้คน เพราะกลัวว่าเรื่องจะบานปลายไปไกลกว่าที่ควรจะเป็น ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ยังถูกนักการเมืองและกลุ่มการเมืองบางฝ่ายหยิบไปใช้เป็นประเด็นโจมตีมาตรา 112 ทันที ทั้งที่แก่นของเรื่องยังไม่ใช่การที่บังหล่าถูกดำเนินคดีตามมาตรานี้ แต่เป็นเรื่องของการนำภาพคนธรรมดาไปตัดต่อเสียหาย แล้วมีบางกลุ่มนำข่าวที่คลาดเคลื่อนไปขยายผลทางการเมือง นี่จึงไม่ใช่แค่ข่าวของบังหล่าคนเดียว แต่เป็นบทเรียนใหญ่ของสังคมออนไลน์ไทยว่า ข่าวปลอมและการบิดเบือนสามารถทำให้ “ผู้เสียหาย” กลายเป็น “จำเลยสังคม” ได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และเมื่อการเมืองเข้ามาโหนกระแส ความจริงก็ยิ่งถูกกลบด้วยเสียงเชียร์ เสียงด่า และวาทกรรมที่แต่ละฝ่ายสร้างขึ้นมา กรณีนี้จึงควรถูกมองอย่างระมัดระวังว่า เรากำลังเห็นคนธรรมดาถูกลากเข้าไปอยู่กลางเกมการเมือง ทั้งที่เขาอาจไม่ได้ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องเลย สิ่งที่ควรถามไม่ใช่แค่ว่าใครได้ประโยชน์จากกระแสนี้ แต่ต้องถามด้วยว่า ใครเป็นคนเริ่มบิดเบือน ใครเป็นคนขยายข่าวผิด และใครต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตของบังหล่า ท้ายที่สุด “คดีพลิก” ครั้งนี้กำลังบอกเราว่า อย่าเพิ่งเชื่อทุกอย่างที่ถูกปั่นขึ้นมาในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเรื่องที่โยงกับการเมืองและมาตรา ๑๑๒ เพราะบางครั้งคนที่ถูกชี้นิ้วว่าเป็นผู้กระทำผิด อาจเป็นเพียงคนธรรมดาที่ถูกคนอื่นเอาภาพไปใช้ แล้วต้องมารับแรงกระแทกจากเกมการเมืองที่ตัวเองไม่ได้เริ่มเลย"...

René Girard René Girard นักคิดชาวฝรั่งเศส-อเมริกัน ได้ระบุว่า ค่านิยมหนึ่งที่ครอบงำวัฒนธรรมโลกในยุคปัจจุบันมากกว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีหรือการเติบโตทางเศรษฐกิจ นั่นคือ"ความห่วงใยเหยื่อ" และ Girard เรียกกระบวนการนี้ว่า Victimism ซึ่งก็คือ"ใช้อุดมการณ์ความห่วงใยเหยื่อเพื่อแย่งชิงอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือจิตวิญญาณ"ซึ่งจริงๆ การห่วงใยเหยื่อไม่ใช่สิ่งที่ผิด เป็นสิ่งที่ควรทำด้วยซ้ำครับ แต่ประเด็นคือ การเอาความห่วงใยเหยื่อไปโจมตีทางการเมือง เพราะมันอาจจะนำไปสู่ขบวนการสร้างเหยื่อก็ได้

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

thaipost /  🏆 62. in TH

บังหล่า มาตรา ๑๑๒ ผู้เสียหาย ตัดต่อภาพ Tiktok

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-05-24 12:40:52