กลุ่มผู้นำธุรกิจเยอรมนีเตือนรัฐบาลอย่าถอนตัวจากจีน แต่ควรพิจารณาความสัมพันธ์ใหม่ จีน เยอรมนี อินโฟเควสท์
สำนักข่าวเอพีรายงานว่า กลุ่มผู้บริหารธุรกิจระดับสูงของเยอรมนีออกโรงเตือนรัฐบาลไม่ให้ถอนตัวจากจีน ขณะเดียวกันก็เห็นด้วยว่าเยอรมนีควรกำหนดความสัมพันธ์ใหม่กับจีน
ผู้บริหารระดับสูง 8 รายเขียนบทความเตือนดังกล่าวลงในหนังสือพิมพ์รายวันแฟรงก์เฟิร์ตเตอร์ อัลเจไมน์ เซตุง ในวันนี้ ขณะที่เยอรมนีกำลังพยายามแก้ปัญหาด้านความสัมพันธ์ทางธุรกิจและทางการเมืองกับจีนในอนาคต โดยรายชื่อผู้เขียนที่ปรากฏในบทความครั้งนี้ประกอบด้วยประธานกรรมการบริหารของกลุ่มบริษัทอุตสาหกรรมซีเมนส์, บริษัทบีเอเอสเอฟ ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์, บ๊อช บริษัทด้านเทคโนโลยี, แชฟฟ์เลอร์ ผู้จำหน่ายชิ้นส่วนรถยนต์...
ทั้งนี้ พวกเขากล่าวว่า ไซต์งานของบริษัทเยอรมันในจีนและที่อื่น ๆ ทั่วโลกมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อความสามารถในการแข่งขันของบริษัทเยอรมัน และว่าจีนได้กลายเป็นตลาดที่มีพลวัตมากที่สุดและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก “ด้วยเหตุนี้ การมีอยู่ของกลุ่มบริษัทของเราในจีนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลประโยชน์ด้านความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของเยอรมนี”
นอกจากนี้ คณะผู้เขียนบทความระบุว่า ศักยภาพของตลาดจีนเปิดโอกาสให้สามารถเติบโตได้เร็วขึ้นและประสบความสำเร็จมากขึ้นในตลาดอื่น ๆ ซึ่งจะส่งผลให้มีตำแหน่งงานมากขึ้นในเยอรมนี
ประเทศไทย ข่าวล่าสุด, ประเทศไทย หัวข้อข่าว
Similar News:คุณยังสามารถอ่านข่าวที่คล้ายกันนี้ซึ่งเรารวบรวมจากแหล่งข่าวอื่น ๆ ได้
KTC เผยสัญญาณใช้จ่ายผ่านบัตรเพื่อสุขภาพ-ความงามพุ่งเกินคาดเร่งออกแคมเปญรองรับ : อินโฟเควสท์นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้อานวยการ-การตลาดบัตรเครดิต บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) เปิดเผยว่า ภาพรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของ KTC ด้านสุขภาพและความงามในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ต.ค.) เติบโตดีมากกว่ากว่าที่บริษัทคาดไว้ โดยเฉพาะหมวดโรงพยาบาล และความงามที่เติบโตอย่างมากในระดับ 25% และ 75% ตามลำดับ จากการที่กลับมาเปิดให้บริการกันอย่างเต็มที่ของโรงพยาบาล และคลินิกเสริมความงามต่างๆ ที่สามารถกลับมาเปิดให้บริการอย่างเต็มที่ มีการทำการตลาด ออกคอร์สความงามต่างๆมานำเสนอแก่ลูกค้า ประกอบกับหลังจากโควิด-19 คลี่คลายลง ลูกค้าได้มีความมั่นใจในการกลับมาใช้บริการในโรงพยาบาล และคลินิกเสามความงาม ทำให้ลูกค้าหลายๆคนออกมาซื้อคอร์สความงามต่างๆมากขึ้น รวมถึงกลับเข้าไปรักษาโรคต่างๆในโรงพยาบาล ขณะเดียวกันบริษัทยังมีการเตรียมความพร้อมร่วมก่บพันธมิตรในการมีโปรโมชั่นรองรับลูกค้าบัตรเครดิตของ KTC ทั้งส่วนลดต่างๆ โปรแกรมผ่อนชำระ เป็นต้น เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้านึกถึงและเลือกใช้บัตรเครดิตของ KTC ในการชำระค่าบริการในหมวดโรงพยาบาลและความงามเป็นลำดับต้นๆ ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของ KTC ในหมวดโรงพยาบาลแความงามขึ้นมาเป็นอันดับที่ 4 ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา หรือคิดเป็นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท และคาดว่ายอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของ KTC ในหมวดโรงพยาบาลและควมมงามในปี 66 จะโตไม่ต่ำกว่า 20% สำหรับการเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดในช่วงโค้งสุดท้ายของปี …
