ศาลยุติธรรมเน้นย้ำข้อควรปฏิบัติในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้เป็นเทศกาลแห่งความสุขอย่างแท้จริง พร้อมแนะวิธีหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมาย
กล่าวในวันนี้ (13 เมษายน 2569) ว่า เทศกาล สงกรานต์ เป็นประเพณีอันงดงามของไทย ที่เต็มไปด้วยความสุขและความสนุกสนาน อย่างไรก็ตาม การเล่นน้ำและการประแป้งในช่วงเทศกาลนี้ ควรอยู่ภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสมและเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้ร่วมงานทุกคน การเล่นน้ำและการประแป้งควรเริ่มต้นจากการได้รับความยินยอมอย่างชัดเจนจากอีกฝ่าย ไม่ใช่เป็นการอนุมานจากการที่อีกฝ่ายออกมาเล่นน้ำด้วยกัน การสัมผัสเนื้อตัวโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และอาจนำไปสู่ปัญหาทาง กฎหมาย ได้ หากมีการกระทำที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้น
เช่น การลวนลาม ล้วงจับอวัยวะส่วนสงวน โดยอาศัยความวุ่นวายในเทศกาล จะถือเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากกระทำต่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม จะถือเป็นความผิดทันที โดยมีบทลงโทษเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ หากกระทำอนาจารแก่เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี จะต้องรับโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถ้ามีการข่มขู่ ใช้กำลัง หรือทำให้เด็กอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โทษจะเพิ่มขึ้นเป็นจำคุกตั้งแต่ 1-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากการกระทำอนาจารแล้ว การกระทำอื่น ๆ ที่เข้าข่ายการคุกคามทางเพศ เช่น การพูดจาแทะโลม การแสดงท่าทางที่ไม่เหมาะสม การจ้องมอง การติดตามรังควาน หรือการส่งข้อความ/โพสต์ผ่านสื่อออนไลน์ที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกอับอาย เดือดร้อน หรือไม่ปลอดภัย ก็ถือเป็นความผิดตามกฎหมายคุกคามทางเพศ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 โดยมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากกระทำซ้ำต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งครั้ง หรือเป็นเหตุให้ผู้เสียหายใช้ชีวิตตามปกติไม่ได้ จะมีบทลงโทษที่หนักขึ้น จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นในที่สาธารณะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือผ่านระบบออนไลน์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ จะต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นการกระทำต่อเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม จะต้องรับโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง โฆษกศาลยุติธรรมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเล่นน้ำและการประแป้งอย่างเหมาะสม การเล่นน้ำควรอยู่ในขอบเขตที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และการประแป้งบริเวณใบหน้าควรขออนุญาตก่อนทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการสัมผัสร่างกายในจุดอื่น ๆ โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย ประชาชนควรมีสติ ให้เกียรติ และเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในเทศกาลสงกรานต์ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่อาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อตนเองและครอบครัวในภายหลัง นอกจากนี้ ผู้เสียหายจากการคุกคามทางเพศสามารถยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ศาลยุติธรรม (CIOS) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสม (มาตรการ take it down) ได้อีกด้ว
สงกรานต์ คุกคามทางเพศ กระทำอนาจาร กฎหมาย สิทธิมนุษยชน