อ่านเพิ่มเติม »
ราคาดอจคอยน์พุ่งทะยานกว่าเท่าตัวหลัง 'อีลอน มัสก์' เข้าซื้อทวิตเตอร์ : อินโฟเควสท์สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การเข้าซื้อกิจการทวิตเตอร์ของนายอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทเทสลา ได้ผลักดันให้ราคาดอจคอยน์ (Dogecoin) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลมีม (meme) อันโด่งดังพุ่งทะยานขึ้น ทั้งนี้ ราคาดอจคอยน์พุ่งทะยานขึ้นกว่าเท่าตัวหลังจากที่นายมัสก์ปิดดีลเข้าซื้อกิจการของทวิตเตอร์มูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ โดย ณ วันที่ 27 ต.ค. ราคาซื้อขายของดอจคอยน์อยู่ที่ 0.07 ดอลลาร์ แต่ให้หลังจากที่นายมัสก์ได้ทวีตข้อความว่า “เจ้านก (ฟ้า) เป็นอิสระแล้ว” (the bird is freed) เพื่อประกาศการเป็นเจ้าของทวิตเตอร์คนใหม่เพียง 5 วัน ราคาซื้อขายดอจคอยน์ก็พุ่งไปอยู่ที่ 0.16 ดอลลาร์ นายแมทธิว ดิบบ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของบริษัทสแต็กฟันด์ ผู้ให้บริการกองทุนดัชนีคริปโตกล่าวว่า “การซื้อขายดอจคอยน์ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับการทวีตของนายอีลอน ได้กลายเป็นรูปแบบการเก็งกำไรที่สร้างมูลค่าได้อย่างมาก” ทั้งนี้ นายมัสก์มีบทบาทสำคัญในการทำให้มูลค่าของดอจคอยน์พุ่งทะยานขึ้น นับตั้งแต่วิศวกรซอฟต์แวร์สองคนออกเหรียญดังกล่าวเล่น ๆ ในปี 2556 โดยนายมัสก์ได้มีการทวีตแสดงการสนับสนุนเหรียญดังกล่าว ซึ่งรวมถึงข้อความที่นายมัสก์เรียกมันว่าเป็น “เหรียญคริปโทฯ มหาชน” ช่วยดันให้ราคาของมันพุ่งสูงขึ้นประมาณ 4,000% ในปี 2564 …
อ่านเพิ่มเติม »
หุ้นไทยปิดบวก 9.04 จุด คาดหวังรีพับลิกันชนะเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ-Fund Flow หนุน : อินโฟเควสท์SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,632.61 จุด เพิ่มขึ้น 9.04 จุด (+0.56%) มูลค่าการซื้อขาย 63,313.19 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นปรับขึ้นตอบรับความคาดหวังพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ และยังติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทยต่อเนื่องภาพรวมยังไม่เห็นสัญญาณลบ รวมถึงเงินทุนต่างชาติก็ยังไหลเข้าต่อเนื่องหนุนตลาดขึ้นมาได้ดี แนวโน้มวันพรุ่งนี้คาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ แต่คงไม่มาก หากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐเป็นไปตามคาดการณ์ ให้แนวรับที่ 1,620 จุด และแนวต้าน 1,636-1,650 จุด SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,632.61 จุด เพิ่มขึ้น 9.04 จุด (+0.56%) มูลค่าการซื้อขาย 63,313.19 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีปรับตัวขึ้นตลอดวัน โดยทำระดับสูงสุด 1,635.87 จุด และระดับต่ำสุด 1,627.93 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 790 หลักทรัพย์ ลดลง 824 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 589 หลักทรัพย์ นายชาญชัย พันทาธนากิจ …
อ่านเพิ่มเติม »
ภาวะตลาดตราสารหนี้: วันนี้มีมูลค่าการซื้อขายรวม 93,457 ล้านบาท : อินโฟเควสท์สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 93,457 ล้านบาท ด้านประเภทของนักลงทุน ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก คือ 1. กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ 23,804 ล้านบาท 2. กลุ่มบริษัทประกัน ขายสุทธิ 13 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 31,778 ล้านบาท Yield พันธบัตรอายุ 5 ปี ปิดที่ 2.6% ปรับตัวลดลงจากเมื่อวาน -0.01% ภาพรวมของตลาดในวันนี้ Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 1-3 bps. โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงเข้าซื้อตราสารหนี้ไทยต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้ สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 30,482 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET BUY 31,778 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) 1,296 ล้านบาท …
อ่านเพิ่มเติม »
PTT-OR-BIG-ค่ายโตโยต้า ร่วมเปิดสถานีนำร่องทดลองใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนแห่งแรก : อินโฟเควสท์บมจ. ปตท. (PTT) บมจ. ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (OR) บมจ. บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส (BIG) บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (TDEM) และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TMT) ร่วมเปิดสถานีนำร่องทดลองใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle: FCEV) แห่งแรกของประเทศไทย (Hydrogen Station) ณ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยการนำรถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิง รุ่นมิไร (Mirai) ของโตโยต้า มาทดสอบการใช้งานให้บริการรถรับส่งระหว่างสนามบินอู่ตะเภา (U-Tapao Limousines) สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้โดยสารในพื้นที่พัทยา-ชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง โดยจะทำการเก็บข้อมูลเชิงเทคนิคที่ได้จากการใช้งานจริง เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นข้อมูลรองรับการขยายผลใช้งานในอนาคต นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ PTT เปิดเผยว่า ปตท. เล็งเห็นว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างไฮโดรเจน ซึ่งเป็นพลังงานที่มีศักยภาพ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน …
อ่านเพิ่มเติม »
OR เผยกำไร 9 เดือนยังโตแม้ Q3/65 วูบ โค้งสุดท้ายเดินหน้าธุรกิจ Mobility & Lifestyle : อินโฟเควสท์นายวิศาล ชวลิตานนท์ รักษาการแทนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 9 เดือนปี 65 กำไรสุทธิ 11,114 ล้านบาท สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 1,993 ล้านบาท เนื่องจากทั้งรายได้ขายและบริการและ EBITDA ที่เพิ่มขึ้น 229,557 ล้านบาท และ 3,437 ล้านบาทตามลำดับ เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ภาครัฐใช้มาตรการผ่อนคลายมากกว่า ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ เช่นเดียวกันกับด้านปริมาณขายก็ปรับเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ แต่หากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน ในด้านของรายได้ขายและบริการในไตรมาส 3 กลุ่มธุรกิจ Mobility และกลุ่มธุรกิจ Global มีรายได้จากการขายและบริการลดลงจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกและปริมาณการขายที่ลดลง ส่วนกลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีรายได้ขายใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากมาตรการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ผ่อนคลายขึ้น ส่วน EBITDA ในไตรมาส 3 ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทายจากปัจจัยต่างๆ ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลหรือภัยพิบัติที่เกิดขึ้น แต่ผลการดำเนินงานของ OR ยังคงมีกำไรสุทธิ 701 ล้านบาทในไตรมาส …
อ่านเพิ่มเติม »